หน้าแรก เศรษฐกิจ ต้นทุนพลังงาน...

ต้นทุนพลังงาน ดันค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน ไตรมาส 2 พุ่ง 11% คาดปรับสูงต่อเนื่อง

23.07.26 | 14:42 น.

ต้นทุนพลังงาน ดันค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน ไตรมาส 2พุ่ง 11% คาดปรับสูงต่อเนื่อง

วันที่ 23 กรกฎาคม นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า ( สนค.) เปิดเผยว่า ภาพรวมดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน ไตรมาสที่ 2 เทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2568 ปรับสูงขึ้นต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 2 ปัจจัยหลักจากการสูงขึ้นของราคาน้ำมันดีเซลตามสถานการณ์พลังงานในตลาดโลก และคาดว่าในไตรมาสถัดไปดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนนมีแนวโน้มจะทรงตัวในระดับสูง

ดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน โครงสร้างแบ่งตามกิจกรรมการผลิต ไตรมาสที่ 2 ปี 2569 สูงขึ้น 11.1% เทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2568 โดยปรับตัวสูงขึ้นในทุกหมวด ได้แก่ หมวดผลิตภัณฑ์เกษตรกรรมและการประมง สูงขึ้น 15.5 % จากการสูงขึ้นของผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร หมวดผลิตภัณฑ์จากเหมือง สูงขึ้น 4.3% จากการสูงขึ้นของหิน ทราย และดิน และลิกไนต์ และหมวดผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม สูงขึ้น 10.7% จากการสูงขึ้นของค่าบริการขนส่งผลิตภัณฑ์อาหาร เครื่องจักรและเครื่องมือ ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียม ยานยนต์ ชิ้นส่วน และอุปกรณ์

ดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน โครงสร้างแบ่งตามประเภทรถ ไตรมาสที่ 2 ปี 2569 สูงขึ้น 11.3% เทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2568 โดยเป็นการปรับตัวสูงขึ้นของรถทุกประเภท ดังนี้รถกระบะบรรทุก สูงขึ้น 12% รถพ่วง สูงขึ้น 11.3% รถตู้บรรทุก สูงขึ้น 12.5% รถบรรทุกเฉพาะกิจ สูงขึ้น 6.1% รถบรรทุกของเหลว สูงขึ้น 9.1% รถบรรทุกวัสดุอันตราย สูงขึ้น 13.2% และหมวดรถกึ่งพ่วงบรรทุกวัสดุยาว สูงขึ้น 4.8%

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนนปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสนี้ นอกเหนือจากราคาน้ำมันดีเซล ซึ่งเป็นต้นทุนหลักของภาคการขนส่งปรับตัวสูงขึ้นตามสถานการณ์พลังงานในตลาดโลก ยังมีปัจจัยหนุนจากฝั่งอุปสงค์ตามการขนส่งสินค้าเกษตรประจำฤดูกาลที่มีปริมาณความต้องการขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ผู้ประกอบการในภาคโลจิสติกส์ยังเผชิญกับต้นทุนดำเนินงานอื่น ๆ ที่ปรับตัวสูงขึ้น เช่น ค่าบำรุงรักษาพาหนะ ค่าอะไหล่ และค่าใช้จ่ายด้านการบริหารจัดการ เป็นต้น รวมถึงปัญหาการขาดแคลนพนักงานขับรถบรรทุกที่มีทักษะ ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนค่าแรงเพิ่มขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ได้สร้างแรงกดดันให้ผู้ประกอบการต้องปรับราคาค่าบริการสูงขึ้นเพื่อให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง

สำหรับแนวโน้มดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนนในไตรมาสที่ 3 ของปี 2569 คาดว่าจะยังทรงตัวในระดับสูง โดยมีสาเหตุหลักจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งคาดว่าจะสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ประกอบกับอุปสงค์ในการขนส่งที่ได้รับแรงหนุนจากสินค้าเกษตรประจำฤดูกาลที่จะออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก อีกทั้งในช่วงฤดูฝนอาจเป็นอุปสรรคต่อภาคการขนส่ง ซึ่งจะส่งผลให้ระยะเวลาในการขนส่งต่อเที่ยวสะสมนานขึ้น

Advertisement

อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์การแข่งขันด้านราคาเพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดของผู้ประกอบการขนส่ง ผู้ประกอบการบางส่วนอาจเลือกที่จะแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเพื่อรักษาฐานลูกค้า นอกจากนี้ ความผันผวนของสถานการณ์พลังงานในตลาดโลก อาจส่งผลให้ดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนนไม่เป็นไปตามที่คาดได้ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์ของไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายจากกระแสความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งจากความผันผวนของราคาพลังงาน การเติบโตของธุรกิจ E-Commerce ตลอดจนแรงกดดันในการเปลี่ยนผ่านไปสู่โลจิสติกส์สีเขียว รวมทั้งการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทในการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการขนส่ง

ดังนั้น ผู้ประกอบการต้องเตรียมการเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว โดยยกระดับประสิทธิภาพและปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจให้สอดรับกับโครงสร้างภาคการขนส่งที่เปลี่ยนแปลงไป โดยกระทรวงพาณิชย์จะติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์ด้านโลจิสติกส์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการกำหนดนโยบายในการสนับสนุนและส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขัน ตลอดจนสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับภาคโลจิสติกส์ของไทยต่อไป