หน้าแรก เศรษฐกิจ คลังได้ฤกษ์ ช...

คลังได้ฤกษ์ ชงครม. ปรับเงื่อนไขบัตรคนจน ปลดล็อก 3 เงื่อนไข แฉบางคนเป็นกก. 126 บริษัท จ่อสอบนอมินี

23.07.26 | 16:11 น.

คลัง จ่อปรับเพิ่มเงื่อนไข 3 เกณฑ์ บัตรคนจน คืนสิทธิรถเก่ามูลค่าต่ำ-กลุ่มกก.นิติบุคคลเพื่อชุมชน ชงครม. จันทร์นี้

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ที่กระทรวงการคลัง มีการแถลงข่าวร่วมกันระหว่าง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กรมการขนส่งทางบก และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ตามคำสั่งของนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี ในการปรับเพิ่มเงื่อนไขบางส่วนของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อํานวยการสํานักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม 2569 เพื่อพิจารณาปรับเพิ่มเงื่อนไขบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รอบปี 2569 โดยการพิจารณาครั้งนี้ไม่ใช่การยกเลิกหลักเกณฑ์เดิม แต่เป็นการปรับเพิ่มเงื่อนไขให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงและความเดือดร้อนของประชาชน แบ่งเป็น 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1. เกณฑ์ครอบครองรถ ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ยกเว้นให้กรณีรถที่มีการโอนลอย รถสิ้นสภาพการใช้งาน หรือถูกสวมสิทธิ์ รวมถึงอนุโลมรถยนต์ที่มีอายุเกิน 20 ปีขึ้นไป และรถจักรยานยนต์อายุเกิน 15 ปีขึ้นไป รวมทั้งอนุโลมให้ผู้ที่มีรถจักรยานยนต์อยู่แล้ว 1 คัน สามารถมีรถที่อยู่ระหว่างการขอสินเชื่อ (ผ่อนชำระ) เพิ่มได้อีก 1 คัน ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2561 ถึงปัจจุบัน พบว่ามีผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาจดทะเบียนรถใหม่แล้วประมาณ 2.5 ล้านราย ซึ่งกลุ่มนี้อาจจะถูกปฏิเสธสิทธิ

“วันนี้ไม่ใช่ตื่นขึ้นมาแล้วท่านรวย แต่ตื่นขึ้นมาแล้วพบว่ามีคนลำบากกว่าท่านอีกเยอะ เพราะท่านเพิ่งไปซื้อรถมา” นายวินิจ กล่าว

นายวินิจ กล่าวว่า 2. เกณฑ์กลุ่มนักเรียนนักศึกษา ยกเว้นให้กลุ่มนักศึกษานอกระบบ ภายใต้กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) และอาชีวะนอกระบบ ที่อยู่ในวัยทำงานทำการศึกษาเพิ่มเติมและมีฐานะลำบาก และ 3. เกณฑ์กรรมการบริษัทและผู้ถือหุ้น ยกเว้นให้ผู้ที่มีชื่อเป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้นในบริษัทวิสาหกิจเพื่อสังคม และวิสาหกิจชุมชน เนื่องจากทำเพื่อส่วนรวมไม่ได้แสวงหากำไร นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังยกเว้นบัญชีหลักทรัพย์ ที่ไม่มีการซื้อขายเป็นเวลานาน หรือมีมูลค่าต่ำมากประมาณหลักร้อย แต่ถ้ามีมูลค่าหลักแสนต้องพิจารณาอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีผู้มายื่นอุทธรณ์ทบทวนสิทธิแล้วประมาณ 3.4 ล้านราย โดย 40% เป็นเรื่องเกี่ยวกับรถยนต์

Advertisement

นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ให้เร่งตรวจสอบดูแลให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่ประสงค์จะยื่นอุทธรณ์ในกรณีของการครอบครองรถ โดยที่สำนักงานขนส่งจังหวัด 195 สาขา ขณะนี้เราได้รับเรื่องร้องเรียนมาแล้วเป็น 4 วัน จากการรวบรวมประเด็นปัญหาพบว่า 1.รถโอนลอย ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 12% 2.รถที่สิ้นสภาพการใช้งาน อาทิ รถที่ถูกชน หรือซากรถที่จอดทิ้งไว้ 3.ผู้ที่ถูกสวมสิทธิ และ 4.รถเก่า ทั้งนี้ ทางกรมฯ จะทำการคัดกรองเพื่อคืนสิทธิให้กับผู้ที่ครอบครองรถยนต์อายุเกิน 20 ปี และรถจักรยานยนต์อายุเกิน 15 ปี ที่มีมูลค่าต่ำ ซึ่งไม่รวมรถคลาสสิกหรือรถสะสมราคาสูง ตามข้อสั่งการของนายกฯ และการปรับปรุงฐานข้อมูลรถเก่าและรถสิ้นสภาพเหล่านี้ จะต้องไม่ก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายหรือภาระภาษีย้อนหลังแก่ประชาชนแต่อย่างใด

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวว่า จากการตรวจสอบฐานข้อมูลพบรายชื่อกว่า 122,324 คน เข้าไปถือหุ้นหรือเป็นกรรมการในนิติบุคคล 139,804 นิติบุคคล และพบว่ามีกลุ่มที่มีสถานะในนิติบุคคลตั้งแต่ 2 นิติบุคคลขึ้นไปประมาณหมื่นกว่าคน อย่างไรก็ตาม กรมฯ จะคัดกรองเพื่อคืนสิทธิให้กลุ่มบริษัทประชารัฐรักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม และวิสาหกิจชุมชน เนื่องจากไม่ได้แสวงหากำไร แต่เป็นการทำเพื่อสังคม รวมประมาณ 15,000 คน อย่างไรก็ตาม กรมฯพบความผิดปกติคือมีบุคคลบางรายถือหุ้นและเป็นกรรมการสูงสุดถึง 126 นิติบุคคล ซึ่งเข้าข่ายการรับจ้างเป็นนอมินี หรือถูกหลอกนำชื่อไปใช้ โดยกรมฯ จะส่งเรื่องให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายขยายผลเพื่อเอาผิดต่อไป

“ใน 120,000 คน เราพบทั้งผู้ที่มีชื่อเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นคนเดียวในบริษัทมหาชนจำกัดขนาดใหญ่ คาดว่าเขาคงไม่มาอุทธรณ์ เพราะอาจให้ชื่อกับญาติพี่น้องเอามาจดทะเบียน หรือรับเงินเพื่อให้ชื่อเขาไปจดทะเบียนเป็นนอมินี อย่างไรก็ตาม วันนี้เราก็ดูแลเต็มที่ ทั้งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและสำนักงานพาณิชย์จังหวัด 7 แห่ง ก็ยังสามารถที่จะมาให้ข้อมูลข้อเท็จจริงว่าเกิดอะไรขึ้น ส่วนของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเดี๋ยวคงจะทำหลักเกณฑ์ทั้งหมดไปฝากไว้ที่อำเภอ ให้ช่วยดูแลพี่น้องประชาชนต่างอำเภอจะได้ไม่ต้องเดินทางไกลมาที่สำนักงาน” นายพูนพงษ์ กล่าว