วราวุธ ผนึกพลัง ONE MIND วางรากฐานใหม่ ดันอุตสาหกรรม ติดปีกเอสเอ็มอี 1.2 หมื่นรายสู่อนาคต
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เมื่อวันที่ 20 เมษายน ที่ผ่านมา ได้มอบนโยบายชัดเจนแก่ผู้บริหาร และข้าราชการ ทุกระดับของกระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานภายใต้กำกับ ให้รวมกันเป็น ONE MIND อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน เชื่อมโยงการทำงานทุกด้านอย่างไร้รอยต่อ ผ่านการขับเคลื่อนใน 4 มิติหลักสำคัญ ได้แก่ เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และสร้างสภาพแวดล้อมเอื้อต่อการลงทุน เพื่อเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน ภาคอุตสาหกรรม และเอสเอ็มอีไทย มุ่งเน้นยกระดับบริการภาครัฐให้ตอบโจทย์อย่างรวดเร็ว ทันต่อสถานการณ์ อีกทั้ง เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันผู้ประกอบการไทยให้เติบโตได้ในเวทีโลก และวางรากฐานสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ ที่สำคัญเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สร้างการเติบโตยั่งยืน สอดคล้องตามแนวทางอีเอสจี
นายวราวุธ กล่าวว่า จากนโยบายที่ชัดเจน และการประสานพลังเป็นหนึ่งเดียว ส่งผลให้การดำเนินงานใน 90 วันที่ผ่านมา เกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ทั้ง 4 มิติ ได้แก่ มิติที่ 1 ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ปรับโครงสร้างภาคอุตสาหกรรม รองรับเศรษฐกิจยุคใหม่ และต่อยอดจุดแข็งของไทยสู่การผลิตสินค้ามูลค่าสูง โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรแปรรูป อาหารแห่งอนาคต และสมุนไพร ด้วยการยกระดับผู้ประกอบการอุตสาหกรรม และเอสเอ็มอีไทย กว่า 12,000 ราย ผ่านกระบวนการ Upskill & Reskill ในรูปแบบต่างๆ มุ่งเน้นการตลาดยุคใหม่ บัญชีบริหารการเงิน และการใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม เอไอ รวมถึงมีกิจกรรมพัฒนาผลิตภัณฑ์ ให้คำปรึกษา และจับมือแพลตฟอร์ม TikTok นำ Influencer-KOL ช่วยรีวิว ขายสินค้าให้เอสเอ็มอีในรูปแบบ Live Commerce

นายวราวุธ กล่าวว่า ในการวางรากฐานปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมสู่อนาคต ได้จัดทำ 211 มาตรฐานยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และกำหนดหลักเกณฑ์รองรับการผลิตรถยนต์ HEV/MHEV เกิดการผลิตกว่า 97,441 คัน และผลักดันใช้ชิ้นส่วนในประเทศ กระตุ้นการลงทุนกว่า 50,000 ล้านบาท ภายใน 5 ปี ส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมชีวภาพ Bio Hub มูลค่า 71,812 ล้านบาท พื้นที่อีอีซี นครสวรรค์ อุบลราชธานี และลพบุรี พร้อมจัดทำแผนอุตสาหกรรมชีวภาพ 5 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ เอทานอล ไบโอดีเซล โอเลโอเคมี พลาสติกชีวภาพ และเชื้อเพลิงอากาศยาน (SAF) อีกทั้ง ส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ 1,146 โครงการ มูลค่า 7,861 ล้านบาท
นายวราวุธ กล่าวว่า สนับสนุนเงินทุนเอสเอ็มอี โดยมอบหมายธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือเอสเอ็มอี ดี แบงก์ สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐภายใต้กำกับ จัดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ สนับสนุนสู่ธุรกิจสีเขียวเกิดผลสำเร็จ สามารถพาเข้าถึงเงินทุนกว่า 21,128 ล้านบาท เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ 95,076 ล้านบาท รักษาการจ้างงาน 57,814 ตำแหน่ง ควบคู่กับช่วยเหลือดูแลเอสเอ็มอี กลุ่มเปราะบาง สามารถประคับประคองและพลิกฟื้นกิจการกว่า 6,033 ราย วงเงินกว่า 12,330 ล้านบาท
นายวราวุธ กล่าวว่า มิติที่ 2 การดูแลสังคม มุ่งมั่นรับฟังและแก้ไขปัญหาร้องเรียนของประชาชนและผู้ประกอบการผ่านสายด่วน 1564 ตลอด 24 ชั่วโมง ควบคู่กับการคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน โดยจัดทำเครื่องมือ AI Screening ตรวจสอบ คัดกรอง และประสานปิดกั้นการจำหน่ายสินค้าไม่ได้มาตรฐานและผิดกฎหมายบนแพลตฟอร์ม E-commerce และโซเชียลมีเดียกว่า 8,757 URL ครอบคลุมสินค้ากว่า 3 แสน SKU พร้อมจับมือ Modern Trade 26 รายใหญ่ และ 1 แพลตฟอร์มดิจิทัล สกัดสินค้าด้อยคุณภาพจากทั่วโลกทะลักเข้าตลาดในประเทศ ช่วยป้องกันความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 7.5 หมื่นล้านบาท พร้อมยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย Solar Cell ครอบคลุมแผงโซลาร์เซลล์ แบตเตอรี่ และอุปกรณ์ต่อพ่วง
นายวราวุธ กล่าวว่า มิติที่ 3 รักษาสิ่งแวดล้อม ผลักดันภาคอุตสาหกรรมไทยมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ผ่านการดูแลตรวจสอบการประกอบกิจการโรงงานตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ควบคู่กับส่งเสริมโรงงานเป็นอุตสาหกรรมสีเขียว (Green industry) จำนวน 58,558 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 90 ของโรงงานทั้งหมด ลดอ้อยเผาลงเหลือเพียง 3.8% แก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้ 13.9 ล้านตัน CO2e ต่อปี มีเกษตรกรได้รับความช่วยเหลือกว่า 140,000 ราย ผลักดันแนวคิดน้ำตาลสีเขียว (Green Sugar) เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโช่อุปทานด้วยการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นำร่อง Low Carbon City ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จาก 24 บริษัท ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 2.33 ล้านตัน CO2e
นายวราวุธ กล่าวว่า มิติที่ 4 สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุน ปรับปรุงกฎระเบียบ ลดขั้นตอนอนุญาต นำระบบดิจิทัลและเอไอ มาให้บริการในภาครัฐ รองรับการยื่นขออนุญาตผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์แบบครบวงจร พร้อมเร่งพัฒนาพื้นที่รองรับการลงทุน โดยแปลงสภาพสาธารณสมบัติของแผ่นดินในเขตนิคมอุตสาหกรรม รองรับการลงทุนเพิ่ม 62,119 ล้านบาท เตรียมพื้นที่อุตสาหกรรมเพิ่ม 8,000 ไร่ และนำร่อง 4 นิคมอุตสาหกรรมรองรับการลงทุนของเอสเอ็มอี และเชื่อมโยงสู่ Global Supply Chain
“ผลสำเร็จในช่วง 90 วันที่ผ่านมา เป็นผลจากการบูรณาการการทำงานเป็น ONE MIND มุ่งขับเคลื่อนภารกิจโดยมีเป้าหมายเดียวกัน ที่ต้องการยกระดับศักยภาพภาคอุตสาหกรรม และเอสเอ็มอีไทย สร้างบรรยากาศการลงทุนเอื้อต่อการเติบโต ควบคู่กำกับดูแลมาตรฐานสินค้าคุ้มครองประชาชน และผลักดันอุตสาหกรรมเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อยู่เคียงคู่ชุมชนและท้องถิ่น สอดคล้องตามแนวทางอีเอสจี ช่วยสร้างความเข้มแข็งให้ประเทศไทยเติบโตยั่งยืนในระยะยาว” นายวราวุธ กล่าว



