EXIM BANK โชว์ผลงานไตรมาส 2 ปี 69 ปล่อยสินเชื่อใหม่ 2.2 หมื่นล้าน-พอร์ต ESG พุ่งแตะ 50%
นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) แถลงผลการดำเนินงานของ EXIM BANK ไตรมาสที่ 2 ปี 2569 ว่า แม้ความตึงเครียดทางเศรษฐกิจและการค้าโลกจะเริ่มคลี่คลายลง แต่เศรษฐกิจโลกยังเผชิญความไม่แน่นอนจากมาตรการกีดกันทางการค้า ความผันผวนด้านพลังงาน และแรงกดดันจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ดังนั้น EXIM BANK ยังคงเดินหน้ายกระดับปรับทัพรองรับบทบาท “Export Co-pilot” เพื่อช่วยผู้ประกอบการรับมือความเสี่ยง ขยายโอกาสทางธุรกิจ และเติบโตได้อย่างยั่งยืน
ในช่วงไตรมาส 2 ของปี 2569 EXIM BANK ได้ปรับกลยุทธ์เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าโดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ได้มากขึ้น ประกอบด้วย
1) Pro-active Revisit ลงพื้นที่เข้าพบลูกค้าทุกรายในพอร์ตสินเชื่อ เพื่อรับฟังสถานการณ์ วิเคราะห์ศักยภาพ และให้การสนับสนุนได้อย่างตรงจุดและทันกาล
2) Products พัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ตอบโจทย์ SMEs เช่น มาตรการ “มีทรัพย์ มีทุน” วงเงิน 10,000 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่อง รองรับต้นทุนธุรกิจที่เพิ่มขึ้น โดยให้สินเชื่อสูงสุด 50 ล้านบาทต่อราย ระยะเวลากู้ยืมไม่เกิน 10 ปี และอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 4.80% ต่อปี รวมถึงสินเชื่อเอ็กซิมเพื่อส่งเสริมการจ้างงานระยะที่ 3 ที่ได้รับจัดสรรวงเงินเพิ่มเติมอีก 2,000 ล้านบาท เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนให้ผู้ประกอบการสามารถเพิ่มการจ้างงาน หรือรักษาการจ้างงานได้
3) Partners เชื่อมโยงพันธมิตรทางธุรกิจภายใต้แนวคิด “พี่จูงน้อง” โดยเชื่อมโยงผู้ประกอบการรายใหญ่กับ SMEs ในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) และขยายความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและลูกค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง
และ 4) Projects สนับสนุนโครงการและภาคอุตสาหกรรมที่มีผู้ประกอบการ SMEs อยู่ในห่วงโซ่อุปทานหรือระบบนิเวศทางธุรกิจ (Ecosystem) รวมถึงการขับเคลื่อนและส่งเสริมโครงการสำคัญด้านเศรษฐกิจสีเขียวอย่างเป็นรูปธรรม

ควบคู่กันนี้ EXIM BANK ยังคงเดินหน้าพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทยผ่านหลักสูตรต่าง ๆ ของศูนย์ความเป็นเลิศด้านการค้า (Export Studio) เช่น หลักสูตร EXIM 2X รุ่นที่ 2 ซึ่งครอบคลุมองค์ความรู้ด้านการส่งออกอย่างครบวงจร กิจกรรมเสวนาให้ความรู้เกี่ยวกับมาตรการการค้าด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงกิจกรรม Business Matching และการสร้างเครือข่ายพันธมิตร เพื่อยกระดับผู้ประกอบการไทยสู่ผู้ส่งออกยุคใหม่และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีสากล รวมถึงสนับสนุนการขยายตลาดผ่านทีม Country Connectors ตลอดจนบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ อย่างเป็นระบบ ตลอด Supply Chain ของวงจรการค้าระหว่างประเทศ
ด้านการสนับสนุนทางการเงินและการเสริมสภาพคล่อง EXIM BANK มีวงเงินอนุมัติสินเชื่อใหม่จำนวน 22,397 ล้านบาท และมีสินเชื่อคงค้างรวมภาระผูกพันจำนวน 181,278 ล้านบาท โดยมีผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับการสนับสนุนสะสมจำนวน 3,217 ราย คิดเป็นสัดส่วน 78% ของลูกค้าทั้งหมด และมีสินเชื่อคงค้างรวมภาระผูกพันจำนวน 27,688 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน EXIM BANK ยังเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวและการพัฒนาที่ยั่งยืน ผ่านการสนับสนุนสินเชื่อและภาระผูกพันเพื่อการลงทุนและการปรับตัวสู่ความยั่งยืน (ESG Financing) จำนวน 90,414 ล้านบาท คิดเป็น 50% ของยอดคงค้างรวม ยิ่งไปกว่านั้น EXIM BANK ยังเตรียมเปิดตัวบริการให้คำปรึกษาการจัดทำรายงานความยั่งยืน สะท้อนบทบาทของธนาคารในการช่วยผู้ประกอบการไทยเตรียมความพร้อมและปรับตัวต่อมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนของประเทศคู่ค้า ตลอดจนยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจไทยในระยะยาว
ในด้านการบริหารความเสี่ยง EXIM BANK พัฒนาโซลูชันทางการเงินแบบครบวงจรที่ผสานสินเชื่อกับเครื่องมือบริหารความเสี่ยง เพื่อช่วยผู้ประกอบการรับมือความผันผวนทางเศรษฐกิจและขยายธุรกิจในต่างประเทศอย่างมั่นใจ ส่งผลให้มีปริมาณธุรกิจสะสมบริการประกันจำนวน 104,720 ล้านบาท ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากการไม่ได้รับชำระเงินและความไม่แน่นอนในประเทศคู่ค้า ขณะเดียวกัน EXIM BANK ยังคงสนับสนุนการกระจายฐานการผลิตและการลงทุนของผู้ประกอบการไทยในต่างประเทศ ทำให้มียอดคงค้างสินเชื่อรวมภาระผูกพันเพื่อการลงทุนในกลุ่มประเทศ CLMV และ New Frontiers จำนวน 30,865 ล้านบาท โดยมีวงเงินอนุมัติใหม่ 5,024 ล้านบาท
ในด้านคุณภาพสินทรัพย์ EXIM BANK ยังคงรักษาคุณภาพสินทรัพย์ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยมีอัตราสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPL Ratio) อยู่ที่ 4.40% ขณะที่มีการตั้งสำรองเพื่อรองรับความเสี่ยงอย่างเพียงพอ ส่งผลให้อัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Coverage Ratio) อยู่ที่ 236% สะท้อนความแข็งแกร่งด้านการบริหารความเสี่ยงและวินัยทางการเงินของธนาคาร นอกจากนี้ EXIM BANK ยังดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง อาทิ การปรับโครงสร้างหนี้เชิงป้องกัน การขยายระยะเวลาชำระหนี้ การเสริมสภาพคล่องผ่านสินเชื่ออัตราพิเศษ
ผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 สะท้อนบทบาทของ EXIM BANK ในการเป็นมากกว่าสถาบันการเงิน โดยเป็นทั้งพันธมิตรทางธุรกิจและกลไกสำคัญในการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้สามารถรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจ สำหรับช่วงครึ่งหลังของปี 2569 EXIM BANK ยังคงเดินหน้าบทบาท “Export Co-pilot” เคียงข้างผู้ประกอบการ ตอบสนองนโยบายภาครัฐเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถแข่งขันได้อย่างมั่นคงบนเวทีการค้าโลกอย่างยั่งยืนต่อไป

