ศูนย์วิจัยกสิกรฯ ชี้ส่งออก มิ.ย.โต 20.8% อิเล็กทรอนิกส์มาแรง-
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า การส่งออกสินค้าไทยเดือนมิถุนายน 2569 ขยายตัวเร่งขึ้น 20.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยแรงขับเคลื่อนหลักมาจากกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของการเติบโตทั้งหมด สะท้อนการฟื้นตัวของภาคส่งออกไทยจากความต้องการสินค้าเทคโนโลยีทั่วโลกที่เพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์กลับมาขยายตัวแข็งแกร่ง 66% โดยเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยผลักดันการส่งออกไทย คิดเป็นสัดส่วนต่อการเติบโตของการส่งออก ที่ 14.7% สินค้าสำคัญ ได้แก่ คอมพิวเตอร์และชิ้นส่วน ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ และอุปกรณ์สื่อสาร ซึ่งได้รับอานิสงส์จากความต้องการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการลงทุนด้านศูนย์ข้อมูล (Data Center) ทั่วโลก นอกจากนี้ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์บางรายการยังได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดสำคัญของไทย ส่งผลให้การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ไปสหรัฐฯ ขยายตัวสูง 73% ขณะที่ตลาดจีนและสิงคโปร์ยังขยายตัวได้ดีเช่นกัน
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า สำหรับการส่งออกสินค้าอื่นที่ไม่ใช่อิเล็กทรอนิกส์ พบว่ายังขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะการส่งออกไปตลาดสหรัฐฯ ที่ได้รับแรงหนุนจากการเร่งนำเข้าสินค้าก่อนมาตรการภาษีตามมาตรา 122 สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ส่งผลให้สินค้าหลายรายการ เช่น อาหารทะเลแปรรูป อาหารสัตว์เลี้ยง และเครื่องใช้ไฟฟ้า เติบโตต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ยังเป็นปัจจัยสนับสนุนการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปของไทยไปยังตลาดอาเซียนเพิ่มขึ้น
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า ด้านภาพรวมการค้าไทย การเติบโตในปีนี้ยังมีลักษณะกระจุกตัวในกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญทั้งด้านการส่งออกและนำเข้า โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 การนำเข้าของไทยขยายตัวสูง 38% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มากกว่าการส่งออกที่ขยายตัว 17.6% จากแรงหนุนของกระแส AI และการลงทุน Data Center อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่เหลือของปี 2569 การนำเข้าสินค้าอิเล็กทรอนิกส์มีแนวโน้มชะลอตัวลงตามทิศทางการส่งออก ขณะที่ต้นทุนการนำเข้าพลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูงจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง อาจเป็นปัจจัยกดดันการนำเข้าต่อเนื่อง ส่งผลให้ไทยมีแนวโน้มขาดดุลการค้าสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ปรับเพิ่มประมาณการการส่งออกไทยปี 2569 เป็นขยายตัว 14% จากเดิมคาด 8.2% และปรับเพิ่มประมาณการนำเข้าเป็นขยายตัว 27% จากเดิม 13.9%
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยว่า อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตามคือมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ หลังเริ่มใช้มาตรา 301 ว่าด้วยแรงงานบังคับ (Forced Labor) กับ 60 เขตเศรษฐกิจ รวมถึงประเทศไทย ต่อเนื่องจากมาตรา 122 ที่สิ้นสุดลง โดยไทยถูกเรียกเก็บภาษีสูงสุด 12.5% ทั้งนี้ ทางศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า ผลกระทบต่อการส่งออกไทยจากมาตรการดังกล่าวน่าจะมีจำกัด เนื่องจากอัตราภาษียังใกล้เคียงกับประเทศคู่แข่ง และสินค้าส่งออกสำคัญหลายรายการ โดยเฉพาะชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ยังได้รับการยกเว้นภาษี ขณะที่หากไทยสามารถเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ ได้สำเร็จ อัตราภาษีอาจลดลงเหลือ 10% เช่นเดียวกับมาเลเซียและอินโดนีเซีย อย่างไรก็ดี ยังต้องจับตาการตรวจสอบของสหรัฐฯ ตามมาตรา 301 ในประเด็นกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง (Structural Excess Capacity) ซึ่งครอบคลุม 16 เขตเศรษฐกิจ รวมถึงไทย และอาจเริ่มบังคับใช้ในไตรมาส 4 ปี 2569 โดยมาตรการดังกล่าวมีความเสี่ยงมากกว่า เนื่องจากไม่มีการกำหนดเพดานอัตราภาษี และอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือในการเจรจาการค้ากับประเทศคู่ค้า

