เอกนิติ เร่งเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาด หนุนคนไทยติดโซลาร์-มุ่งรถขนส่งสู่อีวี
เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดของไทย ว่า ปัจจุบันโลกกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) อย่างเต็มรูปแบบ มาตรการกีดกันทางการค้าเริ่มนำเรื่องสิ่งแวดล้อมมาเป็นเงื่อนไขสำคัญ เช่น ยุโรปที่เริ่มใช้มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM) ซึ่งจะตรวจสอบปริมาณการปล่อยคาร์บอนของสินค้าที่ส่งออกไป รวมทั้งในอดีตนั้นโครงสร้างพื้นฐานที่นักลงทุนต้องการคือ น้ำเสถียร ไฟเสถียร แต่สำหรับอุตสาหกรรมยุคใหม่ สิ่งที่นักลงทุนมองหาเพิ่มเติมคือ น้ำสะอาดและไฟสะอาด ขณะเดียวกัน การเข้ามาของเทคโนโลยีเอไอ ถือเป็นการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งใหม่ของโลก ที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงระบบเศรษฐกิจอย่างมหาศาล การที่ประเทศใดประเทศหนึ่งจะเป็นฐานการผลิตหรือศูนย์กลางด้านเอไอได้นั้น ปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญที่สุดไม่ใช่แค่การสร้างแอปพลิเคชัน แต่คือความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน
นายเอกนิติ กล่าวว่า ทั้งการปลดล็อกการซื้อขายไฟฟ้าพลังงานสะอาด (Direct PPA) ที่ขณะนี้อนุญาตให้เอกชนสามารถลงทุนและซื้อขายไฟฟ้าพลังงานสะอาดได้โดยตรงโดยไม่มีโควตาจำกัด และให้สิทธิในการใช้สายส่งไฟฟ้า (Third Party Access) เพื่อให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงพลังงานสะอาดได้ตามต้องการ ซึ่งจะเป็นการดึงดูดการลงทุนโดยที่รัฐบาลไม่ต้องใช้เงินลงทุนเอง รวมทั้งบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกต่างตั้งเงื่อนไขว่าไฟฟ้าที่นำมาใช้ประมวลผลระบบเอไอเหล่านี้ ต้องเป็นไฟฟ้าพลังงานสะอาดเท่านั้น พร้อมทั้งยกระดับศักยภาพแรงงานไทยให้ตรงตามความต้องการของตลาด และเตรียมพร้อมData Center ที่ในตอนนี้บอร์ดบีโอไอมีนโยบายการอนุมัตินั้น ไม่ใช่เพียงดูแค่ด้านเศรษฐกิจอย่างเดียว แต่ต้องคำนึงถึงด้านสิ่งแวดล้อมกับภาคสังคมรวมด้วย
“เหมือนการที่เมื่อวานเราประกาศยกเลิกแลนด์บริดจ์ เหตุผลหนึ่ง เพราะว่าการที่จะลงทุนอะไรต่อไปนอกจากจะดูในด้านเศรษฐกิจแล้ว ยังต้องดูด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมอีกด้วย” นายเอกนิติ กล่าว
นายเอกนิติ กล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าการเปลี่ยนผ่านพลังงานจาก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท วงเงิน 2 แสนล้านบาทนั้น สิ่งแรกที่จะทำคือการทำให้คนอยากติดโซลาร์ เพราะปัจจุบันค่าไฟฟ้ามีราคาแพง รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการสนับสนุนพลังงานสะอาด โดยมีแผนจะให้เงินอุดหนุนประชาชนในการติดตั้งโซลาร์เซลล์ โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่อยู่ในฐานภาษีที่จะได้สิทธิ์ลดหย่อน และอาจเปิดให้ประชาชนสามารถขายไฟฟ้าคืนได้ โดยคาดว่าวงเงินไม่น่าเกินแสนล้านบาท นอกจากนี้ยังมีการหารือเพื่อปรับเปลี่ยนรถโดยสารสาธารณะหรือรถเมล์อีกด้วย อย่างไรก็ดีรายละเอียดยังอยู่ระหว่างการศึกษา




