คลังเผย ครม. ไฟเขียวยืดเวลาให้บัตรคนจนรายเดิมใช้สิทธิถึง 30 ก.ย. ขยายอุทธรณ์-เร่งปรับข้อมูลคืนสิทธิให้ 4 กรณี
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลังในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบการดำเนินโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ (โครงการฯ) ปี 2569 ตามที่คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม (คณะกรรมการฯ) เสนอ เพื่อให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิมยังคงได้รับสิทธิประโยชน์อย่างต่อเนื่องเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพ ในระหว่างช่วงการปรับปรุงฐานข้อมูลร่วมกับหน่วยงานตรวจสอบ เพื่อให้การจัดสวัสดิการของภาครัฐมีความแม่นยำ ครอบคลุม และสอดคล้องกับสภาพความเป็นอยู่ที่แท้จริงของประชาชน โดย ครม. ได้มีมติ ดังนี้
1.เห็นชอบให้ผู้ได้รับสิทธิตามโครงการฯ ปี 2565 ในปัจจุบันให้ได้รับสิทธิต่อเนื่องจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 (เดิมเป็นวันที่ 31 กรกฎาคม 2569) โดยไม่ต้องดำเนินการใดเพิ่มเติม และให้ผู้ได้รับสิทธิตามโครงการฯ ปี 2569 ทุกรายเริ่มสิทธิประชารัฐสวัสดิการพร้อมกันในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป
2.รับทราบแนวทางการทบทวนข้อมูลในการตรวจสอบคุณสมบัติของคณะกรรมการฯ เพื่อให้ข้อมูล มีความสอดคล้องกับข้อเท็จจริง และไม่ก่อให้เกิดภาระแก่ประชาชนในการแก้ไขข้อมูล โดยหน่วยงานเจ้าของข้อมูลจะเร่งปรับปรุงข้อมูลเชิงรุกให้ครอบคลุมผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเกณฑ์คุณสมบัติต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวก และลดภาระ การพิสูจน์ข้อมูลจากประชาชน ดังนี้
-กรณีเป็นนักเรียน นักศึกษา ให้ปรับปรุงข้อมูลโดยไม่รวมผู้เรียนในระบบการศึกษานอกระบบสำหรับผู้เรียนทุกช่วงวัย
-กรณีเป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญ และผู้ถือหุ้นหรือกรรมการในบริษัท ให้ปรับปรุงข้อมูลโดยไม่รวมห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือบริษัทที่จดทะเบียนเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมหรือเป็นวิสาหกิจชุมชน
-กรณีผู้มีบัญชีฝากหลักทรัพย์และบัญชีถือครองตราสารหนี้ ให้ปรับปรุงข้อมูลโดยไม่รวมบัญชี ที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ในหลักทรัพย์/ตราสารหนี้ หรือมีกรรมสิทธิ์ในหลักทรัพย์/ตราสารหนี้ ที่มีมูลค่ารวมกันต่ำมาก
-เกณฑ์รถให้ปรับปรุงข้อมูลโดยไม่นับรวมรถจักรยานยนต์ที่มีอายุเกินกว่า 15 ปี เว้นแต่เป็นรถจักรยานยนต์มูลค่าสูงหรือรถจักรยานยนต์สะสม และรถยนต์ รถพ่วง และรถใช้งานเกษตรกรรมที่มีอายุเกินกว่า 20 ปี เว้นแต่เป็นรถยนต์มูลค่าสูงหรือรถยนต์สะสม
นายวินิจ กล่าวว่า เพื่อให้ประชาชนมีระยะเวลาที่เพียงพอในการขอทบทวนสิทธิ คณะกรรมการฯ ได้ขยายระยะเวลาการทบทวนสิทธิถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 (เดิมวันที่ 31 กรกฎาคม 2569) ผ่าน 4 ช่องทางหลักของโครงการ ได้แก่ 1.เว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th (หรือhttps://welfare.mof.go.th) 2.แอปพลิเคชันเป๋าตัง 3.แอปพลิเคชันทางรัฐ และ 4. หน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง (ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคาร เพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย)
นายวินิจ กล่าวว่า และขยายเวลาในการแก้ไขข้อมูล ณ หน่วยงานตรวจสอบคุณสมบัติ ถึงวันที่ 20 กันยายน 2569 (เดิมวันที่ 16 สิงหาคม 2569) นอกจากนี้ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนเพิ่มเติม กระทรวงมหาดไทยสนับสนุน การดำเนินงานในพื้นที่ผ่านกลไกระดับจังหวัดและอำเภอ ในการประชาสัมพันธ์การตรวจสอบสิทธิ และจัดตั้ง ศูนย์ One Stop Service : OSS เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ได้รับสิทธิที่ต้องยืนยันตัวตนผ่านระบบ e-KYC และผู้ที่ต้องการทบทวนสิทธิ รวมทั้งแจ้งให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และส่วนราชการในพื้นที่ ร่วมสนับสนุนการดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ อีกด้วย ซึ่งกระทรวงการคลังได้บูรณาการการทำงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลและส่งต่อความช่วยเหลือตามภารกิจและอำนาจหน้าที่ของ แต่ละหน่วยงานแก่ประชาชนต่อไป

