หน้าแรก เศรษฐกิจ เอกชนแนะเลิก‘...

เอกชนแนะเลิก‘แลนด์บริดจ์’ เดินหน้าลุย‘Missing Link’

28.07.26 | 11:27 น.

เอกชนส่อง‘Missing Link’
อนาคต‘คมนาคมใต้’

หมายเหตุ ความเห็นภาคธุรกิจกรณีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการศึกษาแนวทางการขับเคลื่อนโครงการแลนด์บริดจ์ พร้อมด้วยประธานคณะทำงานทั้ง 3 ชุด แถลงผลสรุปการศึกษาโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งเพื่อเชื่อมโยงอ่าวไทย-อันดามัน (แลนด์บริดจ์) เสนอให้พับโครงการเนื่องจากไม่คุ้มค่าการลงทุน แต่จะเดินหน้าโครงการพัฒนาระบบโครงข่ายคมนาคมภาคใต้ โดยเฉพาะการพัฒนาท่าเรือระนองแทน เนื่องจากใช้งบน้อยและคุ้มค่ากว่า

ไพโรจน์ ชัยจีระธิกุล
อุปนายกสมาคมโลจิสติกส์และขนส่งภาคใต้

ในด้านโลจิสติกส์ Missing Link เป็นคำที่ใช้อยู่ประจำในกรณีนี้เมื่อหยิบยกขึ้นมาในเชิงวิชาการ ถือเป็นเรื่องปกติ จะดูการขนส่งสินค้าต้นทางปลายทาง หรือเส้นทางการขนส่งสามารถทำให้สั้นลง ระยะสั้น เวลาน้อย ทำให้ขนส่งดีขึ้น ทำให้ได้ดีกว่าเดิมเมื่อแลนด์บริดจ์ถูกพับไป จริงๆ ทะเลฝั่งอันดามันของไทยเราไม่มีท่าเรือเลย ตอนนี้การส่งออกสินค้าในภาคใต้เกือบทั้งหมด ใต้ตอนล่างต้องอาศัยท่าเรือปีนัง ภาคใต้ตอนบนต้องไปที่แหลมฉบัง กลายเป็นว่าจุดที่ Missing คือขาดอยู่คือท่าเรือในฝั่งตะวันตกของไทยคือฝั่งอันดามันยังไม่มี คำถามคือ แล้วจุดไหนเป็นจุดที่สามารถทำได้ เคยพูดคุยกัน สตูลเราเคยคิดจะทำสงขลา-สตูล ก็ถูกคัดค้าน ภูเก็ตเราเคยใช้ แต่จะมีเรื่องการท่องเที่ยวเข้ามา เมื่อรถบรรทุกเข้าไปก็มีปัญหาการจราจร มีการห้ามในบางช่วงเวลา บางช่วงมีเรือสำราญเข้า เรือสินค้าก็ต้องถอย ภูเก็ตจะให้ความสำคัญเรือท่องเที่ยวมากกว่า

Advertisement

ดังนั้น จุดต่อไปคือท่าเรือระนอง ปัจจุบันมีปัญหาเป็นท่าเรือในคลองร่องน้ำ 5 เมตร ต้องอัพเกรดทางเข้า ไม่ใช่เรื่องง่ายเนื่องจากมีโขดหินจำนวนมาก แต่ถ้าเรามองจุดที่ตั้งของระนองถือว่าดี จุดหนึ่งอยู่กึ่งกลางของประเทศไทย ในส่วนของ กทม.มีนิคมอุตสาหกรรมอยู่รอบๆ ส่วนของแหลมฉบังถ้ามีรถไฟมาได้สะดวก ก็จะผ่านท่าเรือระนองแล้วไปออกประเทศในกลุ่มมหาสมุทรอินเดีย เป็นจุดหนึ่งน่าจะต้องศึกษาเพิ่มเติมถึงความคุ้มค่า และในส่วนของการอัพเกรดรางต่างๆ เพื่อให้ลดระยะทาง ลดเวลา เพิ่มคุณภาพการขนส่ง ท่าเรือระนองจะมีรางรถไฟสมัยสงครามโลกอยู่ คิดว่าน่าจะนำมาศึกษาใหม่ คิดว่าคงยังไม่ใช่คำตอบว่าจะเป็น Missing Link ในจุดนี้ต้องทำ แต่ต้องศึกษาเพิ่มเติมว่าจะทำอย่างไรให้มีประสิทธิภาพการขนส่งมากที่สุด ลดระยะเวลา เพิ่มคุณภาพทางการขนส่งให้ได้มากที่สุด

กรรมการศึกษาแลนด์บริดจ์ชุดนี้มีการปรับมุมมองใหม่ว่าทำอย่างไรให้ประเทศไทยได้ประโยชน์สูงสุด ในเชิงวิชาการจริงๆ เราไม่ได้มองว่าประเทศไทยได้ประโยชน์จากการสินค้าผ่านอย่างไร แต่ว่าเราต้องมองกลับไปว่า เราจะเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์อย่างไร แล้วมาดูว่าเราจะเพิ่มศักยภาพของจุดขนส่งจุดไหนเพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ จึงเกิด Missing Link ขึ้นมา

Missing Link ความหมายคือ เรามีอยู่บางส่วนแล้ว แล้วเติมส่วนขาดอยู่ ซึ่งในการลงทุนของ Missing Link เข้าใจว่าจะมีการอัพเกรดท่าเรือระนองก่อนและมีทางรถไฟจะแยกจากชุมพรมาที่ระนอง ทางรถไฟรางคู่เราจะทำอยู่แล้ว ชุมพร-สุราษฎร์ สุราษฎร์-หาดใหญ่ จะเป็นสายแยกมาในจุดขาดช่วง ก็มีการเติมเข้าไป อยากเน้นย้ำว่า ถึงแม้เราไม่ได้ลงทุนทางรถไฟ แต่ถ้าอัพเกรดแค่ระนองก็สามารถทำได้ เพราะทางรถไฟมาถึงหลังสวน จ.ชุมพร สามารถใช้รถบรรทุกขนส่งได้ระยะทาง 90-100 กม. อัพเกรดท่าเรือระนองก่อน เฟสต่อไปก็อาจจะเป็นทางรถไฟ 20,000 กว่าล้านบาท ก็ถือเป็นงบประมาณสูงพอสมควร ถ้างบประมาณจำกัด priority คือควรจะอัพเกรดท่าเรือระนองช่วงแรกก็สามารถขนส่งทางรถได้

ต้องการลงทุนน้อยที่สุด แต่ได้มูลค่ามากที่สุด เรื่องความจำเป็นเชื่อมอันดามันกับอ่าวไทย มองว่าสุราษฎร์ธานีใช้ได้มีท่าเรือเดิมอยู่แล้ว ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องเชื่อมก็ได้ เพราะสิ่งที่มอง เราควรจะมองว่าทำอย่างไรให้เกิดการลงทุนในประเทศไทย การสร้างงานให้เกิดในประเทศและสามารถส่งออกไปในจุดทางออกของประเทศได้ ภาคใต้ฝั่งตะวันออกจะมีสุราษฎร์ธานี สงขลาและสงขลา สามารถอัพเกรดเป็นท่าเรือมีศักยภาพเพิ่มมากขึ้น ตอนบนอาศัยสุราษฎร์ธานีได้ ส่วนชุมพรสินค้ายังไม่ได้เยอะมาก ดังนั้น ในตอนนี้อาจจะยังไม่ แต่ในอนาคตถ้ามีโรงงานอุตสาหกรรมเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากขึ้น อาจถึงเวลาจำเป็นต้องสร้างท่าเรือฝั่งชุมพรได้ แต่ถ้าดูความจำเป็นจริงๆ ก็ค่อยเป็นค่อยไป เราคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและการเติบโตทางเศรษฐกิจ และต้องมีโครงสร้างพื้นฐานรองรับการเติบโตในส่วนนี้ ต้องมองในหลายมิติด้วย

การเชื่อมถึงจีน ถามว่าถ้าสินค้าลงมาจากจีนได้มีวอลุ่มค่อนข้างเยอะ จีนก็จะมีทางออกทางทวีปของตัวเองอยู่แล้ว แต่ถ้าในอนาคตมีสินค้าบางสินค้าจำเป็นต้องประกอบจากจีน หรือผลิตจากจีนมาประกอบในไทย ด้านนอกจะเป็นเซ็นเตอร์รวบรวมสินค้าจากจีนมาผลิตตรงนี้ หรือสินค้านำเข้าไทยทางระนองในส่วนประกอบของจากจีนมีศักยภาพที่จะเป็นไปได้ อยากให้มีการศึกษาให้ดูว่าออปชั่นไหนดีที่สุด อย่าให้เหมือนที่ผ่านมา เพราะเราพลาดไปแล้วจากแลนด์บริดจ์ ฟันธงลงไปว่าต้องเอาแลนด์บริดจ์ เราควรคิดตั้งแต่ทำอย่างไรให้ไทยเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์และมีกี่ออปชั่น แล้วต้องดูว่าออปชั่นไหนดีที่สุดสำหรับคนไทยและประเทศไทย แล้วค่อยเลือกอันนั้น ดังนั้น ไม่อยากให้ติดกระดุมผิดอีกแล้ว คณะกรรมการชุดใหม่จะศึกษาว่าทำอย่างไรให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ ต้องมาดูว่ามีออปชั่นไหนอย่างไร แล้วค่อยมาสรุปว่าควรจะดำเนินการอย่างไรบ้าง ทำอย่างไรให้ต้นทุนถูกที่สุด ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด

ควรทำเท่าที่จำเป็น ตอนนี้ท่าเรือระนองมีวอลุ่มมากขึ้น เพราะการส่งออกไทยไปพม่าเจอปัญหาหลายอย่างเป็นปัญหาภายในประเทศ การอัพเกรดท่าเรือระนองเป็นเรื่องสำคัญ คาดหวังสำหรับท่าเรือระนองเพราะพูดกันมานาน จะทำแต่ไม่ได้ทำสักที ติดปัญหาหลายอย่างเป็นข้อจำกัด เรื่องร่องน้ำ เรื่องโขดหินใต้น้ำ ควรศึกษาอย่างจริงจัง เพราะถ้าค้านทุกอย่างเราจะไม่ได้อะไรเลย ภาคใต้จะไม่พัฒนาเลย เราติดกับดักตรงนี้เป็นสิบๆ ปี

บุญชู ศัยศักดิ์พงษ์
ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตรัง

ที่จริงแล้วเรามองว่าโครงการแลนด์บริดจ์เป็นไปไม่ได้ตั้งแต่แรกแล้วที่รัฐบาลเริ่มโปรเจ็กต์ เพราะในระบบการขนส่งของโลกไม่มีที่ไหนจะเอาตู้คอนเทนเนอร์ขึ้นๆ ลงๆ ผ่านแลนด์บริดจ์แล้วจะเร็วกว่าช่องทางเดิมที่ทำกันมายาวนาน แต่เข้าใจว่ารัฐบาลชุดนี้มีฮิดเด้น (Hidden) บางอย่าง จึงริเริ่มโครงการแลนด์บริดจ์ขึ้นมา เรื่องสุดท้ายแล้วก็เป็นไปไม่ได้ในแง่ความเป็นจริง ก็เลยเปลี่ยนแผนมาทำ Missing Link เพื่อเติมเต็มโครงข่ายคมนาคมในส่วนขาดหายของภาคใต้แทน หันไปมองกลุ่มประเทศ BIMSTEC เป็นเป้าหมาย

ในส่วนของภาคอุตสาหกรรมและการขนส่งของ จ.ตรัง ในเมื่อแลนด์บริดจ์สําหรับภาคใต้ก็พับไปแล้ว ตนนำเสนอผู้บริหารหรือภาครัฐคือ TRANG 5 CONNECT-Andaman Gateway to ASEAN เพราะจากแนวโน้มการปรับโครงการแลนด์บริดจ์ ชุมพร-ระนอง ไปสู่แนวคิด Missing Link เน้นใช้โครงสร้างพื้นฐานเดิมและลงทุนเติมส่วนที่ขาด จ.ตรัง ควรเสนอแผนเชื่อมโยงเศรษฐกิจภาคใต้ เพื่อให้ตรังเป็นประตูอันดามันเชื่อมไทย-มาเลเซีย-อาเซียน

ปัจจุบัน SEC (Southern Economic Corridor) ครอบคลุม 4 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช จึงควรผลักดันให้ จ.ตรัง และภาคใต้ตอนล่างเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโครงข่ายในระยะต่อไป ใน 5 โครงการสำคัญ ได้แก่ 1.Trang-ทุ่งสง Rail & Logistics Missing Link พัฒนาเส้นทางกันตัง-ตรัง-ห้วยยอด-ทุ่งสง เป็นเส้นทางขนส่งสินค้า พร้อม Logistics Hub/ICD และระบบ Cold Chain เชื่อมรถไฟ ถนน และท่าเรือ รองรับยางพารา ปาล์มน้ำมัน อาหารทะเล ผลไม้ และสินค้าอุตสาหกรรม เป้าหมายคือให้ตรังเป็น Western Gateway ของ Missing Link ภาคใต้ 2.Kantang Multimodal Port ฟื้นศักยภาพ ท่าเรือกันตัง โดยศึกษาร่องน้ำ ท่าเรือสินค้า Container Yard และการเชื่อมต่อรถไฟ เพื่อสร้างประตูการค้าฝั่งอันดามัน เชื่อมกันตัง-มาเลเซีย-ปีนัง-ช่องแคบมะละกา พร้อมเชื่อมทางบกสู่ทุ่งสง สุราษฎร์ฯ ชุมพร และหาดใหญ่ 3.Trang-Satun-Perlis-Penang Economic Corridor พัฒนาแนวเศรษฐกิจ ตรัง-ปะเหลียน-สตูล-เปอร์ลิส-ปีนัง เชื่อมเศรษฐกิจอันดามันเข้าสู่มาเลเซีย และผลักดันภายใต้กรอบ IMT-GT ให้เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศ 4.Trang Andaman Industrial & Cold Chain Hub สร้างฐานแปรรูปและกระจายสินค้ามูลค่าสูง โดยใช้จุดแข็งของภาคใต้ ได้แก่ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน อาหารทะเล อาหารแปรรูป และผลไม้ เชื่อมตลาดทั้งภาคกลาง อันดามัน และมาเลเซีย 5.SEC Phase 2-ขยายสู่ภาคใต้ตอนล่างเสนอขยาย SEC เป็นแนวชุมพร-ระนอง-สุราษฎร์ธานี-นครศรีธรรมราช-ตรัง-สตูล-สงขลา-เปอร์ลิส-ปีนัง-มาเลเซีย เพื่อยกระดับจาก Southern Economic Corridor สู่ ASEAN Southern Economic Corridor

ข้อเสนอทั้งหมดควรมาจากแนวคิดหลัก ไม่ใช่การเสนอในลักษณะการขอโครงการให้ จ.ตรัง แต่เราเสนอให้รัฐบาลสร้างโครงข่ายเศรษฐกิจภาคใต้เชื่อมอ่าวไทย-อันดามัน-มาเลเซีย โดยใช้โครงสร้างพื้นฐานเดิมให้เต็มศักยภาพ และลงทุนเฉพาะ Missing Link ที่จำเป็น คือ TRANG 5 CONNECT ได้แก่ Rail Connect Port Connect Malaysia Connect Industrial Connect SEC Connect เป้าหมายคือยกระดับ จ.ตรัง จากจังหวัดปลายทางสู่ศูนย์กลางเชื่อมเศรษฐกิจอันดามันกับอาเซียน ข้อเสนอเหล่านี้จะมีการยื่นนำเสนอต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ต่อไป