หน้าแรก เศรษฐกิจ พิพัฒน์ สั่งเ...

พิพัฒน์ สั่งเร่งสร้าง รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ดันเฟสแรกเปิดปี’73 เฟสสองเริ่มสร้างปี’70

27.07.26 | 18:33 น.

‘พิพัฒน์’ เร่งรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ดันเฟสแรกเปิดปี 2573 เฟสสองเริ่มสร้างปี 2570

เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารการพัฒนาโครงการความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย-จีน ครั้งที่ 1/2569 ว่า ที่ประชุมได้ติดตามความคืบหน้าและเร่งรัดการดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ทั้งระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา และการเตรียมความพร้อมระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา-หนองคาย เพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายรถไฟไทย สปป.ลาว และจีน รองรับการเดินทาง การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวในอนาคต

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่จะยกระดับระบบคมนาคมของประเทศ เชื่อมกรุงเทพฯ กับภาคตะวันออกเฉียงเหนือและจังหวัดหนองคาย ซึ่งเป็นประตูการค้าชายแดน เมื่อแล้วเสร็จจะช่วยลดระยะเวลาเดินทาง เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง กระจายการลงทุนสู่ภูมิภาค และส่งเสริมการพัฒนาเมืองรอบสถานี รวมถึงภาคธุรกิจ การท่องเที่ยว และบริการตามแนวเส้นทาง

สำหรับโครงการระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา ระยะทาง 250.77 กิโลเมตร วงเงิน 179,412.21 ล้านบาท มีงานโยธา 14 สัญญา ปัจจุบันก่อสร้างแล้วเสร็จ 2 สัญญา อยู่ระหว่างก่อสร้าง 10 สัญญา และอยู่ระหว่างจัดซื้อจัดจ้าง 2 สัญญา คิดเป็นความก้าวหน้าภาพรวมร้อยละ 55.27 โดยงานอุโมงค์มวกเหล็กและลำตะคอง รวมถึงช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว และกุดจิก-โคกกรวด มีความคืบหน้าใกล้แล้วเสร็จ ขณะที่สัญญา 4-1 ช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง และสัญญา 4-5 ช่วงบ้านโพ-พระแก้ว อยู่ระหว่างเร่งรัดขั้นตอนเพื่อเริ่มก่อสร้างโดยเร็ว

กระทรวงคมนาคมตั้งเป้าเปิดให้บริการช่วงกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมาในปี 2573 เพื่อเพิ่มทางเลือกการเดินทางและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ตามแนวเส้นทาง

Advertisement

ส่วนโครงการระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา-หนองคาย ระยะทาง 357.12 กิโลเมตร วงเงิน 341,351.42 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำร่างขอบเขตงาน (TOR) และราคากลาง ควบคู่กับการเวนคืนที่ดิน โดยมีแผนประกาศประกวดราคางานโยธา 8 สัญญาภายในเดือนธันวาคม 2569 ตั้งเป้าเริ่มก่อสร้างในปี 2570 และแล้วเสร็จในปี 2574 ซึ่งจะทำให้โครงข่ายรถไฟความเร็วสูงเชื่อมกรุงเทพฯ-หนองคายได้อย่างสมบูรณ์ และเชื่อมต่อกับ สปป.ลาว และจีน

ที่ประชุมยังรับทราบแนวทางให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างงานโยธาสัญญา 4-1 ช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง รวมถึงรับทราบรูปแบบสีและลวดลายขบวนรถไฟที่สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบรางจัดทำ เพื่อใช้ประกอบการกำหนดคุณลักษณะทางวิศวกรรมและพัฒนาการผลิตภายในประเทศ อันเป็นการวางรากฐานอุตสาหกรรมระบบรางไทย ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศในระยะยาว

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบให้แยกงานก่อสร้างสะพานข้ามจุดตัดทางรถไฟในโครงการระยะที่ 1 ออกเป็นสัญญาใหม่ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงานและเร่งรัดการก่อสร้างให้เป็นไปตามแผน

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีนจะเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถด้านโลจิสติกส์ เชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจ และยกระดับบทบาทของไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการคมนาคมและโลจิสติกส์ของภูมิภาค พร้อมสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ กระจายความเจริญสู่ทุกภูมิภาค และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน