หน้าแรก เศรษฐกิจ สศค. ชี้เศรษฐ...

สศค. ชี้เศรษฐกิจภูมิภาค มิ.ย. รายได้เกษตรกรน่าห่วงทั่วประเทศ

30.07.26 | 06:00 น.

เศรษฐกิจภูมิภาค มิ.ย. รายได้เกษตรกรน่าห่วงทั่วปท. ดัชนีเชื่อมั่นอนาคตฟื้น รับแรงหนุนท่องเที่ยวมาตรการรัฐ

นายพิสิทธิ์ พัวพันธ์ ผู้อำนวยการกองนโยบายเศรษฐกิจมหภาค ในฐานะโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยภาวะเศรษฐกิจภูมิภาคเดือนมิถุนายน 2569 ว่า เศรษฐกิจภูมิภาคเดือนมิถุนายน 2569 มีปัจจัยสนับสนุนจากการบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ เช่นเดียวกับการลงทุนภาคเอกชนที่ปรับตัวดีขึ้นในหลายภูมิภาค อีกทั้งความเชื่อมั่นผู้บริโภค และความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมปรับตัวดีขึ้นทุกภูมิภาค โดยมีรายละเอียดดังนี้

นายพิสิทธิ์ กล่าวว่า กรุงเทพฯ และปริมณฑล ขยายตัวจากกำลังซื้อภาคเอกชน โดย VAT เพิ่มขึ้น 6.2% ยอดจดทะเบียนรถยนต์นั่งเพิ่มขึ้น 21.1% และรถจักรยานยนต์เพิ่มขึ้น 9.2% การลงทุนในหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ยังขยายตัว สะท้อนจากยอดจดทะเบียนรถบรรทุกและรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลที่เพิ่มขึ้น ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 2.2% ส่วนด้านภาคตะวันออกเป็นภูมิภาคที่โดดเด่นด้านการบริโภค โดยการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ณ ราคาคงที่ ขยายตัวถึง 35.5%เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่ยอดจดทะเบียนรถยนต์นั่งใหม่เพิ่มขึ้น 19.6% และรถจักรยานยนต์เพิ่มขึ้น 20.1% เงินลงทุนโรงงานใหม่เพิ่มขึ้น 28.1% จากการลงทุนโรงงานผลิตอิฐมวลเบาในจังหวัดชลบุรี อย่างไรก็ตาม รายได้เกษตรกรลดลง 2.8% และรายได้จากนักท่องเที่ยวลดลง 2.3% แม้จำนวนนักท่องเที่ยวยังเพิ่มขึ้น 0.7%

อีสานลงทุนพุ่ง 41% – ใต้เกษตรกรรายได้โตสุด

นายพิสิทธิ์ กล่าวว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การใช้จ่ายภาครัวเรือนขยายตัวจาก VAT 13.2% ขณะที่รถยนต์นั่ง และรถจักรยานยนต์ขยายตัวต่อเนื่อง เงินลงทุนโรงงานใหม่เพิ่มขึ้น 41.1% จากโครงการผลิตก๊าซชีวภาพในจังหวัดร้อยเอ็ด ขณะที่รถบรรทุกจดทะเบียนใหม่เพิ่มขึ้น 21.9% อย่างไรก็ตาม รายได้เกษตรกรลดลง 2.1% และจำนวนนักท่องเที่ยว 2.9% กับรายได้จากการท่องเที่ยวลดลง 3.0% ส่วนฝั่งภาคใต้เป็นภูมิภาคเดียวที่รายได้เกษตรกรยังขยายตัว โดยเพิ่มขึ้น 6.2% ส่งผลให้กำลังซื้อภาคครัวเรือนเติบโตต่อเนื่อง สะท้อนจากยอดจดทะเบียนรถยนต์นั่งที่เพิ่มขึ้น 21.9% และรถจักรยานยนต์เพิ่มขึ้น 20.6%อย่างไรก็ตาม จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง 1.1% และรายได้จากนักท่องเที่ยวลดลง 4.3%

นายพิสิทธิ์ กล่าวว่า ภาคเหนือ รับปัจจัยบวกจากเงินลงทุนโรงงานใหม่พุ่ง 125.5% จากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดกว่า 50 เมกะวัตต์ในจังหวัดลำปาง ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 1.3% และรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 1.2% อย่างไรก็ตาม รายได้เกษตรกรลดลง 4.8% ส่วนฝั่งภาคกลาง ได้แรงส่งจากการท่องเที่ยว โดยจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 1.4% และรายได้จากนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 1.9% รถบรรทุกจดทะเบียนใหม่เพิ่มขึ้น 182.4% อย่างไรก็ตาม VAT รถยนต์นั่ง และรายได้เกษตรกรหดตัว ส่วนฝั่งภาคตะวันตก การบริโภคภาคเอกชนยังขยายตัวต่อเนื่อง โดย VAT เพิ่มขึ้น 8.5% และยอดจดทะเบียนรถยนต์นั่งเพิ่มขึ้น 22.9% แต่รายได้เกษตรกรยังลดลงถึง 8.9% ขณะที่รายได้จากการท่องเที่ยวทรงตัว ทั้งนี้ ทุกภูมิภาคมีดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อน สะท้อนการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ แม้ว่าหลายพื้นที่ยังเผชิญแรงกดดันจากรายได้ภาคเกษตรและภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวไม่ทั่วถึง

Advertisement

ดัชนีเชื่อมั่นเศรษฐกิจภูมิภาคอนาคตฟื้น อีอีซี-อีสานโตเด่น 

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคประจำเดือนก.ค. 2569 จากการประมวลผลข้อมูลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจรายจังหวัดจากสำนักงานคลังจังหวัด 76 จังหวัดทั่วประเทศ และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อจัดทำดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค โดยพบว่า “ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคประจำเดือน ก.ค. 2569 สะท้อนแนวโน้มเศรษฐกิจภูมิภาคในระยะ 6 เดือนข้างหน้าที่ขยายตัวได้ โดยเฉพาะในภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยได้รับแรงสนับสนุนของภาคบริการในช่วงฤดูการท่องเที่ยวปลายปี มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ และภาคอุตสาหกรรมการเกษตรที่ได้รับปัจจัยหนุนจากผลผลิตที่เพิ่มขึ้นและสภาพอากาศเอื้อต่อการเพาะปลูก ขณะที่ยังต้องติดตามความผันผวนของราคาพลังงาน ต้นทุนการผลิต และความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศ

นายวินิจ กล่าวว่า ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคตะวันออกอยู่ที่ระดับ 76.5 สะท้อนความเชื่อมั่นเศรษฐกิจในช่วง 6 เดือนข้างหน้ายังคงขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะ ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่ส่งสัญญาณบวกอย่างต่อเนื่องที่ระดับ 78.5 โดยมีภาคบริการและภาคอุตสาหกรรมเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ จากแนวโน้มการท่องเที่ยวที่เติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงฤดูการท่องเที่ยวปลายปี รวมถึงกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวและการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ขณะที่ยังต้องติดตามความต่อเนื่องของกำลังซื้อภาคประชาชนและภาวะเศรษฐกิจโดยรวม

นายวินิจ กล่าวว่า ขณะเดียวกัน ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ที่ระดับ 72.4 ซึ่งมีแรงสนับสนุนจากการขยายตัวของผลผลิตสินค้าเกษตรที่ออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว รวมถึงด้านราคาสินค้าเกษตรมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น ประกอบกับการส่งเสริมสินค้าเกษตรปลอดภัย ผลิตภัณฑ์ชุมชน OTOP และการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ส่วนฝั่งดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคตะวันตกอยู่ที่ระดับ 71.6 โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรมเป็นสำคัญ สำหรับภาคเกษตร มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นจากมาตรการส่งเสริมสนับสนุนของภาครัฐอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับเป็นช่วงที่ผลผลิตมะพร้าวและส้มโอออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากนโยบายภาครัฐเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ อุปสงค์ที่ขยายตัว และความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ปรับตัวดีขึ้น แม้ผู้ประกอบการบางส่วนยังชะลอการลงทุนจากภาวะเศรษฐกิจที่ทรงตัว

เชื่อมั่นบวก แรงหนุนท่องเที่ยวมาตรการรัฐ

นายวินิจ กล่าวว่า ขณะที่ ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคเหนืออยู่ที่ระดับ 70.5 สะท้อนความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจที่ขยายตัวได้ โดยเฉพาะภาคบริการและภาคอุตสาหกรรม โดยภาคบริการมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการเข้าสู่ช่วงฤดูการท่องเที่ยว สำหรับภาคอุตสาหกรรม ได้รับปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวของอุปสงค์ การลงทุน และระดับการผลิตที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลก ต้นทุนพลังงาน และกำลังซื้อภายในประเทศอย่างใกล้ชิด

นายวินิจ กล่าวว่า ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคใต้อยู่ที่ระดับ 68.7 สะท้อนจากภาคบริการและการลงทุนมีแนวโน้มขยายตัวจากการเข้าสู่ฤดูการท่องเที่ยว การจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และการขนส่งปรับตัวดีขึ้นขณะที่ความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการและนโยบายสนับสนุนการลงทุนช่วยส่งเสริมให้การลงทุนและการจ้างงานมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคกลางอยู่ที่ระดับ 67.9 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากภาคบริการที่มีแนวโน้มฟื้นตัวจากนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยว มาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายภาครัฐ ซึ่งช่วยสนับสนุนกำลังซื้อและสร้างความเชื่อมั่นต่อภาคบริการ แม้ยังมีปัจจัยกดดันจากสภาพอากาศ ในขณะที่การลงทุนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากแรงสนับสนุนของภาครัฐ การฟื้นตัวของการท่องเที่ยว และความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการ ส่งผลให้เกิดการลงทุนภาคการผลิตต่าง ๆ เพิ่มขึ้น

นายวินิจ กล่าวว่า ขณะที่ ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจ กทม. และปริมณฑลอยู่ที่ระดับ 60.6 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจที่ขยายตัว โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการทั้งนี้ กำลังซื้อภาคครัวเรือนที่เปราะบาง ระดับหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ความผันผวนของต้นทุนการผลิต รวมถึงความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ นโยบายการค้าโลก และภาวะเศรษฐกิจโลกอาจส่งผลกระทบต่อมุมมองความเชื่อมั่นในระยะถัดไป