ททท.หวั่นน้ำผึ้งหยดเดียวฉุดเที่ยวไทย-มือมืดฉวยโอกาสทุบซ้ำ รุกสื่อสารหนักขึ้น
เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า กรณีความขัดแย้งบนโลกออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยวและแฟนคลับชาวต่างชาติ โดยเฉพาะในกรณีของอิตาลีและจีนที่กำลังกลายเป็นประเด็นอ่อนไหวต่อความรู้สึกของทั้งประชาชนชาวไทย และต่างชาติประเทศต้นทางเองนั้น ถือเป็นเรื่องพฤติกรรมส่วนบุคคล ไม่อยากให้เหมารวมในภาพใหญ่ แม้ภาพที่เกิดขึ้นจะไม่ได้ดูดีมากนัก แต่ยืนยันว่าไม่ได้ส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวไทย ทั้งคนไทยและประเทศไทยยังคงเป็นมิตรในการต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ต้องเข้ามาท่องเที่ยวแบบให้เกียรติซึ่งกันและกัน
น.ส.ฐาปนีย์กล่าวว่า แผนการขับเคลื่อนภาคการท่องเที่ยวไทย ยังคงต้องเน้นสื่อสารภาพลักษณ์เชิงบวกออกไปให้ได้มากที่สุด เพราะเมื่อเหตุการณ์ในลักษณ์เชิงลบเป็นกระแสในโลกออนไลน์ การตอบคำถามถึงความปลอดภัยหรือภาพลักษณ์ เรากังวลว่าการสื่อสารที่มากเกินไปอาจกลายเป็นเหตุการณ์น้ำผึ้งหยดเดียวที่ขยายวงกว้าง โดยเฉพาะกับประเทศยุทธศาสตร์อย่างจีนและอิตาลี ซึ่งต้องยอมรับว่าในโลกออนไลน์ ความคิดเห็นมีความหลากหลายและซับซ้อน อารมณ์ของคนแต่ละประเทศไม่ได้เป็นก้อนเดียว เราจึงอยากให้เรื่องนี้จบลงโดยเร็วที่สุด ไม่ต้องการให้มีการต่อความยาวสาวความยืดอีก อยากให้ยกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นบทเรียนราคาแพงที่ทุกฝ่าย ทั้งผู้บริหารจัดการคอนเสิร์ตและแฟนคลับต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัวและหาจุดสมดุลในการอยู่ร่วมกัน
น.ส.ฐาปนีย์กล่าวว่า ในมิติทางเศรษฐกิจและการแข่งขัน ททท.ให้ความสำคัญกับการเฝ้าระวัง “มือที่สาม” หรือประเทศคู่แข่ง ที่อาจใช้สถานการณ์ความขัดแย้งบนโลกออนไลน์เข้ามาถล่มภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย เนื่องจากการกระทำบนโลกออนไลน์มักขาดความรับผิดชอบ (Responsibility) และส่งผลกระทบแบบบูมเมอแรงที่ย้อนกลับมาทำลายประเทศชาติได้ เพราะคนแสดงความคิดบนสื่อสังคมออนไลน์ในแพลตฟอร์มต่างๆ ส่วนใหญ่ไม่ได้คิดว่าตัวเองต้องรับผิดชอบความคิดเห็นของตัวเองที่สื่อออกไป แม้เป็นข้อความที่ส่งผลกระทบต่อใคร หรือต่ออะไรก็ไม่ได้สนใจ เพราะคิดว่าตัวเองไม่มีความผิดและไม่ได้รับผลกระทบด้วย ซึ่งความจริงไม่ใช่แบบนั้น เพราะความคิดเห็นต่างๆ ส่งผลกระทบอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นเชิงบวกหรือเชิงลบก็ตาม
“ททท.ยืนยันว่าประเทศไทยยังคงสถานะการเป็นกัลยาณมิตรกับทุกประเทศ ซึ่งจากการประเมินภาพรวมในตอนนี้ยังไม่มีสัญญาณว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะกระทบต่อภาพรวมความปลอดภัยของการท่องเที่ยวอย่างรุนแรง แต่ได้กำชับให้ผู้จัดกิจกรรมต่างๆ เพิ่มความระมัดระวังในประเด็นที่ละเอียดอ่อน (Sensitive Issues) เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต” น.ส.ฐาปนีย์กล่าว
น.ส.ฐาปนีย์กล่าวอีกว่า สำหรับทิศทางการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลัง แม้จะอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านหรือการทรานส์ฟอร์มไปสู่การควบรวมระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยว และกระทรวงวัฒนธรรม แต่แผนงานของ ททท.ยังคงทำงานไปตามไทม์ไลน์และกลยุทธ์ที่วางไว้ โดยงานด้านการตลาดและการประชาสัมพันธ์จะไม่ลดบทบาทลงแน่นอน แต่อาจมีภารกิจเพิ่มเติมในอนาคต โดย ททท.จะมุ่งเน้นการใช้วัฒนธรรมเป็นรากเหง้าสำคัญในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทย ซึ่งมองว่าความหลากหลายของวัฒนธรรม ธรรมชาติ และสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น (Man-made) คือส่วนผสมหลักที่แยกออกจากกันไม่ได้ การส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ผ่านอาหารไทย ประเพณี และกิจกรรมทางวัฒนธรรม จะถูกยกระดับให้เข้มข้นยิ่งขึ้น เพื่อสร้างจุดขายที่แข็งแกร่งและยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของไทยในระยะยาว ซึ่งการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมไม่สามารถแยกออกจากกันได้แน่นอน

