เอกนิติเผย เปิดขาย “ออมพลัส” วันแรกเกลี้ยงใน 21 วินาที เตรียมเปิดรอบถัดไป 3–5 ส.ค. นี้ ชี้แก้โจทย์ออมต่ำ-หนี้ครัวเรือนพุ่ง-รองรับสังคมสูงวัย
เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงการเปิดขายพันธบัตรรัฐบาลออมพลัสวันแรกว่า ได้รับรายงานจากสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เกี่ยวกับข้อมูลการเปิดจำหน่ายล็อตแรกผ่านแอพพลิเคชันเป๋าตัง วงเงินรวม 2,000 ล้านบาท ถูกจำหน่ายหมดลงภายในเวลาเพียง 21 วินาที โดยการจำหน่าย “พันธบัตรออมพลัส” ครั้งที่ 1 ในวันแรก (31 กรกฎาคม 2569) ผ่านวอลเล็ต สบม. บนแอพพลิเคชัน “เป๋าตัง” ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างล้นหลาม โดยมีผู้ซื้อรวมทั้งสิ้น 1,590 คน ซื้อครบเต็มวงเงินจำหน่าย 2,000 ล้านบาท ภายในวันเดียว แบ่งเป็น
1.พันธบัตรออมพลัส รุ่นอายุ 3 ปี มีผู้ซื้อ 259 คน มูลค่ารวม 217,309,100 บาท และ 2.พันธบัตรออมพลัส รุ่นอายุ 10 ปี มีผู้ซื้อ 1,331 คน มูลค่ารวม 1,782,690,900 บาท ทั้งนี้ สำหรับประชาชนที่พลาดโอกาสในรอบแรก กระทรวงการคลังเตรียมเปิดจำหน่ายรอบถัดไปในวันที่ 3 – 5 สิงหาคมนี้ วงเงินขั้นต่ำ 1,000 บาท จัดสรรในรูปแบบ Small Lot First ผ่าน Bond Connect Platform เพื่อกระจายสิทธิให้ผู้ลงทุนรายย่อยอย่างทั่วถึง และจะทยอยเปิดจำหน่ายเป็นประจำทุกเดือน
นายเอกนิติ กล่าวว่า เพื่อความยั่งยืนทางการเงินเพื่อส่งเสริมให้เกิดวินัยการออมและการลงทุนที่เข้าถึงง่าย กระทรวงการคลังเสนออัตราดอกเบี้ยคงที่ 1.80% ต่อปี (รุ่นอายุ 3 ปี) และ 2.80% ต่อปี (รุ่นอายุ 10 ปี) และผู้ลงทุนจะได้รับประโยชน์ “พลัส” มากกว่าการออมรูปแบบเดิม ดังนี้ “พลัส” ทุกเดือน มีจําหน่ายทุกเดือน เข้าถึงการออมได้ง่ายและทั่วถึง (Financial Inclusion) “พลัส” ผลตอบแทน ด้วยดอกเบี้ยที่จูงใจ “พลัส” ตลาดรอง ซึ่งมีกลไกตลาดมารองรับและช่วยสะท้อนราคาซื้อขายที่แท้จริงและโปร่งใส “พลัส” ช่องทางจําหน่าย ด้วยการเพิ่มช่องทางจําหน่ายที่มากขึ้นผ่านทั้งวอลเล็ต สบม. ธนาคารพาณิชย์ บริษัทหลักทรัพย์และแอปพลิเคชัน Streaming ประชาชนสามารถเริ่มลงทุนได้ตั้งแต่ 100 บาท ผ่านวอลเล็ต สบม. บนแอพพลิเคชันเป๋าตัง หรือเลือกจองซื้อผ่านธนาคาร บริษัทหลักทรัพย์ และแอพพลิเคชัน Streaming โดยเริ่มต้นที่ 1,000 บาท (small lot first ผ่าน Bond Connect Platform) เพื่อให้ประชาชน สามารถเลือกรูปแบบการลงทุนที่เหมาะกับเงินออมและความสะดวกของตนเอง
นายเอกนิติ กล่าวว่า อย่างไรก็ดี เน้นย้ำว่าพันธบัตรออมพลัสไม่ได้ตอบโจทย์แค่คนตัวเล็ก แต่ตอบโจทย์ประเทศด้วย ใน 3 ชั้น ได้แก่ 1. ชั้นครัวเรือน วินัยออมสม่ำเสมอทุกเดือน ผลตอบแทนจูงใจกว่าเงินฝากทั่วไป เชื่อมพอร์ตลงทุนได้จริง เป็นก้าวแรกของความมั่นคงในวัยเกษียณ ซึ่งสำคัญยิ่งขึ้นในยุคที่ผู้สูงวัยไทยจำนวนมากยังไม่มีกันชนทางการเงินรองรับตัวเอง
2. ชั้นตลาดทุน ตลาดรองที่โปร่งใสและมีสภาพคล่อง คือการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานตลาดทุนไทย เชื่อมพันธบัตรออมทรัพย์แบบเดิมสู่ Digital Investment Ecosystem หนุนเป้าหมายพลิกฟื้นสัดส่วนการออมของประเทศที่ลดลงต่อเนื่องเกือบ 10 ปี ให้กลับมาแข็งแรงในปีแห่งการลงทุนนี้ และ
3. ชั้นการคลังและโครงสร้างประชากร การขยายฐานผู้ออมในประเทศให้กว้างขึ้น คือส่วนหนึ่งของการกระจายเครื่องมือระดมทุนภาครัฐ ไม่ได้ช่วยแค่เสถียรภาพหนี้สาธารณะ แต่ช่วยเตรียมประเทศให้พร้อมรับมือสังคมสูงวัยที่กำลังมาเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาด ยิ่งวัยทำงานวันนี้มีเครื่องมือออมระยะยาวที่มั่นคง ภาระที่จะตกไปอยู่กับระบบการเงินการคลังในอนาคตก็จะเบาลงตามไปด้วย
นายเอกนิติ กล่าวว่า ทั้งนี้ ออมพลัส ยึดหลัก Target ในกรอบ 5T เพื่อใช้เครื่องมือทางการคลังอย่างมีเป้าหมายและมีวินัย การสร้างวินัยการออมระยะยาวจะช่วยลดภาระการเงินการคลังของภาครัฐในการดูแลผู้สูงอายุในอนาคต พร้อมทั้งยกระดับตลาดทุนไทยไปสู่ Digital Investment Ecosystem โดยผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.setinvestnow.com/th/bondconnect-selling-agent

