หน้าแรก เศรษฐกิจ สุรศักดิ์ เล็...

สุรศักดิ์ เล็งเจรจา เอกนิติ ขอใช้งบเงินกู้ 2.45 พันล้านบาท อัด 3 แพคเกจบูสต์เที่ยวไทย

1.08.26 | 12:08 น.

สุรศักดิ์ เล็งเจรจา เอกนิติ ขอใช้งบเงินกู้ 2.45 พันลบ. อัด 3 แพคเกจบูสต์เที่ยวไทย

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า กระทรวงฯ มีแผนหารือร่วมกับกระทรวงการคลัง เพื่อขอใช้งบประมาณจากพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 400,000 ล้านบาท เพื่อรับมือผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อภาคธุรกิจจากวิกฤต แทนการรอใช้งบกลางของปีงบประมาณ 2570 เพื่อจัดทำโครงการกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ ทั้งตลาดต่างชาติเที่ยวไทย รวมถึงตลาดคนไทยเที่ยวไทยด้วย โดยเบื้องต้นกำหนดไว้ที่ 3 โครงการหลัก ซึ่งจะใช้วงเงินงบประมาณรวมอยู่ที่ 2.45 พันล้านบาท เร่งดำเนินการให้ทันในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (โลว์ซีซั่น) นี้ หรือภายในเดือนกันยายนนี้เป็นต้นไป

นายสุรศักดิ์กล่าวว่า มาตรการทั้ง 3 โครงการประกอบด้วย 1.โครงการไทยเที่ยวไทย พลัส เป็นโครงการร่วมจ่าย (โคเพย์เมนต์) เพื่อเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ จำนวน 500,000 สิทธิ โดยรัฐบาลจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายสูงสุด 3,000 บาท ใช้งบประมาณ 1,750 ล้านบาท 2.โครงการ Fly Thai All the Feelings งบประมาณ 200 ล้านบาท เพื่อมอบส่วนลดค่าโดยสารเที่ยวบินภายในประเทศ และ 3.โครงการ Thailand Air Connect งบประมาณ 500 ล้านบาท เพื่ออุดหนุนเที่ยวบินระหว่างประเทศ ทั้งเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (charter flights) และการร่วมทำการตลาดกับสายการบินพาณิชย์ (co-marketing) โดยคาดการณ์ว่า ทั้ง 3 โครงการจะสามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวได้ไม่ต่ำกว่า 56,000 ล้านบาท

“หากต้องรอใช้งบกลางของปี 2570 เพื่อดำเนินมาตรการเหล่านี้ ระยะเวลาอาจเริ่มดำเนินการได้เร็วที่สุดในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) แล้ว ทำให้พลาดโอกาสที่จะกระตุ้นตลาดในช่วงเดือนกันยายนหรือตุลาคม ซึ่งถือว่ายังเป็นช่วงโลว์ซีซั่นอยู่” นายสุรศักดิ์กล่าว

นายสุรศักดิ์กล่าวว่า รายละเอียดของ พ.ร.ก.เงินกู้ 400,000 ล้านบาท แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ 1.วงเงิน 200,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยสู่พลังงานหมุนเวียนและพลังงานสะอาด และ 2.วงเงิน 200,000 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วนแก่ครัวเรือนและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน โดยมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวทั้ง 3 โครงการอาจเข้าข่ายใช้งบจากส่วนที่ 2 ได้ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยถูกนำไปใช้ดำเนินโครงการร่วมจ่ายเพื่อการบริโภคไทยช่วยไทย พลัส ที่ใช้จ่ายจนถึงปัจจุบันมาแล้ว

นายสุรศักดิ์กล่าวว่า สถานการณ์การท่องเที่ยวในขณะนี้ ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวและสายการบินได้รับผลกระทบโดยตรงจากวิกฤตในตะวันออกกลางและวิกฤตราคาพลังงาน ส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินงานและราคาน้ำมันเชื้อเพลิงปรับตัวสูงขึ้น โดยทั้ง 3 โครงการได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) ด้านการท่องเที่ยว เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งกระทรวงจะหารือเพื่อสรุปรายละเอียดด้านงบประมาณร่วมกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในสัปดาห์ถัดไป ก่อนเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาภายในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ และหากมาตรการระยะแรกประสบความสำเร็จ กระทรวงมีแผนจะออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวระยะที่สองในช่วงโลว์ซีซั่นครั้งถัดไป

Advertisement