ดันท่องเที่ยวใหม่ ผู้ว่าฯททท.ลุยเปิดยุทธศาสตร์ เน้นคุณภาพหวังดึงรายได้ ‘ทีเอชเอ’ เชียร์ไทยเที่ยวไทยพลัสเริ่ม 1 ก.ย.
เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ประเทศไทยกำลังเดินหน้าเข้าสู่การท่องเที่ยวใหม่ ตามพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวต่างชาติเน้นเดินทางเที่ยวด้วยตัวเอง (เอฟไอที) สอดคล้องกับนโยบายของททท.ต้องการปรับเปลี่ยนจากการเน้นจำนวนนักท่องเที่ยวมาแบบกรุ๊ปทัวร์มาเป็นนักท่องเที่ยวคุณภาพ เพราะต้องยอมรับว่าแม้กรุ๊ปทัวร์จะให้จำนวนเยอะ แต่รายได้ต่อหัวกลับน้อย และปัจจุบันกลุ่มทัวร์เหล่านี้ปรับลดจำนวนเป็นกลุ่มเล็กลง รวมถึงเปลี่ยนประเทศจุดหมายปลายทางแทนไทย อาทิ ไปเที่ยวเวียดนาม ถือเป็นประเทศที่มีการท่องเที่ยวใหม่กว่า
“เราอยู่ระหว่างการปรับปรุงภาพลักษณ์ของประเทศ (Rebranding) เน้นเรื่องความปลอดภัยและความเป็นระเบียบเรียบร้อย เพื่อลบภาพจำด้านลบจากปัญหาเคยเกิดขึ้นในอดีต ทั้งปัญหาสแกมเมอร์ เหตุอาชญกรรม และเพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวกลุ่มเอฟไอทีข้ามาท่องเที่ยวไทยเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง” น.ส.ฐาปนีย์ กล่าว
น.ส.ฐาปนีย์ กล่าวว่า ด้านการอำนวยความสะดวกเดินทางเข้าประเทศไทย ขณะนี้มีการยกระดับบริการด้วยเทคโนโลยี Face Recognition เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว (Recognition)
น.ส.ฐาปนีย์ กล่าวว่า ททท.สนับสนุนการใช้เทคโนโลยี Face Recognition ณ จุดตรวจคนเข้าเมือง เริ่มใช้กับนักท่องเที่ยวจากฮ่องกงและสิงคโปร์เดินทางเข้าไทยเป็นครั้งที่สองก่อนเป็นกลุ่มแรกๆ มีแผนจะขยายสิทธิประโยชน์นี้ไปยังประเทศอื่นๆ ต่อไป เพื่อลดความแออัดและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ รวมถึงเป็นการดึงดูดใจให้นักท่องเที่ยวรู้สึกพิเศษ กลับมาเที่ยวไทยซ้ำอีกในอนาคต ภาคการท่องเที่ยวไทยภายใต้แนวคิดการเน้นคุณค่าหรือรายได้มากกว่าจำนวนนักท่องเที่ยว (Value over Volume) เพื่อชดเชยการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมตลาดยังคงมุ่งเน้นตลาดหลักเป็นฐานลูกค้าประจำ ทั้งจีน และอินเดีย รวมถึงตลาดอาเซียน อาทิ มาเลเซีย และรักษาฐานตลาดยุโรปและอเมริกา พร้อมนำเสนอขายประเทศไทยในมุมมองใหม่ หรือประสบการณ์ใหม่แก่นักท่องเที่ยว เพื่อให้ปี 2569 เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่านสู่การท่องเที่ยวใหม่ หรือ The New Thailand ส่งเสริมกลุ่มตลาดศักยภาพสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวสูง ได้แก่ กลุ่มท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ กลุ่มเฮลท์แอนด์เวลเนส กลุ่มลักชัวรี่ กลุ่มเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล และกลุ่มท่องเที่ยวเชิงกีฬา เป็นกลุ่มมีแรงจูงใจการเดินทางสูง มีความสามารถในการจ่าย มีความยืดหยุ่นต่อปัจจัยภายนอกมากกว่า
น.ส.ฐาปนีย์ กล่าวว่า ขณะเดียวกันยังเร่งผลักดันกลยุทธ์ Amazing 5 Economy เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ได้แก่ 1.Life Economy มุ่งยกระดับสินค้าและบริการของประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลาง Wellness & Medical Tourism พร้อมตอกย้ำแคมเปญ Healing is the New Luxury มุ่งให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางฟื้นฟูกายและใจของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก 2.Sub-Culture Economy เร่งดำเนินกิจกรรมผ่านอีเวนต์ต่างๆ เพื่อเจาะกลุ่มที่มีความสนใจหรือมีความต้องการเฉพาะตัวมากขึ้น 3.Night Economy เศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ยามค่ำคืน เพิ่มเวลาและกระจายการท่องเที่ยวทั้งเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยวไปพร้อมกัน ผ่านกิจกรรมและอีเวนต์แสง สี ในพื้นที่ต่างๆ เพิ่มเติม 4.Circular Economy วางรากฐานระบบเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวออกแบบให้ทรัพยากรถูกใช้หมุนเวียนอย่างมีประสิทธิภาพ และ 5.Platform Economy ส่งเสริมการท่องเที่ยวยุคดิจิทัล อำนวยความสะดวกในการเดินทางอย่างไร้รอยต่อ เที่ยวไทย อุ่นใจ สะดวกสบายมากที่สุด
นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) เปิดเผยว่า กรณีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เตรียมหารือร่วมกับกระทรวงการคลัง เพื่อขอใช้งบประมาณของเงินกู้ในการจัดทำโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ โดยเฉพาะโครงการไทยเที่ยวไทย พลัส เป็นรูปแบบโคเพย์เมนต์ หรือร่วมกันจ่ายระหว่างรัฐและประชาชนพยายามให้เริ่มต้นในเดือนกันยายนนี้ อยากให้เร่งดำเนินการช่วงวันที่ 1 กันยายนนี้เป็นต้นไปถึงเดือนตุลาคมนี้ เพื่อให้จบโครงการก่อนเข้าสู่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) จะเริ่มเดือนพฤศจิกายนนี้ เนื่องจากเป็นช่วงมีนักท่องเที่ยวออกเดินทางกันหนาแน่นมากอยู่แล้ว รวมถึงราคาโรงแรมห้องพักจะปรับสูงขึ้นตามความต้องการ (ดีมานด์) จึงอยากป้องกันการถูกตั้งคำถามถึงราคาห้องพักจะสูงขึ้นเทียบกับช่วงเวลาปกติ
ข้อเสนอถึงรัฐบาลที่สำคัญคือ อยากให้ดึงภาคเอกชนร่วมออกแบบระบบ เปิดโอกาสให้สมาคมเกี่ยวข้องมีส่วนร่วมวางโครงสร้างระบบการจอง เพื่อป้องกันปัญหาเคยเกิดขึ้นในอดีต อาทิ ความชัดเจนของราคาห้องพัก (Dynamic Pricing) ความผิดพลาดการสื่อสาร ปรับเกณฑ์ใช้สิทธิตามวงเงิน เสนอให้เปลี่ยนจากการจำกัดจำนวนสิทธิ อย่างที่ตั้งไว้เบื้องต้น 500,000 สิทธิ เป็นการใช้จ่ายจนกว่าวงเงินงบประมาณจะหมด เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ไม่เหลือเงินงบประมาณค้างท่อเหมือนปี 2569 การตั้งเงื่อนไขท่องเที่ยวข้ามจังหวัด เพื่อให้เงินหมุนเวียนจริง ควรให้ใช้สิทธิเดินทางนอกพื้นที่ตามทะเบียนบ้าน อาทิ คนกรุงเทพฯ ต้องไปใช้สิทธิจังหวัดอื่น เพื่อกระตุ้นการเดินทางและการกระจายรายได้แท้จริง

