‘ไชยชนก’ลงพื้นที่นครพนม เดินหน้า AI Literacy ลดความเหลื่อมล้ำ-ยกระดับทักษะดิจิทัลคนไทย

3.08.26 | 11:17 น.

‘ไชยชนก’ลงพื้นที่นครพนม เดินหน้า AI Literacy ลดความเหลื่อมล้ำสร้างโอกาสเข้าถึงเทคโนโลยี ยกระดับทักษะดิจิทัลคนไทย

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ลงพื้นที่จังหวัดนครพนม พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กมธ.ดีอี) สภาผู้แทนราษฎร ผลักดันยุทธศาสตร์สร้างความรู้ความเข้าใจด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI Literacy) และทักษะดิจิทัลให้เยาวชนและประชาชน รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัล

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี พร้อมด้วย นายธีรวุฒิ ธงภักดิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดีอี นายอลงกต มณีกาศ ประธาน กมธ.ดีอี และคณะกรรมาธิการฯ ร่วมลงพื้นที่ติดตามการขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมทักษะดิจิทัล การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI อย่างปลอดภัย รวมถึงการสร้างภูมิคุ้มกันภัยไซเบอร์ให้แก่เยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดน โดยมี ว่าที่พันตรีอดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม หัวหน้าส่วนราชการ คณะครู นักเรียน และประชาชนเข้าร่วมกิจกรรม

ทั้งนี้ นายไชยชนก ได้เป็นประธานเปิดงานสัมมนา “ฉลาดคิด ฉลาดใช้ AI เยาวชนรุ่นใหม่ รู้เท่าทัน ภัยไซเบอร์” ซึ่งจัดโดย กมธ.ดีอี ณ โรงเรียนธาตุพนม อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม พร้อมตรวจเยี่ยมการจัดการเรียนการสอนด้านเทคโนโลยี AI ของโรงเรียนอนุบาลวัดพระธาตุพนม “พนมวิทยาคาร” เพื่อผลักดันการวางรากฐานทักษะดิจิทัลแก่เด็กและเยาวชนตั้งแต่ระดับปฐมวัย นอกจากนี้ ยังได้พบปะนักเรียนโรงเรียนเรณูนครวิทยานุกูล พร้อมบรรยายพิเศษในหัวข้อ “ฉลาดคิด ฉลาดใช้ AI เยาวชนรุ่นใหม่ รู้เท่าทันภัยไซเบอร์” โดยเน้นการพัฒนากระบวนการคิดวิเคราะห์ การใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ และการรู้เท่าทันภัยออนไลน์

Advertisement

นายไชยชนก กล่าวว่า กระทรวงดีอีให้ความสำคัญกับการสร้างความพร้อมด้านดิจิทัลแก่เยาวชนทั่วประเทศ โดยเฉพาะการสร้างความตระหนักรู้และภูมิคุ้มกันทางไซเบอร์ ผ่านความร่วมมือกับ กมธ.ดีอี ในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ AI เพื่อให้เยาวชนสามารถนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ไปประยุกต์ใช้กับการเรียน การพัฒนาตนเอง และการสร้างสรรค์นวัตกรรมได้อย่างเหมาะสม

“การสร้าง AI Literacy ไม่ได้หมายถึงเพียงการใช้เครื่องมือ AI แต่ต้องควบคู่ไปกับความเข้าใจถึงประโยชน์ ข้อจำกัด และความปลอดภัยในการใช้งาน เพื่อให้เด็กและเยาวชนมีภูมิคุ้มกันต่อภัยไซเบอร์และการหลอกลวงออนไลน์ตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงมัธยมศึกษา” นายไชยชนก กล่าว

นายไชยชนก กล่าวว่า จากการลงพื้นที่พบว่า โรงเรียนอนุบาลวัดพระธาตุพนม “พนมวิทยาคาร” มีการนำ AI มาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอน โดยนักเรียนสามารถใช้ AI เพื่อฝึกเขียนโปรแกรมเบื้องต้น แต่งภาพ และสร้างเกม ภายใต้การบูรณาการกับวิชาคณิตศาสตร์และการเกษตร ซึ่งถือเป็นแนวทางสำคัญในการสร้างทักษะดิจิทัลตั้งแต่ระดับพื้นฐาน ขณะเดียวกัน ยังได้ติดตามการดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงดีอีในจังหวัดนครพนม อาทิ สำนักงานสถิติจังหวัดที่บูรณาการข้อมูลร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ของจังหวัด บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ในโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ” รวมถึงการสนับสนุนช่องทางจำหน่ายสินค้าออนไลน์ของวิสาหกิจชุมชนและผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย ผ่านแพลตฟอร์ม Thailand Post Mart

รวมถึงติดตามโครงการ “ซิมอาสา เพื่อ อสม.” ของบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ซึ่งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการสื่อสารให้แก่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน โดยกระทรวงดีอีเตรียมนำข้อมูลผลการดำเนินงานเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อใช้เป็นแนวทางพัฒนาการช่วยเหลือประชาชนในระยะต่อไป

ด้าน นายอลงกต มณีกาศ ประธาน กมธ.ดีอี ได้เสนอแนะแนวทางยกระดับการสร้างความรู้และทักษะดิจิทัลในระดับชุมชน โดยเฉพาะโครงการเน็ตประชารัฐและศูนย์ดิจิทัลชุมชน ให้ต่อยอดสู่ “ศูนย์การเรียนรู้ด้านเทคโนโลยี AI ของชุมชน” หรือ AI Center เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการในพื้นที่สามารถเรียนรู้และใช้ประโยชน์จาก AI ในชีวิตประจำวัน รวมถึงพัฒนาศักยภาพสตาร์ทอัพท้องถิ่น

“กระทรวงดีอีพร้อมนำข้อเสนอแนะจาก กมธ.ดีอี มาปรับใช้ในการกำหนดนโยบายและการดำเนินงานจริง ทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างทักษะ AI ให้เยาวชนและประชาชน ผ่านศูนย์ดิจิทัลชุมชนทั่วประเทศ เพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาสการเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างเท่าเทียม และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยอย่างยั่งยืน” นายไชยชนก กล่าว