หน้าแรก เศรษฐกิจ สทนช. ชูยุทธศ...

สทนช. ชูยุทธศาสตร์ SEA พลิกโฉม ‘หนองหาร-ห้วยหลวงตอนล่าง’ มุ่งแก้แล้ง-ลดน้ำท่วมอย่างยั่งยืน

3.08.26 | 20:15 น.

สทนช. เดินหน้าแผนแม่บทลุ่มน้ำโขงอีสาน 15 จังหวัด ชูการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) เป็นกลไกหลักในการจัดทำแผนแม่บทบริหารจัดการน้ำ 20 ปี (พ.ศ. 2566–2580) มุ่งพลิกโฉม “หนองหาร” และ “ห้วยหลวงตอนล่าง” เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) พร้อมด้วย นางรณิดา เหลืองฐิติสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ในลุ่มน้ำโขงตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมมอบนโยบายสำคัญเร่งด่วน คือ “ส่วนประกอบใดสร้างเสร็จ ให้เปิดใช้งานช่วยเหลือประชาชนทันที โดยไม่ต้องรอให้จบทั้งโครงการ”

เร่งเครื่อง “หนองหาร” ชูบึงสีไฟโมเดล

จากการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหนองหาร จ.สกลนคร ร่วมกับนางรณิดา เหลืองฐิติสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร พบว่าแผนพัฒนาหนองหาร (62 โครงการ วงเงิน 7,445 ล้านบาท) มีความก้าวหน้าร้อยละ 21.10 สทนช. จึงได้ร่วมกับทางจังหวัดเร่งทบทวนแผนงานสู่ความยั่งยืน ดังนี้

น้ำประปา: คืบหน้าเกือบ 100% ประชาชนใช้น้ำได้เต็มศักยภาพแล้ว
จัดการวัชพืช: ปัจจุบันกำจัดได้น้อยมาก จึงเตรียมจับมือกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ นำนวัตกรรมมาใช้ และหารือเอกชนแปรรูปเป็นปุ๋ยเชิงพาณิชย์
หนุนประมงท้องถิ่น: เตรียมปลดล็อกข้อจำกัดให้ท้องถิ่น สนับสนุนรายได้ชุมชนกว่า 40 ล้านบาทต่อปี
อนุรักษ์พื้นที่: ใช้การอนุรักษ์และการพัฒนาควบคู่การท่องเที่ยว พร้อมเร่งบูรณาการแก้ปัญหาน้ำเสียชุมชน

Advertisement

ปลดล็อก “ห้วยหลวงตอนล่าง” สู่ระบบจัดการน้ำอัจฉริยะ

โครงการฯ ในพื้นที่ จ.หนองคาย และ จ.อุดรธานี (วงเงิน 21,000 ล้านบาท) คืบหน้าไปร้อยละ 25 มีจุดยุทธศาสตร์สำคัญคือ สถานีสูบน้ำบ้านแดนเมือง อ.โพนพิสัย ที่คืบหน้าถึงร้อยละ 84.46 ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 10 เครื่อง (ศักยภาพรวม 150 ลูกบาศก์เมตร/วินาที) พนังกั้นน้ำ 82 กิโลเมตร และแก้มลิง 35 แห่ง เพื่อบริหารจัดการน้ำหล่อเลี้ยงพื้นที่เกษตรกว่า 3 แสนไร่ อย่างเบ็ดเสร็จทั้งหน้าแล้งและหน้าฝน รับมือเอลนีโญ – กำชับ สทนช.ภาค 3 เร่งขับเคลื่อนการรับมือในระดับพื้นที่

นายชยันต์ ระบุว่า ปัจจุบันปรากฏการณ์เอลนีโญส่งผลให้ปริมาณฝนลดลงร้อยละ 10 และปริมาณน้ำในหนองหารลดลงไปกว่า 10 ล้านลูกบาศก์เมตร สทนช. จึงได้ร่วมมือกับกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) ในการประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดแบบรายวัน พร้อมบริหารจัดการน้ำผ่านระบบเส้นควบคุม (Dynamic Curve) อย่างรัดกุม

ด้าน นายธรรมพงศ์ เนาวบุตร ผู้อำนวยการ สทนช.ภาค 3 กล่าวเพิ่มเติมว่า เลขาธิการ สทนช. ได้กำชับให้ สทนช.ภาค 3 บูรณาการร่วมกับ จ.สกลนคร กรมทรัพยากรน้ำและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งปรับปรุงแผนหลักการบริหารน้ำของหนองหาร เพื่อเตรียมเสนอต่อคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ต่อไป ในส่วนโครงการพัฒนาลุ่มน้ำห้วยหลวงตอนล่าง ได้มอบหมายให้ สทนช.ภาค 3 ร่วมกับกรมชลประทาน ติดตามและขับเคลื่อนโครงการให้เป็นไปตามแผนงาน ระเบียบที่เกี่ยวข้อง รวมถึงข้อเสนอแนะของคณะกรรมการลุ่มน้ำและ กนช. อย่างเคร่งครัด พร้อมให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งกำจัดวัชพืชและสิ่งก่อสร้างที่กีดขวางทางน้ำ เพื่อเปิดทางให้น้ำไหลสะดวกและเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำอย่างเต็มศักยภาพในช่วงฤดูฝนนี้ ซึ่งจะช่วยลดและบรรเทาผลกระทบที่อาจจะเกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุด