หน้าแรก เศรษฐกิจ ธุรกิจขนส่ง-ร...

ธุรกิจขนส่ง-รถเช่าอ่วม ชี้วิกฤตหนักกว่าโควิด เผชิญปัจจัยลบ 3 เด้งส่อปิดตัวอีกเพียบ

5.08.26 | 05:04 น.

ธุรกิจขนส่ง-รถเช่าอ่วม ชี้วิกฤตหนักกว่าโควิด เผชิญปัจจัยลบ 3 เด้งส่อปิดตัวอีกเพียบ

นายวสุเชษฐ์ โสภณเสถียร ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย (สปข.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ธุรกิจรถขนส่งในปัจจุบันเข้าขั้นวิกฤตแล้ว มีความรุนแรงและน่ากังวลมากกว่าช่วงเกิดโควิด-19 ด้วยซ้ำ โดยจากการสำรวจข้อมูลพบว่า จำนวนผู้ประกอบการที่ยังสามารถดำเนินธุรกิจได้เหลืออยู่ไม่ถึง 50% เมื่อเทียบกับช่วงโควิด และลดลงจากปี 2568 ที่ผ่านมาอีกประมาณ 30% ทำให้จำนวนรถที่หมุนเวียนอยู่ในตลาดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากช่วงโควิดที่มีรถอยู่เกือบ 40,000 คัน ลดลงเหลือ 14,000 คันเมื่อสองปีก่อน และปัจจุบันคาดว่าเหลือรถที่พร้อมใช้งานจริงไม่ถึง 10,000 คันเท่านั้น


นายวสุเชษฐ์ กล่าวว่า ขณะนี้ธุรกิจขนส่งทั่วประเทศกำลังเผชิญกับผลกระทบ 3 เด้ง ที่ทำให้รายได้หายแต่ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น ได้แก่ 1.งบประมาณภาครัฐถูกตัด จากเดิมช่วงนี้จะเป็นฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ของงานเช่าเหมาเพื่อการดูงานและประชุมสัมมนาของหน่วยงานราชการ แต่ปีนี้งบประมาณส่วนนี้ถูกตัดไปทั้งหมด ทำให้ภาคส่วนนี้หายไปจากตลาดทันที 2.เศรษฐกิจและตลาดนักท่องเที่ยวเปลี่ยนไป ลูกค้าทั้งกลุ่มต่างชาติ (Inbound) และในประเทศ (Domestic) ลดลงอย่างมาก อีกทั้งพฤติกรรมการท่องเที่ยวเปลี่ยนจากกลุ่มคณะทัวร์ขนาดใหญ่เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวเดินทางเอง (เอฟไอที) มากขึ้น และ 3.ต้นทุนพลังงานพุ่งสูงขึ้น จากการที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นจากเดิมลิตรละประมาณ 30 บาท มาอยู่ที่ 34-35 บาท ทำให้ต้นทุนน้ำมันของผู้ประกอบการพุ่งขึ้นถึง 30-40% แต่สามารถปรับราคาค่าบริการกับลูกค้าได้เพียง 10-15% เท่านั้น เนื่องจากติดข้อจำกัดด้านงบประมาณของลูกค้าและภาวะเศรษฐกิจที่ฝืดเคือง

นายวสุเชษฐ์ กล่าวว่า โครงการของรัฐบาลอย่างรถเก่าแลกรถใหม่ เพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้างไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า หรืออีวีมากขึ้นนั้น รถขนส่งขนาดใหญ่ก็อยากเข้าไปมีส่วนร่วมในโครงการนี้เช่นกัน เพื่อปรับโมเดลธุรกิจสู่ความยั่งยืนมากขึ้น และเพื่อประคองธุรกิจให้รอดพ้นวิกฤต โดยได้ยื่นข้อเสนอต่อภาครัฐผ่านหลายช่องทาง ทั้งกระทรวงการคลังและกระทรวงคมนาคม แต่ยังไม่มีเสียงตอบรับที่ชัดเจน ซึ่งข้อเสนอหลักๆ คือ การเสริมสภาพคล่อง ต้องการมาตรการสนับสนุนด้านเงินทุนหมุนเวียน (Soft Loan) เพื่อประคองบริษัท รวมถึงนโยบายรถเก่าแลกรถอีวี ที่เสนอให้รัฐสนับสนุนการปรับเปลี่ยนรถยนต์จากระบบเครื่องยนต์สันดาปเดิม เป็นรถยนต์ไฟฟ้าโดยใช้วิธีนำรถเก่ามาเทรดเพื่อเป็นส่วนลดในการซื้อรถใหม่ตามนโยบายพลังงานสะอาด

“ต้องยอมรับว่าตอนนี้ธุรกิจต้องปรับเปลี่ยนไปตามพฤติกรรมของลูกค้าและนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะการยกระดับภาพลักษณ์สู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เป็นการเปลี่ยนเทรนด์การให้บริการไปสู่ความยั่งยืน (Sustainability) ซึ่งถูกมองว่าเป็นทางรอดเดียวที่จะสร้างจุดขายใหม่ และดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติในอนาคตได้มากขึ้น” นายวสุเชษฐ์ กล่าว

นายวสุเชษฐ์ กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มในช่วงไอซีซั่นที่กำลังจะมาถึงตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนนี้ เป็นต้นไปนั้น ประเมินว่ายังไม่มีปัจจัยบวกที่ชัดเจนและยอดจอง (Booking) ยังไม่กระเตื้องขึ้นแม้แต่น้อย ทำให้ความหวังส่วนใหญ่จึงฝากไว้กับการจัดงานหรือจัดอีเวนต์ขนาดใหญ่ในช่วงปลายปี อาทิ งานพืชสวนโลกที่จังหวัดอุดรธานี ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นการเช่ารถในท้องถิ่นได้ หากรัฐมีนโยบายส่งเสริมการเดินทางที่ชัดเจน โดยเน้นย้ำว่าภาครัฐจำเป็นต้องเร่งดำเนินการเร็วที่สุด โดยเฉพาะด้านยโยบายที่ต้องประกาศออกมาให้ชัดเจน เพราะหากยังไม่มีนโยบายช่วยเหลือที่ชัดเจน ผู้ประกอบการจำนวนมากอาจต้องทยอยปิดตัวลงไปเรื่อยๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

Advertisement

นายวสุเชษฐ์ กล่าวว่า ในส่วนแผนกระตุ้นการท่องเที่ยวของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่วางแนวทางดำเนินโครงการไทยเที่ยวไทย พลัส สมทบเงินให้ประชาชนออกเดินทางท่องเที่ยว ซึ่งจะมีบริการส่วนของรถเช่าเพิ่มมาด้วยนั้น เบื้องต้นยังไม่ได้ส่งผลบวกต่อธุรกิจขนส่งมากนัก เพราะรถบัสที่มีอยู่จะไม่ได้เข้าร่วมโครงการ ซึ่งโครงการที่จะได้อานิสงส์เชิงบวกต่อธุรกิจขนส่งจริงๆ เป็นโครงการรถทัวร์เที่ยวไทย หรือทัวร์บัสไทย ไปได้ทุกภาค ที่เคยดำเนินการแล้วเมื่อปี 2568 ถือเป็นโครงการที่ภาครัฐดำเนินการโดยจัดกลุ่มรถทัวร์และบริษัททัวร์ไว้ในแพคเกจเดียวกันเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งหากมีโครงการในลักษณะนี้ออกมาจะเป็นส่วนช่วยธุรกิจขนส่งแบบตรงๆ