พณ.ชี้ไทยยังมีโอกาสทองในห่วงโซ่อุปทานมันสำปะหลังของโลก เตรียมจัด Thai Tapioca Nexus 2026
วันที่ 5 สิงหาคม นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า จากภารกิจขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้าตามนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) ในการแสวงหาโอกาสใหม่ในห่วงโซ่อุปทานโลก กรมฯ ได้เดินหน้าเจาะตลาดเป้าหมายที่มีศักยภาพสูงทั้งในตลาดเดิมและตลาดใหม่ด้วยมาตรการเชิงรุก อาทิ ตลาดญี่ปุ่น ซึ่งกรมฯ ได้มีการหารือร่วมกับกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงแห่งญี่ปุ่น (MAFF) เพื่อผลักดันการขยายโควตานำเข้าแป้งมันสำปะหลังภายใต้กรอบความร่วมมือ JTEPA พร้อมรุกตลาดอุตสาหกรรมมูลค่าสูงและกลุ่มอาหารสัตว์ร่วมกับสมาคมสหกรณ์การเกษตรแห่งชาติญี่ปุ่น (ZENNOH) ดันยอดสั่งซื้อมันสำปะหลังอัดเม็ด (ช่วงเดือนมีนาคม-มิถุนายน) พุ่งสูงถึง 1,340 ตัน มูลค่า 13.5 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้นร้อยละ 219 และร้อยละ 244 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนตามลำดับ
ขณะที่ตลาดจีน นครฉงชิ่ง กรมฯ สร้างหมุดหมายสำคัญในการเปิดตลาดใหม่ผ่านกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ ซึ่งคาดการณ์ว่าจะก่อให้เกิดมูลค่าการสั่งซื้อภายในหนึ่งปีรวมกว่า 2,087 ล้านบาท สำหรับตลาดสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ได้มีการประสานความร่วมมือกับผู้ผลิตเคมีภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์รายใหญ่ในการนำแป้งมันสำปะหลังไทยไปทดสอบเพื่อพัฒนาเป็นสารเคลือบผิวป้องกัน (Barrier Coating) ควบคู่กับการได้รับความสนใจจากผู้ผลิตเคมีภัณฑ์รายใหญ่ที่เปิดรับตัวอย่างสินค้าไปทดลองในกระบวนการทางเคมี และตลาดสหรัฐอเมริกา ผู้ส่งออกไทยสามารถปิดดีลคำสั่งซื้อกับผู้นำเข้ารายใหญ่ พร้อมรักษาความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างเหนียวแน่น เนื่องจากแป้งมันสำปะหลังดิบและแป้งออร์แกนิก (พิกัดศุลกากร 1106.20/1108.14.00) ซึ่งครองสัดส่วนส่งออกหลักกว่าร้อยละ 60 ของการส่งออกแป้งมันสำปะหลังไปยังสหรัฐฯ ยังคงได้รับสิทธิยกเว้นภาษีภายใต้มาตรา 301 ในอัตราร้อยละ 0
นอกจากนี้ จากภารกิจขยายตลาดส่งออกสินค้ามันสำปะหลังมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดภูมิภาคตะวันออกกลาง ได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งกรมฯ ได้จัดคณะผู้แทนฯ ไปเจรจาขยายตลาดช่วงที่ผ่านมา โดยฟาร์มโคนมรายใหญ่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้ให้ความสนใจนำมันสำปะหลังอัดเม็ดของไทยไปทดลองใช้เป็นส่วนผสมหลักในอาหารสัตว์ ซึ่งถือเป็นโอกาสในการขยายฐานการค้าสู่ภูมิภาคดังกล่าว
แม้ว่าภาพรวมการส่งออกสินค้ามันสำปะหลังของไทยในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 จะมีปริมาณรวม 2.52 ล้านตัน มูลค่า 38,003.15 ล้านบาท ซึ่งปรับตัวลดลงตามสภาวะเศรษฐกิจและการค้าโลก แต่เมื่อพิจารณาเฉพาะสินค้ามันสำปะหลังอัดเม็ด กลับพบการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีปริมาณการส่งออก 0.18 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่า 1,250.76 ล้านบาท หรือขยายตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 30 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จจากการทำงานเชิงรุกชองกรมฯ ในการบุกเบิกตลาดเป้าหมายฯ
เพื่อต่อยอดความสำเร็จดังกล่าว กรมการค้าต่างประเทศเตรียมผนึกกำลังกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จัดงานใหญ่แห่งปี Thai Tapioca Nexus 2026 ในวันที่ 13 สิงหาคมนี้ ณ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ เพื่อเปิดเวทีให้ผู้ประกอบการ SME และวิสาหกิจชุมชนไทยได้พบปะเจรจาและสร้างเครือข่ายธุรกิจโดยตรงกับผู้นำเข้าศักยภาพสูงจากทั่วโลก ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในตลาดโลกต่อไป



