‘ฐิติพร’โชว์‘WellEra’BDMS สร้างระบบนิเวศสุขภาพแห่งอนาคต
หมายเหตุ – น.ส.ฐิติพร หนูคง ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และกรรมการผู้จัดการโครงการ ซิลเวอร์ เวลเนส บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ร่วมเวทีสัมมา EXCLUSIVE MEETING ‘NEW TOURISM NEW ECONOMY: เจาะโอกาสเศรษฐกิจสุขภาพ พลิกอนาคตท่องเที่ยวไทย’ จัดโดยเครือมติชน ณ เดอะ คริสตัล บ็อกซ์อาคารเกษรทาวเวอร์ กทม. เมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา
น.ส.ฐิติพร หนูคง
ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
และกรรมการผู้จัดการโครงการ WellEra บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS
โครงการ WellEra ของบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS ไม่ได้ถูกวางให้เป็นเพียงโครงการมิกซ์ยูส หรือที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรี่ แต่ถูกออกแบบให้เป็น Everyday Wellness Ecosystem หรือระบบนิเวศด้านสุขภาพ ที่เชื่อมโยงการใช้ชีวิต การดูแลสุขภาพ และสภาพแวดล้อมเข้าไว้ด้วยกัน
สะท้อนว่า WellEra ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพื่อตอบโจทย์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ แต่ต้องการเป็นต้นแบบของการใช้ชีวิตที่ให้ความสำคัญกับการป้องกันโรค และยกระดับประเทศไทยสู่ Better Living Destination
●จากแนวคิดป้องกันโรค สู่จุดกำเนิดของ WellEra
แม้จะมีประสบการณ์ด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และการออกแบบมากกว่า 25 ปี ไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์ แต่การได้ทำงานร่วมกับทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้าน Scientific Wellness ของ BDMS ทำให้เห็นภาพการดูแลสุขภาพในมิติที่แตกต่างจากเดิม สิ่งที่ได้รับจากการทำงานร่วมกับบุคลากรทางการแพทย์ คือการตระหนักว่าการรักษาที่ดีที่สุด ไม่ใช่การรักษาเมื่อเกิดโรค แต่คือ การดูแลตัวเองก่อนเจ็บป่วย ซึ่งเป็นแนวคิดเดียวกับที่วิทยากรหลายคนบนเวทีสัมมนาสะท้อนตรงกัน
“การรักษาที่ดีที่สุด คือการดูแลตัวเองก่อนป่วย เราไม่ปล่อยให้ตัวเองป่วยก่อนแล้วค่อยมารักษา เพราะการมีสุขภาพที่ดีเริ่มต้นได้จากสิ่งรอบตัว ทั้งการนอน การออกกำลังกาย การรับประทานอาหารที่มีคุณภาพ และสภาพแวดล้อมในการใช้ชีวิต”
จากการเปลี่ยนแปลงของโลกในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทั้งสถานการณ์โควิด-19 สงคราม และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ทำให้ความต้องการของผู้คนเปลี่ยนไป นักท่องเที่ยวไม่ได้เลือกจุดหมายปลายทางจากความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มมองหาสถานที่ที่ช่วยให้มีสุขภาพดีขึ้น และสามารถใช้ชีวิตร่วมกับครอบครัวได้ยาวนานขึ้น แนวโน้มดังกล่าวทำให้ BDMS มองว่า การพัฒนาโครงการในอนาคตไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการสร้างอาคาร แต่ต้องสร้าง “ระบบนิเวศ” ที่ช่วยให้ผู้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในทุกวัน
“เราไม่ได้สร้างอสังหาริมทรัพย์ แต่กำลังสร้างสถานที่ที่ทำให้ผู้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”
แนวคิดนี้ ต่อยอดจากวิสัยทัศน์ของ นพ.ประเสริฐ ปราสาททองโอสถ ที่ต้องการนำกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพเข้าไปอยู่ใกล้ผู้คนมากที่สุด จนเกิดเป็นแนวคิด Everyday Wellness Ecosystem for Everyone ซึ่งเป็นหัวใจของ WellEra
●ออกแบบทุกมิติ เพื่อให้สุขภาพเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิต
อีกหนึ่งแนวคิดสำคัญที่อยู่เบื้องหลัง WellEra คือ การเปลี่ยนมุมมองจาก Lifespan หรืออายุขัย ไปสู่ Healthspan หรือช่วงเวลาที่คนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างแข็งแรงและมีคุณภาพ จากข้อมูล พบว่าคนไทยมีอายุขัยเฉลี่ย 75.3 ปี แต่มี Healthspan เพียง 65.8 ปี หรือมีช่องว่างเกือบ 10 ปี สะท้อนว่า แม้อายุจะยืนยาวขึ้น แต่หลายคนต้องใช้ชีวิตช่วงท้ายกับโรคหรือข้อจำกัดด้านสุขภาพ
“ความท้าทายสำคัญ คือทำอย่างไรให้ Healthspan ยาวขึ้น และลดช่องว่างระหว่าง Healthspan กับ Lifespan เพื่อให้คนไม่ได้มีแค่อายุยืน แต่มีคุณภาพชีวิตที่ดีไปตลอดอายุขัย”
เพื่อให้แนวคิดดังกล่าวเกิดขึ้นจริง WellEra จึงนำองค์ความรู้ด้าน Scientific Wellness มาพัฒนาเป็น 6S Framework ประกอบด้วย Sleep, Strong, Soul, Smart, Social และ Span ซึ่งครอบคลุมทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ การเรียนรู้ การมีปฏิสัมพันธ์กับสังคม และผลลัพธ์คือการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น พร้อมกันนี้ ยังต่อยอดเป็นแนวคิด 6S+ Surrounding ที่ให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพอากาศ น้ำ แสง เสียง และอุณหภูมิ เนื่องจากคนในปัจจุบันใช้ชีวิตภายในอาคารเป็นส่วนใหญ่ จึงเชื่อว่าสิ่งแวดล้อมที่ดีสามารถช่วยส่งเสริมสุขภาพได้ไม่ต่างจากการรักษา
“สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่จำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมาก เพราะเป็นกิจกรรมที่ทุกคนสามารถเริ่มต้นได้ในชีวิตประจำวัน”
●WellEra คือระบบนิเวศสุขภาพ
สิ่งที่ทำให้ WellEra แตกต่างจากโครงการอสังหาริมทรัพย์ทั่วไป คือการวางแนวคิดตั้งแต่เริ่มต้นว่าไม่ใช่การสร้างอาคารแล้วค่อยเติมบริการด้านสุขภาพในภายหลัง แต่เป็นการนำองค์ความรู้ด้านการแพทย์และการออกแบบมาวางแผนร่วมกันตั้งแต่ระดับโครงสร้าง เพื่อให้ทุกองค์ประกอบส่งเสริมการมีสุขภาพที่ดี ทีมพัฒนาโครงการทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้าน Scientific Wellness และสถาปนิกระดับโลกตั้งแต่วันแรก ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบระบบอากาศ แสงสว่าง อุณหภูมิ วัสดุ หรือพื้นที่ใช้สอย เพื่อให้สิ่งแวดล้อมกลายเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน
“Wellness ของเราไม่ได้เป็นสิ่งที่นำมาเติมภายหลัง แต่ถูกวางไว้ตั้งแต่การออกแบบโครงการ เพราะเราเชื่อว่าสภาพแวดล้อมที่ดีช่วยส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตได้”
WellEra จึงถูกพัฒนาให้เป็น Everyday Wellness Ecosystem ที่รวบรวมองค์ประกอบสำคัญของการใช้ชีวิตไว้ในพื้นที่เดียว ทั้ง Wellness Clinic, Lifestyle Mall, Urban Wellness Retreat และ Branded Residence เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพได้ง่ายขึ้น หัวใจสำคัญคือ Wellness Clinic ซึ่งเน้นการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันมากกว่าการรักษาเมื่อเจ็บป่วย ครอบคลุมทั้งการประเมินสุขภาพ เวชศาสตร์ฟื้นฟู การดูแลผิวพรรณ ทันตกรรม การแพทย์แผนไทย และการดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคล โดยออกแบบแพคเกจให้เข้าถึงได้สำหรับคนทุกช่วงวัย
“หลายคนคิดว่า Wellness ต้องใช้เงินเยอะ แต่เราเริ่มจากแพคเกจเล็กๆ เพื่อให้ทุกเพศทุกวัยเข้าถึงได้”
นอกจากบริการทางสุขภาพแล้ว โครงการยังเชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน เช่น ร้านอาหาร ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ พื้นที่ออกกำลังกาย และกิจกรรมฟื้นฟูสุขภาพ เพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถดูแลตัวเองได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เฉพาะเวลาที่เข้ารับการรักษา
WellEra ยังเตรียมนำมาตรฐานด้านสุขภาพระดับสากลมาใช้กับอาคาร โดยตั้งเป้าผ่านมาตรฐาน WELL Platinum, Fitwel 3 Star และ LEED Gold Certified พร้อมนำมาตรฐานเดียวกับโรงพยาบาลมาใช้ในที่พักอาศัย ทั้งระบบกรองอากาศที่ช่วยลดฝุ่น PM2.5 ระบบกรองน้ำที่ลดไมโครพลาสติก ระบบแสงที่สอดคล้องกับนาฬิกาชีวภาพ การออกแบบผนังลดเสียงรบกวน และการควบคุมอุณหภูมิที่เหมาะสมต่อสุขภาพ นอกจากนี้ โครงการยังวางแผนพัฒนาเส้นทางออกกำลังกายเชื่อมต่อสวนลุมพินี และจัดตั้ง Health Center เพื่อให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้ามาใช้บริการได้ โดยมองสวนลุมพินีเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศสุขภาพของ WellEra
●ยกระดับไทยสู่ Better Living Destination
เป้าหมายของ WellEra ไม่ได้อยู่ที่การพัฒนาโครงการเพียงแห่งเดียว แต่ต้องการเป็นต้นแบบในการยกระดับประเทศไทยจาก Tourism Destination ไปสู่ Better Living Destination ที่ใช้จุดแข็งด้านการแพทย์ การบริการ การท่องเที่ยว และคุณภาพชีวิต สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจ ประเทศไทยมีต้นทุนที่แข็งแกร่ง ทั้งทรัพยากรธรรมชาติ อาหารไทย การบริการ การแพทย์แผนไทย และโรงพยาบาลที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ หากสามารถเชื่อมโยงทุกภาคส่วนเข้าด้วยกัน จะช่วยยกระดับทั้งอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสุขภาพในระยะยาว พร้อมกันนี้ ตนมองว่าการผลักดันอุตสาหกรรม
เวลเนสจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคเอกชน รวมถึงการพัฒนาบุคลากรในระบบนิเวศทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นบุคลากรทางการแพทย์ ผู้ให้บริการ ผู้ประกอบการ และมัคคุเทศก์ เพื่อยกระดับมาตรฐานการบริการและสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่นักท่องเที่ยว
“เราไม่ได้อยากให้ภาครัฐช่วยเฉพาะโครงการ แต่ต้องการให้ทุกภาคส่วนร่วมกันขับเคลื่อนแพลตฟอร์มนี้ เพื่อยกระดับประเทศไทยไปด้วยกัน”
WellEra จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับหลายภาคธุรกิจ ตั้งแต่โรงแรม ร้านอาหาร ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เกษตรกร ตลอดจนแรงงานในอุตสาหกรรมเวลเนส ผ่านการยกระดับทักษะและการสร้างอาชีพใหม่ที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจสุขภาพ
“เราไม่ได้วัดความสำเร็จจากจำนวนนักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ที่มาเยือน ทำให้เขาอยากกลับมาอีก และทำให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางด้านการใช้ชีวิตที่ดีในระดับโลก”
WellEra ถือเป็นก้าวแรกของ BDMS ในการสร้างต้นแบบระบบนิเวศสุขภาพที่ผสานการอยู่อาศัย การดูแลสุขภาพ และไลฟ์สไตล์เข้าไว้ด้วยกัน โดยมีกำหนดเปิดให้บริการในส่วน Retail, Wellness Clinic และ Urban Wellness Retreat ในปี 2572 ก่อนเปิด Branded Residence อย่างเต็มรูปแบบในปี 2573 เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Better Living Destination และร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพของไทยในระยะยาว
“เราเชื่อว่าประเทศไทยมีศักยภาพที่จะก้าวสู่เวทีโลกด้านเศรษฐกิจสุขภาพ และ WellEra อยากเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนที่จะทำให้เป้าหมายนั้นเกิดขึ้นจริง”

