รบ.เดินหน้า ‘ไทยเที่ยวไทยพลัส’ สุรศักดิ์เล็งชง ครม.ปลายสิงหาฯ เริ่มใช้ ก.ย.นี้ แย้มแจกคูปองดิจิทัล 1 พันบาท จำกัด 5 แสนสิทธิ
เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า กระทรวงเตรียมประชุมหารือร่วมกับภาคเอกชนเพิ่มเติมในรายละเอียดของโครงการไทยเที่ยวไทย พลัส เนื่องจากหารือร่วมกับกระทรวงการคลังแล้วในช่วงที่ผ่านมามีรายละเอียดบางเงื่อนไขปรับเปลี่ยนจากเดิมเล็กน้อย จึงต้องหารือกับภาคชนว่าจะดำเนินการได้จริงมากน้อยเพียงใด เพื่อให้ไทยเที่ยวไทยพลัส เป็นโครงการกระตุ้นการใช้จ่าย และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยได้มากที่สุด เพราะเชื่อว่าเป็นประโยชน์ต่อประชาชนแน่นอนช่วยลดภาระต้นทุนด้านการท่องเที่ยวให้ได้ จากนั้นจะนำรายละเอียดหารือร่วมกับกระทรวงการคลังอีกครั้ง ก่อนนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เร็วที่สุด ส่วนจะทันปลายเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อให้ทันเริ่มต้นดำเนินโครงการในเดือนกันยายนตามที่กำหนดไว้นั้น อาจต้องรอประเมินรายละเอียดและระบบหลังบ้านอีกครั้ง งบประมาณขอใช้จาก พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท จากการหารือกับกระทรวงการคลัง พบว่าสามารถใช้ในก้อนแรกเป็นการเยียวยาผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจได้ งบประมาณคาดว่าจะใช้ดำเนินโครงการจะอยู่ในกรอบ 1,750-2,000 ล้านบาท จะสามารถส่งผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจได้กว่า 2.6 หมื่นล้านบาท กระทรวงการคลังยืนยันว่ามีงบประมาณเพียงพอและพร้อมขยายวงเงินหากเกิดผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจคุ้มค่า
นายสุรศักดิ์กล่าวว่า รูปแบบการดำเนินโครงการจะเน้นช่วยเพิ่มรายได้ให้กับผู้ประกอบการรายย่อยเป็นหลัก โครงการไทยเที่ยวไทยพลัสในเฟสนี้ รัฐบาลจะใช้กลไกการสนับสนุนแบบเงินในการออกเดินทางท่องเที่ยว 50% และประชาชนใช้สิทธิจ่ายเองอีก 50% สูงสุดกำหนดไว้ 5 สิทธิต่อคน จำนวนทั้งหมด 5 แสนสิทธิ เพื่อนำร่องก่อน หากการตอบรับดีจะขยายเฟสเพิ่มอีกแน่นอน ไฮไลท์สำคัญของโครงการครั้งนี้คือ ขยายสิทธิคูปอง ปรับเพิ่มมูลค่าคูปองดิจิทัล สนับสนุนเป็น 1,000 บาท เปิดกว้างให้ใช้ได้มากกว่าร้านอาหาร ครอบคลุมถึงบริการนวดสปา ร้านของที่ระลึก และธุรกิจบริการด้านการท่องเที่ยวอื่นๆ เพื่อให้เป็นเครื่องมือกระตุ้นการท่องเที่ยวและการหมุนเวียนเศรษฐกิจได้มากที่สุด จากการหารือร่วมกับกระทรวงการคลัง มีข้อที่ต้องการเน้นย้ำคือ การทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยได้ประโยชน์มากที่สุด จึงมีแนวทางการกำหนดเกณฑ์บางประการ เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์การใช้เงินกู้ อาทิ กำหนดเกณฑ์โรงแรมที่พักขนาดเล็กว่าจะใช้นิยามอย่างไรให้ตรงวัตถุประสงค์มากที่สุด ต้องไม่เป็นไรสร้างความได้เปรียบเสียเปรียบทางด้านการตลาด เพราะหากไม่กำหนดเงื่อนไขเพิ่ม โรงแรมขนาดใหญ่จะได้ประโยชน์มากที่สุด
นายสุรศักดิ์กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันการดำเนินโครงการครั้งนี้จะใช้แอพพลิเคชั่นเป๋าตัง ประชาชนคุ้นเคยอยู่แล้ว เพื่อความสะดวกและโปร่งใส จะเปิดให้ผู้ประกอบการลงทะเบียนใหม่ทั้งหมด แม้รอบที่ผ่านมาจะเคยเข้าร่วมโครงการแล้วก็ตาม เพราะถือว่าไม่ได้เป็นการขยายเฟสต่อเนื่อง แต่เป็นโครงการใหม่รูปแบบคล้ายเดิม กระทรวงมีกำหนดหารือกับภาคเอกชนอีกครั้งวันที่ 10 สิงหาคมนี้ เพื่อกำหนดเกณฑ์การวัดขนาดผู้ประกอบการรายเล็ก-ใหญ่ และหามาตรการป้องกันการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาห้องพัก (Price Hiking) แบบปรับขึ้นไป เพื่อรอรับโครงการไทยเที่ยวพลัส เพราะถือว่าไม่เป็นธรรมกับการใช้งบประมาณ และไม่สุจริตในการทำธุรกิจ หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน คาดว่าโครงการจะเริ่มดำเนินการได้เร็วที่สุดกันยายนนี้
นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงบประมาณ เปิดเผยถึงกรณีกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาเตรียมขอใช้เงินกู้ตาม พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินฯ ปี 2569 มาใช้เพื่อดำเนินโครงการไทยเที่ยวไทยพลัสว่า ส่วนตัวมองว่าโครงการนี้ไม่ผิดวัตถุประสงค์การใช้เงิน เพราะเป็นการนำเงินกู้ไปช่วยเหลือผู้ประกอบภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะรายเล็กได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง แต่หากจะดำเนินการ ต้องไปกำหนดเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการว่าผู้ประกอบการรวมทั้งประชาชนได้รับสิทธิจะต้องมีเกณฑ์ในการพิจารณาอย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากจะดำเนินการถือว่าเข้าหลักเกณฑ์ฉุกเฉินใช่หรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ถือว่าเข้าเงื่อนไขตามหลักเกณฑ์ และสามารถทำได้ โครงการไทยเที่ยวไทยพลัส ถือว่าเข้าเงื่อนไขตามหลักเกณฑ์ เพราะผู้ประกอบการท่องเที่ยวรายเล็ก ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สงครามในต่างประเทศโดยตรง
เมื่อถามถึงความชัดเจนการดำเนินโครงการไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2 นายภราดร กล่าวว่า ต้องรอความชัดเจนและการตัดสินใจจาก นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ในขั้นตอนสุดท้าย เนื่องจากกระทรวงการคลังเป็นผู้พิจารณาโครงการ ขอให้โครงการสิ้นสุดเฟสแรกก่อน จากนั้นค่อยมาประเมินสถานการณ์ว่าเป็นอย่างไร เพราะขณะนี้สถานการณ์สงครามก็ยังไม่สิ้นสุด

