หน้าแรก เศรษฐกิจ กรองดาต้าเซ็น...

กรองดาต้าเซ็นเตอร์ปักหลักไทย กฟผ.ชี้กำลังผลิตรับได้ 8,000 เมก อัพเดตยื่นลงทุนทะลุ 50 โครงการ

10.08.26 | 17:28 น.

กรองดาต้าเซ็นเตอร์ปักหลักไทย กฟผ.ชี้กำลังผลิตรับได้ 8,000 เมก อัพเดตยื่นลงทุนทะลุ 50 โครงการ


เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม นายวฤต รัตนชื่น รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยถึงความต้องการใช้ไฟฟ้าจากการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทยว่า ปัจจุบันมีโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ที่ได้รับความสนใจและยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) แล้วมากกว่า 50 โครงการ สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ตัวเลขความต้องการไฟฟ้าจากโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ที่ถูกนำมาเป็นสมมติฐานในร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ หรือ PDP อยู่ที่ประมาณ 8,000 เมกะวัตต์ ในช่วงเกือบ 10 ปีข้างหน้า อย่างไรก็ตาม กำลังไฟฟ้า PDP ไม่สามารถรองรับทุกโครงการที่ยื่นเข้ามาได้ จึงจำเป็นต้องมีกระบวนการคัดเลือกโครงการที่เหมาะสม

“โครงการมีมากกว่า 50 โครงการ แต่ไฟฟ้าที่เราสามารถรองรับได้มีจำกัด จึงต้องมีเกณฑ์ในการเลือก โดยจะพิจารณาถึงประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับ และ Economic Impact เป็นปัจจัยสำคัญ” นายวฤต กล่าว

นายวฤต กล่าวว่า สำหรับการแข่งขันด้านต้นทุนไฟฟ้า แม้ค่าไฟฟ้าของประเทศไทยอาจอยู่ในระดับประมาณ 5-6 บาทต่อหน่วย แต่ยังถือว่าถูกกว่าหลายประเทศ ขณะที่สถานการณ์ในประเทศเพื่อนบ้านเปลี่ยนไป โดยเฉพาะประเทศมาเลเซียที่มีข้อจำกัดด้านกำลังไฟฟ้าสำหรับรองรับดาต้าเซ็นเตอร์ ส่งผลให้ราคาที่เคยดูเหมือนถูกอาจไม่สามารถสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงได้ เพราะมีไฟฟ้าไม่เพียงพอรองรับโครงการใหม่ ขณะที่ประเทศสิงคโปร์มีต้นทุนไฟฟ้าสูงกว่า โดยอยู่ที่ประมาณ 8 บาทกว่าต่อหน่วย ซึ่งส่งผลให้ประเทศไทยยังมีโอกาสแข่งขันด้านต้นทุนไฟฟ้าได้ แต่ กฟผ.มองว่าการแข่งขันไม่ได้อยู่ที่ราคาเพียงอย่างเดียว หากแต่ต้องพิจารณาความสามารถในการจัดหาไฟฟ้าให้เพียงพอและต่อเนื่องด้วย

Advertisement

นายวฤต กล่าวว่า ส่วนกรณีโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีบางโครงการเริ่มดำเนินการก่อสร้างแล้ว แต่การรองรับในระยะต่อไปยังต้องพิจารณาความพร้อมของระบบไฟฟ้าและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับความต้องการลงทุนที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องน้ำ ซึ่งบางพื้นที่อาจมีข้อจำกัดด้านแหล่งน้ำดิบ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคตะวันออกที่มีความต้องการใช้น้ำจากภาคอุตสาหกรรมอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ยังมีเทคโนโลยีและแนวทางจัดการน้ำหลายรูปแบบ แต่จะส่งผลต่อต้นทุนของโครงการเพิ่มขึ้น โดยทั้งนี้ กฟผ.เตรียมความพร้อมด้านแพลตฟอร์มสำหรับรองรับการซื้อขายและจับคู่ไฟฟ้าในรูปแบบต่างๆ แล้ว โดยระบบสามารถตรวจสอบปริมาณไฟฟ้าที่สามารถส่งผ่านระบบได้ รวมถึงรองรับการทำ Settlement แต่ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการจำลองการใช้งาน เนื่องจากการใช้งานจริงยังไม่เกิดขึ้น

นายวฤต กล่าวว่า การเติบโตของดาต้าเซ็นเตอร์เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจของประเทศ แต่จำเป็นต้องบริหารจัดการความต้องการใช้ไฟฟ้าให้สอดคล้องกับกำลังผลิตและโครงข่ายที่มีอยู่ เพื่อให้การลงทุนเกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทยสูงสุด โดยไม่กระทบต่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในระยะยาว