KGEN ชี้ขึ้นภาษี EV นำเข้าหนุนค่ายรถมีฐานผลิตในไทย ย้ำกลุ่ม Chery ได้ประโยชน์เต็มๆ
นายคณิสสร์ ศรีวชิระประภา ประธานที่ปรึกษา บริษัท คิง เจน จำกัด (มหาชน) หรือ KGEN ผู้ถือหุ้นโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าร่วมทุนกับกลุ่ม Chery เปิดเผยกรณีภาครัฐมีนโยบายเตรียมปรับทบทวนอัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) นำเข้าให้สูงขึ้นเป็น 30-50% และเตรียมนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาภายใน เดือน ก.ย.นี้ ว่า มองว่าทิศทางนโยบายดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของกลุ่ม Chery และเชื่อว่าเป็นปัจจัยบวกที่จะช่วยส่งเสริมผู้ประกอบการที่มีโรงงานผลิตในประเทศไทย แต่นโยบายดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อค่ายรถ EV ที่นำเข้าและไม่มีฐานการผลิตจริงในประเทศไทย ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นดังกล่าวจะกระทบการนำเข้าและส่งผลให้ราคารถ EV แพงขึ้น

นายคณิสสร์ กล่าวว่า สำหรับในส่วนของกลุ่ม Chery ซึ่ง KGEN ได้ร่วมทุนและถือหุ้นกว่า 43% ในโรงงานผลิตรถยนต์ที่จังหวัดระยอง เพื่อรองรับการผลิตและส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ Omoda & Jaecoo ทั้งยังเตรียมรวมงบการเงินเข้าด้วยกัน (Consolidate Financial Statement) เชื่อว่าจะได้รับประโยชน์โดยตรงจากมาตรการดังกล่าว เนื่องจากเข้าองค์ประกอบ 2 ประการคือ เป็นโรงงานที่ตั้งอยู่ในเขตปลอดภาษี และเป็นโรงงานที่ใช้ส่วนประกอบภายในประเทศไม่น้อยกว่า 40% อาทิ ยางรถยนต์ สายไฟ กระจก
นายคณิสสร์ กล่าวว่า ทั้งนี้ค่ายรถยนต์ที่มีการลงทุนจัดตั้งโรงงานประกอบและผลิตในประเทศอย่างจริงจัง และมีองค์ประกอบตามเงื่อนไขดังกล่าวมาตรการปรับขึ้นภาษีนำเข้าจะกลายเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญ เนื่องจากจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านราคาเมื่อเทียบกับรถยนต์ที่นำเข้ามาขายโดยไม่มีฐานการผลิต ส่วนที่มองว่ากลุ่ม Chery มีการนำเข้ารถยนต์บางรุ่น อาจจะได้รับผลกระทบด้วยนั้น แม้รถยนต์บางรุ่นของ Chery มีการนำเข้าแต่เชื่อว่าจะไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากมีการผลิตชดเชยตามเงื่อนไข หากนำเข้ามากี่คันก็ต้องผลิตชดเชยเท่านั้น

นายคณิสสร์ กล่าวว่า ในทางกลับกันนโยบายดังกล่าวจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่ายรถยนต์ EV จีนที่ใช้วิธีการนำเข้าสำเร็จรูป (CBU) เข้ามาจำหน่ายเพียงอย่างเดียว โดยไม่มีการลงทุนตั้งโรงงานผลิตในไทย ซึ่งอาจส่งผลให้ต้นทุนภาษีนำเข้าปรับตัวสูงขึ้นตามนโยบาย จนกระทบต่อการนำเข้าและอาจจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาจำหน่ายหน้าโชว์รูมในที่สุด ดังนั้นการปรับนโยบายภาษีของภาครัฐในครั้งนี้จึงมองว่าเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่จะเร่งให้ค่ายรถยนต์ต่างชาติเข้ามาลงทุนตั้งฐานการผลิตในประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น ตามเป้าหมายการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าแห่งภูมิภาค

