หน้าแรก เศรษฐกิจ สุรศักดิ์ เคา...

สุรศักดิ์ เคาะ ไทยเที่ยวไทยพลัส เริ่ม ต.ค.นี้ รัฐหนุนค่าที่พัก ไม่แบ่งเมืองหลักหรือรอง

11.08.26 | 16:53 น.

สุรศักดิ์ เคาะ ไทยเที่ยวไทยพลัส จ่อเริ่ม ต.ค.นี้ พร้อมถกรายละเอียด ศุภจี 14 ส.ค.


ไทยเที่ยวไทยพลัส – นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า หลังจากประชุมร่วมกับคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว (กรอ.ท่องเที่ยว) และสรุปมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว ก่อนนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุม กรอ.ชุดใหญ่ของรัฐบาลอีกครั้ง โดยเบื้องต้นได้เคาะกรอบโครงการไทยเที่ยวไทย พลัสเรียบร้อยแล้ว จะเป็นการสนับสนุนเดินทางท่องเที่ยวด้วยสัดส่วนที่เท่าเทียมกันทุกจังหวัด ในรูปแบบรัฐร่วมจ่าย (โคเพย์เมนต์) ซึ่งประสบความสำเร็จในเฟสที่ผ่านๆ มา โดยรายละเอียดยังต้องรอหารือร่วมกันในส่วนของรัฐ และยังต้องรออะไรรายละเอียดผลการศึกษาระบบจากกระทรวงการคลังก่อน แต่จะสรุปผลให้แล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ทันในเดือนนี้เช่นกัน

“หากนำเสนอเข้า ครม.ภายในเดือนสิงหาคมนี้ คาดการณ์ว่าจะสามารถเริ่มดำเนินโครงการไทยเที่ยวไทย พลัส ได้ภายในเดือนตุลาคม 2569 จากเดิมที่ตั้งเป้าหมายจะพยายามทำให้ทันเดือนกันยายน ซึ่งเป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (โลว์ซีซั่น) แต่ถือว่าเป็นแรงส่งในการกระตุ้นการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องได้ รวมถึงยังต้องหารือร่วมกับคลังอีกครั้งเพื่อสรุปรายละเอียดให้ชัดเจน โดยในวันที่ 14 สิงหาคม 2569 จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2569 ร่วมกับนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุม เพื่อนำเสนอข้อมูลต่อไป” นายสุรศักดิ์ กล่าว

นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า รายละเอียดที่สรุปในเบื้องต้นคือ รัฐบาลจะสมทบค่าใช้จ่ายในส่วนของโรงแรมที่พักไม่ว่าจะเป็นรัฐช่วยสมทบที่ 50 ต่อ 50% หรือ 60 ต่อ 40% แต่จะไม่มีการแบ่งแยกเมืองหลักหรือเมืองรอง เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมและสะดวกรวดเร็วในการบริหารจัดการ โดยจะยึดตามแนวทางหลักของคณะรัฐมนตรีและกระทรวงการคลังเป็นสำคัญ ซึ่งการออกแบบมาตรการมุ่งลดภาระต้นทุนให้ผู้ประกอบการรายย่อยและธุรกิจท่องเที่ยวในท้องถิ่น เพื่อให้เม็ดเงินจากการท่องเที่ยวหมุนเวียนลงไปถึงเศรษฐกิจฐานรากอย่างจริงจัง

Advertisement

นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังได้รับข้อเสนอจากสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ร่วมกับ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) ในโครงการเที่ยวผ่านทัวร์ลงชุมชน เพื่อใช้กลไกของบริษัทนำเที่ยวในการนำนักท่องเที่ยวและกระจายรายได้ลงสู่ชุมชนท้องถิ่นโดยตรง ซึ่งจะเตรียมนำเรื่องเข้าหารือกับรัฐบาลเพื่อผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป

นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า จากแผนการทำงานที่ต้องการลงพื้นที่เพื่อหารือร่วมกับภาคเอกชนในทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อขับเคลื่อนภาคการท่องเที่ยวไทยที่เกิดจากการร่วมมือทำงานจริงระหว่างรัฐและเอกชน ล่าสุดได้ลงพื้นที่ยังจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา เพื่อสำรวจสถานการณ์การท่องเที่ยว โดยการหารือร่วมกับภาคเอกชน พบว่ามีข้อเสนอหลายเรื่องที่สามารถดำเนินการได้ทันที และรับไปศึกษาผลกระทบเชิงบวกและลบต่อจากนี้ อาทิ เอกชนระบุว่า บางจังหวัดนอกจากนักท่องเที่ยวจะไม่รู้จักที่เที่ยวแล้ว ผู้ขายอย่างทัวร์หรือผู้ประกอบการในภาคอื่นก็ยังไม่ได้รู้จักแหล่งท่องเที่ยวจริงๆ ทำให้หากไม่มีตลาด ผู้ประกอบการก็อยู่ไม่ได้ จึงขอให้กระทรวงฯ จัดงบประมาณนำผู้ประกอบการทัวร์มาสำรวจแหล่งท่องเที่ยว เพื่อให้สามารถนำไปขายจริงๆ ได้

นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า จากที่แต่ละจังหวัดเสนอได้ มีหลักการคือ ต้องการทำท่องเที่ยวที่จับต้องได้ ซึ่งกระทรวงฯ พร้อมสนับสนุน โดยในปี 2570 และปีต่อๆ ไป จะตั้งงบประมาณไว้เป้นส่วนของการทำตลาด ผ่านการนำผู้ประกอบการสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวในรายจังหวัด เพื่อจัดทำแพคเกจท่องเที่ยวต่อไป รวมถึงมีข้อเสนอจากเอกชนพัทลุง ให้นำช้างน้ำจากมาเลเซียเข้ามาเพิ่มจุดขายเพิ่มจากที่มีควายน้ำในทะเลน้อย ซึ่งเป็นจุดขายที่เริ่มมีความเก่าแล้ว การรับมือภัยพิบัติในส่วนของทะเลสาปสงขลา และการสนับสนุนไกด์ท้องถิ่นจะสามารถดำเนินการผ่านโครงการแบบใดได้บ้าง ซึ่งได้รับข้อเสนอทั้งหมดก่อนประสานการหารือร่วมกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง