คน. ลงพื้นที่ปากคลองตลาด เช็กราคามะลิวันแม่ สูงสุดลิตรละพันบาท
เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม นายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายดอกมะลิ ณ ศูนย์กลางตลาดดอกไม้ (ปากคลองตลาด 2) เขตตลิ่งชัน และตลาดยอดพิมาน เขตพระนคร เปิดเผยว่า ในช่วงก่อนวันแม่แห่งชาติ (12 สิงหาคม) ความต้องการใช้ดอกมะลิและพวงมาลัยเพิ่มขึ้นตามปกติของเทศกาล ขณะที่ปีนี้ผลผลิตมะลิออกสู่ตลาดน้อยกว่าปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกตลาด กรมการค้าภายในจึงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งด้านราคา ปริมาณสินค้า และการแสดงราคาจำหน่าย เพื่อดูแลให้การซื้อขายเป็นธรรมและไม่ให้ประชาชนถูกเอาเปรียบในช่วงที่มีความต้องการซื้อสูง
จากการสำรวจพบว่า มะลิสดดอกใหญ่เกรด A ในร้านค้าปลีกจำหน่ายประมาณ 1,000 บาท/ลิตร ขณะที่ร้านค้าส่งอยู่ที่ประมาณ 850 บาท/ลิตร ส่วนมะลิสดโดยรวมพบราคาประมาณ 750–1,000 บาท/ลิตร ขึ้นอยู่กับขนาด คุณภาพ ความสด และแหล่งจำหน่าย

สำหรับพวงมาลัยมะลิสด ขนาดใหญ่ราคา 200–300 บาท/พวง ขนาดกลาง 50–100 บาท/พวง และขนาดเล็ก 35–50 บาท/พวง โดยระดับราคามีความแตกต่างกันตามขนาด คุณภาพ และรูปแบบของสินค้า
นายจิรวุฒิ กล่าวว่า จากการสอบถามผู้ค้า พบว่าดอกมะลิที่เข้าสู่ตลาดส่วนใหญ่มาจากจังหวัดนครสวรรค์และกำแพงเพชร โดยปีนี้มีผลผลิตออกสู่ตลาดน้อยกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีฝนตกชุกและอากาศเย็น ทำให้มะลิออกดอกน้อย ประกอบกับก่อนหน้านี้มีการเก็บเกี่ยวผลผลิตออกไปเป็นจำนวนมากแล้ว ขณะที่ช่วงวันแม่แห่งชาติมีความต้องการซื้อเพิ่มสูงขึ้น จึงเป็นปัจจัยที่ทำให้ราคาดอกมะลิในช่วงนี้ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นการปรับขึ้นในระยะสั้นตามภาวะผลผลิตและความต้องการของตลาด

สำหรับประชาชนที่ต้องการซื้อดอกมะลิหรือพวงมาลัยในช่วงวันแม่ ขอให้พิจารณาเปรียบเทียบทั้งราคา คุณภาพ ขนาด และปริมาณก่อนตัดสินใจ ไม่จำเป็นต้องซื้อจากร้านแรกที่พบ เพราะแต่ละร้านอาจมีราคาแตกต่างกันตามคุณภาพและต้นทุน การเปรียบเทียบจะช่วยให้ประชาชนเลือกซื้อได้ตรงกับความต้องการและงบประมาณ และได้รับความเป็นธรรมในการซื้อสินค้า
นายจิรวุฒิ กล่าวว่า กรมการค้าภายใน ได้กำชับผู้ประกอบการให้ ปิดป้ายแสดงราคาสินค้าอย่างชัดเจนและเปิดเผย เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบและเปรียบเทียบราคาได้ง่ายก่อนตัดสินใจซื้อ และต้องจำหน่ายในราคาเดียวกับที่แสดงไว้ โดยขอให้ผู้ค้าจำหน่ายใน ราคาที่เหมาะสม สอดคล้องกับต้นทุนและสภาพตลาด ไม่ฉวยโอกาสปรับราคาสูงเกินสมควรในช่วงที่มีความต้องการเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ หากกรมพบพฤติการณ์จำหน่ายในราคาสูงผิดปกติ หรือมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการฉวยโอกาสขึ้นราคา สามารถเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงและต้นทุนของผู้ประกอบการได้ และหากตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นการจำหน่ายสินค้าในราคาสูงเกินสมควรโดยไม่มีเหตุผลอันเหมาะสม อาจเข้าข่ายเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ซึ่งกรมฯ จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป โดยกฎหมายกำหนดโทษกรณีจำหน่ายสินค้าในราคาสูงเกินสมควรไว้ถึงจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
คน.จะติดตามสถานการณ์การจำหน่ายดอกไม้และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทศกาลวันแม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การซื้อขายเป็นไปอย่างเป็นธรรม ทั้งด้านราคา ปริมาณ และการแสดงราคา โดยหากประชาชนพบการจำหน่ายสินค้าที่ไม่ปิดป้ายแสดงราคา จำหน่ายไม่ตรงตามราคาที่แสดงไว้ หรือพบพฤติการณ์ที่อาจไม่ได้รับความเป็นธรรมในการซื้อสินค้าและบริการ สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป



