หน้าแรก เศรษฐกิจ ออมสิน หนุนรบ...

ออมสิน หนุนรบ.แจก 5 หมื่นติดโซลาร์รูฟท็อป ช่วยลดค่าไฟ เปลี่ยนแสงแดดเป็นรายได้ปชช.

12.08.26 | 10:08 น.

ออมสิน หนุนรบ.แจก 5 หมื่นติดโซลาร์รูฟท็อป ช่วยลดค่าไฟ เปลี่ยนแสงแดดเป็นรายได้ปชช.

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยถึงกรณีที่รัฐบาลเตรียมมาตรการสนับสนุนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปในภาคประชาชน โดยมีเงินอุดหนุนแบบให้เปล่า 50,000 บาท ต่อครัวเรือน ซึ่งเงินส่วนที่เหลือจะสนับสนุนผ่านสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำว่า การสนับสนุนประชาชนติดตั้งโซลาร์เซลล์โดยให้เงินอุดหนุน 50,000 บาทต่อครัวเรืองนั้นเป็นโครงการที่ดีมาก เนื่องจากช่วยลดเงินต้นที่ต้องใช้ในการติดตั้งได้ทันที ประกอบกับในปัจจุบันราคาแผงโซลาร์เซลล์ได้ปรับตัวลดลงจากเมื่อ 3-5 ปีก่อนอย่างน้อยถึง 40% ทำให้มีความคุ้มค่าในการลงทุนมากขึ้น


นายทรงพล กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม การติดตั้งโซลาร์เซลล์นั้นไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคน เนื่องจากต้องอาศัยความเข้าใจถึงปริมาณการผลิตไฟฟ้าที่ไม่เท่ากันในแต่ละฤดูกาล เช่น ในช่วงหน้าฝนและหน้าหนาว โดยความคุ้มค่าของการติดตั้งจะเกิดขึ้นสูงสุดกับบ้านที่มีพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าในเวลากลางวันไม่น้อยกว่า 50% ของการใช้งานทั้งหมด เช่น ครอบครัวที่มีผู้สูงอายุพักอาศัยอยู่และมีการเปิดเครื่องปรับอากาศในช่วงกลางวัน ในทางกลับกันหากบ้านใดมีการใช้ไฟฟ้าในช่วงกลางวันเพียง 20% ก็ไม่แนะนำให้ติดตั้ง เพราะจะทำให้ไม่คุ้มทุน และอาจเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดปัญหาหนี้เสียตามมา

นายทรงพล กล่าวว่า ปัจจุบันราคาแบตเตอรี่โซลาร์เซลล์ได้ปรับตัวลดลงอย่างมาก โดยแบตเตอรี่ขนาด 16 หน่วยในปัจจุบันมีราคาประมาณ 60,000 กว่าบาท ซึ่งถูกลงกว่าครึ่งเมื่อเทียบกับเมื่อ 3 ปีก่อนที่ขนาดเพียง 10 หน่วยแต่มีราคาสูงถึงหลักแสนบาท ดังนั้น การนำแบตเตอรี่มาใช้ควบคู่กับระบบโซลาร์เซลล์เพื่อสำรองไฟฟ้าไว้ใช้ในกรณีไฟดับหรือบริหารจัดการการใช้ไฟฟ้าในบ้าน จึงมีความคุ้มค่าและช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

“โครงการนี้ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน แต่ว่าเป็นโครงการสร้างรายได้ให้กับประชาชนเพราะว่าแสงแดดเราไม่ต้องไปซื้อมา นี้คือการลงทุนในการเปลี่ยนแสงแดดให้เป็นพลังงาน และสุดท้ายประเทศไทยต้องไปมุ่งไปที่ Net Zero อยู่แล้ว ซึ่งพลังงานจากโซลาร์เซลล์ไม่ต้องใช้น้ำมัน เพราะฉะนั้นก็คือสามารถระบุไปได้เลยว่านี่คือพลังงานทางเลือก” นายทรงพล กล่าว

Advertisement

นายทรงพล กล่าวว่า ธนาคารออมสินมีบทบาทหลักคือการเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยเหลือสังคมและดูแลคนตัวเล็กในประเทศอย่างชัดเจน สะท้อนจากระดับส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย หรือ Spread ซึ่งอยู่ประมาณ 1.7% เมื่อเทียบกับระดับเฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์ที่ประมาณ 3% ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนภาพการดำเนินธุรกิจที่ไม่ได้มุ่งหวังการทำกำไรสูงสุด ทั้งนี้ ปัจจุบันออมสินมีลูกค้ากลุ่มฐานรากกว่า 2 ล้านราย และยังมีลูกค้าที่ใช้แอปพลิเคชัน MyMo ถึง 18 ล้านราย ธนาคารออมสินมีสาขาอยู่ทั่วประเทศจำนวนมาก และยืนยันรักษาสาขาไว้เพื่อเป็นที่พึ่งให้กับชาวบ้านในต่างจังหวัด โดยเฉพาะในยุคที่มีภัยทางไซเบอร์สูง

นายทรงพล กล่าวว่า ในส่วนของการช่วยเหลือคนตัวเล็ก กลุ่มอาชีพอิสระ และพ่อค้าแม่ค้านั้น ธนาคารได้เร่งดำเนินการผ่าน สินเชื่อสร้างอาชีพ ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมาก โดยมีผู้ยื่นขอสินเชื่อเข้ามาเกือบ 100,000 รายภายในระยะเวลาเพียง 2 สัปดาห์ นอกจากนี้ ธนาคารยังได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้สินเชื่อที่ไม่มีหลักประกันมากขึ้น โดยหันมาพิจารณาจากพฤติกรรมของลูกค้า (Behavioral Credit) แทนการพึ่งพาสถิติแบบเดิม โดยจะเริ่มต้นจากการให้วงเงินตามความจำเป็นไปก่อน และหากลูกค้ามีพฤติกรรมการชำระหนี้ที่ดี มีวินัยทางการเงิน ธนาคารก็พร้อมที่จะพิจารณาขยายวงเงินให้เพิ่มเติม

นายทรงพล กล่าวว่า สำหรับการแก้ไขปัญหาหนี้สิน ธนาคารได้มุ่งเน้นปรัชญาการบริหารหนี้ ซึ่งแตกต่างจากการแก้หนี้ ที่มักจะเข้าไปดูแลเฉพาะกลุ่มหนี้เสีย (NPL) แต่การบริหารหนี้ของออมสินคือการเข้าไปดูแลลูกค้าทุกคน ไม่ว่าจะเป็นหนี้ปกติ หนี้ที่เริ่มมีปัญหา หรือหนี้เสีย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ โครงการช่วยเหลือหนี้ครูที่มีลูกหนี้กว่า 200,000 ราย โดยธนาคารได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยจาก 6.025% ลงเหลือ 4% เพื่อให้ลูกหนี้สามารถนำส่วนต่างดอกเบี้ย 2% ไปทยอยหักคืนเงินต้น ซึ่งจะช่วยให้มีโอกาสปลดหนี้ได้จริงในอนาคต อย่างไรก็ตาม โครงการนี้มีเงื่อนไขสำคัญคือลูกหนี้จะต้องเป็นสมาชิก สกสค. และต้องรักษาวินัยการผ่อนชำระให้ดี หากผิดเงื่อนไขก็จะต้องกลับไปรับอัตราดอกเบี้ยในอัตราเดิม

นายทรงพล กล่าวว่า ธนาคารออมสินยังสนับสนุนการออมเงินผ่านแคมเปญต่างๆ อย่างครอบคลุม เพราะเชื่อว่าการออมเป็นสิ่งที่ทำได้กับทุกคนไม่จำกัดเฉพาะแค่เด็ก โดยมีผลิตภัณฑ์เด่น ได้แก่ ออมสินออมรัก สำหรับเด็กอายุไม่เกิน 10 ปี นอกจากนี้ยังมี บัญชีเงินฝาก Digital savings บัญชีเงินฝากดอกเบี้ยสูง 2.5% สำหรับวงเงินไม่เกิน 10,000 บาท เพื่อส่งเสริมการออมเงินสำหรับการใช้จ่ายรายวันของคนตัวเล็ก รวมถึงการออกสลากออมสินรุ่น 3 ปี และ 5 ปี ที่ล่าสุดมียอดซื้อเข้ามาแล้วเกือบ 12,000 ล้านบาท โดยเฉพาะรุ่น 3 ปีที่มีการปรับให้จ่ายดอกเบี้ยรายเดือนเพื่อตอบโจทย์กลุ่มวัยเกษียณ