หน้าแรก เศรษฐกิจ นายกฯส.นุ่งห่...

นายกฯส.นุ่งห่ม หนุนรัฐหาตลาดใหม่รับภาษีสหรัฐ แนะเจาะญี่ปุ่น-อียู จับตา ‘ศุภจี’ บินเคลียร์เอง

12.08.26 | 17:11 น.

นายกฯส.นุ่งห่ม หนุนรัฐหาตลาดใหม่รองรับภาษีม.301 แนะเจาะญี่ปุ่น-อียู จับตา ‘ศุภจี’ บินเคลียร์สหรัฐเอง


เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม นายชลัมพล โลทารักษ์พงศ์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย (TGMA) เปิดเผยกับ มติชน ประเด็นเรื่องภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่สหรัฐอยู่ระหว่างการพิจารณาอัตราภาษีภายใต้มาตรา 301 ว่าจะเก็บจากสินค้านำเข้าจากไทยเท่าไหร่ นั้น ต้องยอมรับว่าทิศทางและวัตถุประสงค์ของรัฐบาลสหรัฐฯ ค่อนข้างชัดเจน คือการลดการขาดดุลการค้าผ่านมาตรการภาษีนำเข้าในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ดังนั้นไม่ว่าการเก็บภาษีภายใต้มาตรา 301 ในอัตรา 12.5% จะมีผลหรือไม่ สหรัฐฯ ก็น่าจะยังคงมองหามาตรการอื่นเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าวต่อไป

นายชลัมพล กล่าวว่า สำหรับอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการพิจารณาในเชิงเปรียบเทียบกับประเทศคู่แข่ง หากทุกประเทศเผชิญอัตราภาษีในระดับใกล้เคียงกัน ไทยก็ยังสามารถแข่งขันได้ ความกังวลจะรุนแรงก็ต่อเมื่อไทยถูกเก็บภาษีสูงกว่าประเทศคู่แข่งอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจากข้อมูลในขณะนี้ยังไม่ได้เป็นเช่นนั้น

“ในแง่ของผลกระทบ ต้องไม่ลืมว่าตลาดสหรัฐฯ คิดเป็นประมาณ 39% ของการส่งออกเครื่องนุ่งห่มไทยทั้งหมด แม้จะเป็นตลาดที่สำคัญมาก แต่ก็ยังมีอีก 61% ที่อยู่ในตลาดอื่นทั่วโลก ดังนั้นนอกจากการรักษาความสามารถในการแข่งขันในสหรัฐฯ แล้ว ผู้ประกอบการควรเร่งขยายตลาดอื่นควบคู่กันไป โดยเฉพาะตลาดที่ไทยมีความตกลงการค้าเสรีรองรับอยู่แล้ว เช่น ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย–ญี่ปุ่น (JTEPA) ซึ่งยังมีศักยภาพในการเพิ่มการส่งออกสินค้าเครื่องนุ่งห่มและสิ่งทอได้อีกมาก”

Advertisement

นายชลัมพล กล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 ตนมองว่าผู้ประกอบการควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แต่ในขณะเดียวกันก็ควรมองสถานการณ์ด้วยความสงบและปัญญา ไม่ตื่นตระหนกเกินเหตุ ภาคเอกชนและภาครัฐควรร่วมกันหามาตรการลดผลกระทบต่อการส่งออกไปยังสหรัฐฯ พร้อมทั้งเร่งกระจายความเสี่ยงไปยังตลาดใหม่ ๆ

สิ่งที่น่าจับตาและเป็นโอกาสสำคัญของไทยคือความคืบหน้าของความตกลงการค้าเสรีไทย–EFTA และไทย–สหภาพยุโรป (EU) ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงตลาดยุโรปที่มีประชากรกว่า 450 ล้านคน ช่วยสร้างโอกาสทางการค้าใหม่และลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป

“นอกเหนือจากเรื่องภาษีแล้ว สิ่งที่อุตสาหกรรมยังต้องติดตามคือภาวะเศรษฐกิจโลก อัตราแลกเปลี่ยน ต้นทุนวัตถุดิบ และกฎระเบียบด้านความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้นในหลายประเทศ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทยในระยะยาวเช่นกัน” นายชลัมพล กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในสัปดาห์หน้า ทีมเจรจาของกระทรวงพาณิชย์ เตรียมบินไปสหรัฐฯ เพื่อเข้าชี้แจงในประเด็นต่างกับสหรัฐ เบื้องต้นคาดนำทีมโดยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์