หน้าแรก เศรษฐกิจ เคาะบิ๊กโปรเจ...

เคาะบิ๊กโปรเจ็กต์ 1.2 แสนล้าน รถไฟทางคู่ 3 เส้นภาคใต้ ชุมพร-สุราษฎร์-สงขลา-ปาดังฯ

13.08.26 | 06:19 น.

บอร์ด รฟท.เคาะบิ๊กโปรเจ็กต์ รถไฟทางคู่ 3 เส้นภาคใต้ ชุมพร-สุราษฎร์-สงขลา-ปาดังฯ มูลค่ากว่า 1.2 แสนล้าน

นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการรฟท. ครั้งที่ 11/2569 เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 มีมติเห็นชอบโครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 สายใต้ 3 โครงการหลัก ได้แก่ ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี ช่วงสุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่-สงขลา และช่วงชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ กรอบวงเงินรวม 122,720.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18,254.80 ล้านบาท จากกรอบเดิม 104,465.94 ล้านบาท การปรับกรอบวงเงินดังกล่าวเป็นผลจากการทบทวนรายละเอียดโครงการให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และสถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งการปรับรูปแบบโครงสร้างทางรถไฟในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อรองรับปัญหาอุทกภัย หลังเกิดน้ำท่วมภาคใต้เมื่อพฤศจิกายน 2568 รวมถึงปรับราคาค่าก่อสร้างตามต้นทุนวัสดุและราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น สำหรับรายละเอียดโครงการ ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี วงเงินเพิ่มจาก 30,422.53 ล้านบาท เป็น 36,892.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6,469.79 ล้านบาท ใช้เวลาดำเนินการ 5 ปี ก่อสร้างประมาณ 60 เดือน


ขณะที่ช่วงสุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่-สงขลา วงเงินเพิ่มจาก 66,270.51 ล้านบาท เป็น 77,456.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11,186.46 ล้านบาท แบ่งดำเนินการ ช่วงสุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่ก่อน วงเงิน 61,534.55 ล้านบาท ใช้เวลาดำเนินการ 8 ปี ก่อสร้างประมาณ 72 เดือน ส่วนช่วงชุมทางหาดใหญ่-สงขลา วงเงิน 15,922.42 ล้านบาท จะพิจารณาดำเนินการระยะต่อไป เนื่องจากพื้นที่มีประชาชนอยู่อาศัยหนาแน่น มีระบบขนส่งรูปแบบอื่นรองรับอยู่แล้ว ส่วนช่วงชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ วงเงินเพิ่มจาก 7,772.90 ล้านบาท เป็น 8,371.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 598.55 ล้านบาท ใช้เวลาดำเนินการ 6 ปี และก่อสร้างประมาณ 48 เดือน

ลุย 3 โครงการรื้อย้าย 300 ชุมชน

นายอนันต์กล่าวว่า จุดสำคัญของการปรับแบบอยู่ที่พื้นที่หาดใหญ่ รฟท.จะปรับโครงสร้างทางรถไฟจากระดับดินเป็นสะพานบกระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร และคันดินประมาณ 2 กิโลเมตร เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากจะเร่งสรุปเสนอให้กระทรวงคมนาคมภายในสัปดาห์นี้ คาดว่าจะเสนอครม.เร็วที่สุดช่วงปลายสิงหาคม 2569 โครงการทั้ง 3 เส้นทางผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติแล้ว ขั้นตอนเสนอครม. หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สามารถให้ความเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปรับรายละเอียดและกรอบวงเงินได้ รฟท.จะชี้แจงเหตุผลและความจำเป็นต่อไป หากครม.เห็นชอบ จะเข้าสู่ขั้นตอนจัดทำร่างขอบเขตของงาน (TOR) เบื้องต้นคาดว่าจะแบ่งงานก่อสร้างโยธาเป็น 4 สัญญา ได้แก่ ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี 1 สัญญา ช่วงสุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่ 2 สัญญา และช่วงชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ 1 สัญญา สำหรับด้านสิ่งแวดล้อม ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานีได้รับความเห็นชอบรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2566 และช่วงสุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่ เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2566 ส่วนช่วงชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ได้รับความเห็นชอบตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม 2561 ปัจจุบันมีอายุเกิน 5 ปีแล้ว รฟท.ได้เสนอทบทวนมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมต่อคณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) แล้ว ขณะที่สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เตรียมใช้โครงการช่วงหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ เป็นโครงการนำร่อง เพื่อกำหนดแนวทางกรณี EIA มีอายุเกิน 5 ปี ตลอดแนวเส้นทางรถไฟทางคู่สายใต้ทั้ง 3 โครงการ คาดว่าจะมีชุมชนได้รับผลกระทบและต้องรื้อย้ายประมาณ 300 ชุมชน

นายอนันต์กล่าวว่า นอกจากนี้ที่ประชุมคณะกรรมการ รฟท. ยังมีมติเห็นชอบให้ว่าจ้างที่ปรึกษาออกแบบรายละเอียดและจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โครงการก่อสร้างทางรถไฟ 2 เส้นทาง ได้แก่ ช่วงนครสวรรค์-บ้านไผ่ และ ช่วงจัตุรัส-ชัยภูมิ-หนองบัวลำภู วงเงินรวมประมาณ 392.8 ล้านบาท เพื่อเดินหน้าขั้นตอนเตรียมความพร้อมโครงการ ก่อนเสนอขออนุมัติก่อสร้างในลำดับต่อไป การว่าจ้างครั้งนี้ยังเป็นขั้นตอนการออกแบบรายละเอียดและจัดทำ EIA ไม่ใช่การอนุมัติก่อสร้าง เมื่อดำเนินการออกแบบและจัดทำรายงาน EIA แล้วเสร็จ จะต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของหน่วยงานเกี่ยวข้อง รวมถึงการเสนอขออนุมัติโครงการและจัดหาแหล่งเงินลงทุนตามขั้นตอนต่อไป

Advertisement