SCG CBM รับสินค้าจากจีนรุกหนัก ดันQ-CONปักฐานอิฐมวลเบาภาคใต้ งบรัฐหนุนตลาดก่อสร้างครึ่งปีหลัง

นายวิโรจน์ รัตนชัยสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง (SCG CBM) เปิดเผยว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากพฤติกรรมลูกค้า เทคโนโลยี และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น SCG CBM จึงเร่งทรานส์ฟอร์มผ่าน 4 กลยุทธ์ ได้แก่ Customer Centric, Portfolio Management, Operational Excellence และ Sustainability & Export Expansion ซึ่งคาดว่าตลาดครึ่งปีหลังยังได้แรงหนุนจากงบลงทุนรัฐ โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐาน และตลาดซ่อมแซม-ปรับปรุงบ้าน ขณะที่อสังหาฯ โครงการใหม่ยังฟื้นไม่เต็มที่ ทั้งนี้ งบรัฐที่ออกมาแล้วราว 7 เดือน เบิกจ่ายยังไม่ถึง 60% เหลือราว 40% ที่จะต้องเร่งเบิกจ่ายภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้
นายวิโรจน์ กล่าวว่า นอกจากนี้ การแข่งขันจากจีนคาดว่าน่าจะรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะการเข้ามาตั้งโรงงานในไทย ซึ่ง SCG จะไม่แข่งด้วยราคา แต่เร่งลดต้นทุนและพลังงาน พร้อมเพิ่มคุณภาพ บริการ และพัฒนาสินค้าในรูปแบบระบบหรือโซลูชันที่มีมูลค่าเพิ่ม ส่วนด้านการตลาดในต่างประเทศ SCG มองเวียดนามและอินโดนีเซียเป็นตลาดศักยภาพ โดยปัจจุบันมีสัดส่วนการทำตลาดเพียง 2-3% ขณะที่ฐานผลิตภาคใต้เป็นยุทธศาสตร์สำคัญ โรงงานซีเมนต์ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ใช้เชื้อเพลิงทางเลือก AF ราว 50-55% ส่วนตลาดซีเมนต์ไทยมีการใช้กว่า 30 ล้านตันต่อปี และภาคใต้ 5-6 ล้านตันต่อปี นอกจากนี้ SCG ยังพัฒนา “ปูนโครงสร้างเอสซีจีคาร์บอนต่ำ สูตรปูนคนใต้” รองรับปัญหาความชื้น ความเค็ม ไอทะเล และดินเค็ม เพื่อให้เหมาะกับสภาพพื้นที่ภาคใต้โดยเฉพาะ

นายณรงค์เวทย์ วจนพานิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ควอลิตี้คอนสตรัคชั่นโปรดัคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ Q-CON กล่าวว่า บริษัทนำ Customer Insight ผสานเทคโนโลยียกระดับโรงงาน Q-CON จ.สงขลา สู่ Smart and Green Manufacturing มีกำลังผลิต 3.9 ล้านตารางเมตรต่อปี รองรับตลาด 14 จังหวัดภาคใต้และคาดว่าจะต่อยอดอาเซียน อาทิ มาเลเซีย โดยตลาดอิฐมวลเบาไทยยังอัพไซด์ จากสัดส่วนใช้งานราว 40% เทียบตลาดสากล 50% พร้อมขับเคลื่อน 3 กลยุทธ์ Education Marketing, Effective Organization และ ESG Integration ควบคู่ Green Manufacturing, Zero Waste และ Circular Economy
นายปัญญา คงทอง ผู้อำนวยการฝ่ายโรงงาน Q-CON กล่าวว่า โรงงาน Q-CON สงขลาใช้ระบบ Fully Automation ภายใต้แนวคิด Smart & Green Manufacturing เพิ่มความเร็วการผลิตประมาณ 1.5 เท่า และใช้พนักงานในกระบวนการผลิตเพียง 26 คน จากโรงงานลักษณะเดิมราว 90 คน ทำให้ Productivity per Head สูงกว่า 3 เท่า ด้าน Green Manufacturing ลดใช้ไอน้ำราว 30% ลดใช้น้ำ 20% และนำเศษวัสดุจากการตัดราว 16% กลับมาใช้ใหม่ ขณะที่ของเสียรวมต่ำกว่า 1% นอกจากนี้ เตรียมติดตั้ง Solar Cell คาดเพิ่มสัดส่วนไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ราว 27% และศึกษาการใช้ CBG ทดแทน CNG สะท้อนทิศทาง SCG CBM ที่เร่งเพิ่มขีดแข่งขันด้วยต้นทุน เทคโนโลยี คุณภาพ และความยั่งยืน


