‘พิรงรอง’ ทำหนังสือยืนยันจุดยืน ยันพร้อมประชุม กสทช.กับ 5 กรรมการ แต่ขอไม่ร่วมวง ‘สรณ’ ทำหน้าที่ประธาน”
เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ในการประชุมครั้งที่ 24/2569 ล่มอีกครั้ง เนื่องจากไม่ครบองค์ประชุม ส่งผลให้เลื่อนประชุมออกไปก่อน
ล่าสุด ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านกิจการโทรทัศน์ เปิดเผยว่า มาถึงสำนักงาน กสทช.ตั้งแต่ก่อน 9 โมง พร้อมประชุมกสทช.อย่างชอบด้วย กฎหมายกับกรรมการกสทช.ที่เหลืออยู่
“วันนี้ขออนุญาตไม่ให้สัมภาษณ์หรือแถลงข่าวใดๆ เพราะนายกรัฐมนตรีได้มีการลงนามนำความกราบบังคมทูลฯเพื่อขอให้มีพระบรมราชโองการฯแล้ว น่าจะ ไม่สมควรกระทบพระบรมราชวินิจฉัย” ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง กล่าว
ทั้งนี้ ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง ได้แนบหนังสือบันทึกข้อความ ขอยืนยันการประชุม กสทช.ครั้งที่ 24/2569 (ต่อเนื่อง) ครั้งที่ 2 โดยระบุว่า
ตามที่สำนักงาน กสทช. ได้บันทึกข้อความที่ สทช 2001.1/2393 ลงวันที่ 5 สิงหาคม 2569 เพื่อเชิญประชุม กสทช. ครั้งที่ 24/2569 (ต่อเนื่อง) ในวันอังคารที่ 11 และวันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2569 โดยระบุว่าการประชุมครั้งนี้มีศาสตราจารย์คลินิกสรณ บุญใบชัยพฤกษ์ เป็นประธานในการประชุม กสทช. ความละเอียดแจ้งแล้ว นั้น
ดิฉันมีความพร้อมและยินดีที่จะเข้าร่วมการประชุม กสทช. ร่วมกับกรรมการ กสทช. เท่าที่ เหลืออยู่ (จำนวน 5 ท่าน) ซึ่งสามารถดำเนินการได้ตามมาตรา 20 ประกอบมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติ องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ.2553 เพื่อพิจารณาระเบียบวาระต่างๆ ที่ค้างพิจารณาและมีความเร่งด่วน จำนวนมาก เพื่อไม่ให้การปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของ กสทช. หยุดชะงักจนเกิดความเสียหายต่อสาธารณะ และอุตสาหกรรมเกี่ยวข้อง และขอยืนยันว่าดิฉันไม่อาจเข้าร่วมการประชุมที่มีศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณฯ ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมได้ ตามเหตุผลที่ได้ชี้แจงแล้วในบันทึกข้อความ ด่วนที่สุด ที่ สทช 1003/197 ลงวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 เรื่อง การปฏิบัติหน้าที่ของประธานกรรมการ กสทช. ประกอบกับปรากฏเป็น ข่าวแพร่หลายทั่วไปว่าศาลปกครองกลางมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องของศาสตราจารย์คลินิกสรณฯ ไว้พิจารณา และ ไม่พิจารณาคำขอเกี่ยวกับมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษา จึงมีผลให้คำวินิจฉัยของ คณะกรรมการสรรหา กสทช. เป็นที่สุดตามมาตรา 15/1 แห่งพระราชบัญญัติ และปัจจุบันนายกรัฐมนตรีได้ ลงนามนำความกราบบังคมทูลฯ เพื่อขอให้มีพระบรมราชโองการให้ นพ.สรณ พ้นจากตำแหน่งประธาน กรรมการและกรรมการ กสทช. แล้ว ดังนั้น หากศาสตราจารย์คลินิกสรณฯ ฝืนปฏิบัติหน้าที่และทำหน้าที่ ประธานในที่ประชุมต่อไป ย่อมทำให้การประชุมนั้น รวมถึงมติหรือคำสั่งทางปกครองใดๆ ที่เกิดขึ้นจากการ ประชุมดังกล่าว มีความเสี่ยงที่จะไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ในการนี้ จึงขอให้สำนักงาน กสทช. ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบงานธุรการเพื่อสนองตอบการ ปฏิบัติภารกิจของ กสทช. ปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด โดยจัดประชุมและอำนวยความสะดวกในการ ประชุมให้แก่คณะกรรมการ กสทช. ที่เหลืออยู่จำนวน 5 ท่าน ตามบทบัญญัติแห่งมาตรา 20 เพื่อให้องค์กร สามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง ชอบด้วยกฎหมาย และเพื่อประโยชน์สาธารณะต่อไป
ทั้งนี้ หากสำนักงาน กสทช. ยังคงให้ ศาสตราจารย์คลินิก สรณฯ ซึ่งเป็นผู้สละสิทธิตามมาตรา 18 เข้าร่วมประชุม กสทช. อีกทั้งปัจจุบันนายกรัฐมนตรีได้ลงนามนำความกราบบังคมทูลฯ เพื่อขอให้มีพระ บรมราชโองการให้ นพ.สรณ พ้นจากตำแหน่งประธานกรรมการและกรรมการ กสทช. แล้ว ดิฉันจึงไม่สามารถ กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายและก้าวล่วงพระราชอำนาจได้ จึงขอสงวนสิทธิ์ในการไม่เข้าร่วมประชุมฯ และยืนยันความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่และเข้าร่วมประชุม กสทช. กับกรรมการที่เหลืออยู่ตามที่กฎหมาย กำหนด เพื่อให้งานของ กสทช.และสำนักงาน กสทช. ดำเนินการต่อไปได้

