หน้าแรก เศรษฐกิจ เอกนิติ กาง 4...

เอกนิติ กาง 4 วิกฤตโลก แนะไทยเร่งปรับตัว ‘ศก.แตกขั้ว’ รับมือคดี AI-Deepfake

13.08.26 | 14:57 น.

เอกนิติ กาง 4 วิกฤตโลก แนะไทยเร่งปรับตัวศก.แตกขั้ว เตือนรับมือคดี AI-Deepfake


เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อเศรษฐกิจไทยยุคเปลี่ยนผ่านกับความท้าทายใหม่ของกระบวนการยุติธรรม ว่า บริบทเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันกำลังเผชิญกับความท้าทายใหญ่ 4 ประการ ได้แก่

1. ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์ เนื่องจากปัจจุบันโลกเกิดการแตกขั้วอย่างชัดเจน เช่นกรณีสหรัฐอเมริกาและจีน ทำให้หลายประเทศถูกบีบให้เลือกข้างในการเจรจาการค้า หรือการที่ไทยโดนสหรัฐเพิ่มภาษีนำเข้าเป็น 12.5% จากเรื่องการใช้แรงงานบังคับ 2. เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เอไอ ที่เปรียบเสมือนการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งใหม่และใหญ่และรวดเร็วมากกว่ายุคอินเทอร์เน็ต

3.สิ่งแวดล้อม ปัจจุบันถูกนำมาใช้เป็นข้ออ้างในการกีดกันทางการค้าและการลงทุน รวมถึงวิกฤตราคาพลังงานจากสงครามที่อาจทำให้ยุคน้ำมันราคาถูกอาจไม่กลับมาอีก และ 4. เกิดปัญหาการขาดแคลนแรงงานในประเทศไทย เนื่องจากเราเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและมีอัตราการเกิดติดลบ ทำให้กำลังแรงงานลดลง และต้องเลือกจ้างแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน

Advertisement

นายเอกนิติ กล่าวว่า เพื่อรับมือกับวิกฤตดังกล่าว ประเทศไทยต้องเร่งเปลี่ยนผ่าน ทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ ที่ไทยต้องรักษาความเป็นกลางเพื่อดึงดูดให้นักลงทุนมาลงทุนที่ไทย อย่างไรก็ดี ต้องเลือกนักลงทุนที่ดี โดยไม่รับทุนเทาด้วย ส่วนในด้านเทคโนโลยี ต้องผลักดันให้ธุรกิจไทยก้าวสู่ยุคเอไอ อย่างเช่น โครงการไทยช่วยไทยพลัส ที่มีการนำเอไอนกกระซิบ มาช่วยให้พ่อค้าแม่ค้ารายย่อยในตลาดสามารถวิเคราะห์ยอดขายและต้นทุนได้โดยอัตโนมัติ และสำหรับด้านพลังงาน ประเทศไทยต้องเร่งเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด เพื่อลดผลกระทบจากวิกฤตราคาพลังงานโลก เนื่องจากปัจจุบันไทยยังต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติสูงถึง 65% ซึ่งเมื่อเกิดความขัดแย้งจะทำให้ราคามีความผันผวน

“วันนี้ไทยนำเข้าพลังงาน 65% ของไฟฟ้าที่ใช้มาจากการนำเข้าก๊าซธรรมชาติ น้ำมันรถยนต์ก็ผลิตเองไม่ได้ และต้องนำเข้าเช่นกัน” นายเอกนิติ กล่าว

นายเอกนิติ กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงของบริบทโลกทั้งหมดนี้ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อผู้พิพากษา โดยเฉพาะในศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ เนื่องจากการไหลเข้ามาของการลงทุนและแรงงานต่างด้าวจะทำให้เกิดคดีความระหว่างประเทศในรูปแบบที่ซับซ้อนขึ้น เพราะความก้าวหน้าของเอไอที่ก่อให้เกิดคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เช่น การหลอกลวงประชาชนผ่านการปลอมแปลงใบหน้าและเสียง (Deepfake) ดังนั้นผู้พิพากษาต้องเตรียมพร้อมกับเรื่องเหล่านี้

นายเอกนิติ กล่าวว่า ทั้งนี้ ผู้พิพากษาควรปรับตัวโดยนำเทคโนโลยีเอไอมาเป็นเครื่องมือช่วยวิเคราะห์ข้อมูลหรือหาความขัดแย้งของเนื้อหาในคำพิพากษา เพื่อให้การทำงานรวดเร็วขึ้น แต่ต้องมีความฉลาดและรู้เท่าทันเทคโนโลยี หากศาลสามารถเข้าใจบริบทความท้าทายของโลก รองรับการเปลี่ยนผ่าน และพิจารณาคดีบนความเข้าใจในความเปลี่ยนแปลงได้ ศาลก็จะเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับเศรษฐกิจไทยให้มีความมั่นคงสืบไป

“เรื่องเทคโนโลยีเอไอท่านจะเห็นคดีเรื่องหลอกลวงเยอะ เพราะเดี๋ยวนี้เอไอฉลาด ผมยังถูกเอไอทำตัวเองมาหลอกให้ไปลงทุน ก็ไปแจ้งความเมื่อเร็วๆนี้ หน้าและเสียงใกล้เคียงมาก แต่ก็ไม่เหมือน ถ้าคนรู้จักจริงก็จะรู้ว่าไม่เหมือน” นายเอกนิติ กล่าว