นายกฯยันไม่เลิกคอบร้าโกลด์ กดดันภาษีสหรัฐ พิชัย แนะอย่าสะเปะสะปะ เปลี่ยนทีมเจรจา
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 14 สิงหาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกระแสข่าวที่สหรัฐอเมริกาจะมาตั้งฐานผลิตอากาศยานไร้คนขับในประเทศไทย โดยปฏิเสธว่ายังไม่ได้รับรายงาน
เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่าจะมีการใช้เรื่องการทหารไปเจรจาภาษีการค้านั้น นายกฯ ย้ำว่าไม่มี ซึ่งเมื่อวานนี้ (13 สิงหาคม) นายเอลบริดจ์ โคลบี (Mr. Elbridge Colby) ปลัดกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกาฝ่ายนโยบาย (Under Secretary of Defense for Policy) ได้เข้าพบตน แต่ไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องนี้ ซึ่งเรื่องการค้า และภาษี เป็นส่วนของการค้า ส่วนเรื่องความร่วมมือด้านความมั่นคงถือเป็นเรื่องทางการทหาร โดยรัฐบาลจะไม่ให้มาเกี่ยวข้องกัน ซึ่งบรรยากาศการพบปะหารือเป็นไปด้วยดีมากๆ
เมื่อถามย้ำว่า จะต้องแยกเรื่องความมั่นคงกับการเจรจาทางการค้าออกจากกันหรือไม่ นายกฯ ระบุว่า สหรัฐฯเป็นแบบนี้มาตลอด เพราะปลัดกระทรวงกลาโหม ไม่ได้มีประเด็นที่พูดคุยกันเรื่องการค้า
เมื่อถามว่า การฝึกซ้อมรบร่วม และผสม Cobra Gold จะเป็นไปตามห้วงเวลาปกติหรือไม่ นายกฯ ระบุว่า ปกติ เพราะเป็นสิ่งที่ทำมาหลาย 10 ปีแล้ว ไม่ทราบว่าใครเปิดกระแสนี้ขึ้นมา เพราะว่ามันไม่มี
เมื่อถามว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ได้รายงานเรื่องการเจรจาต่อรองภาษีการค้ามาบ้างแล้วหรือไม่ นายกฯ ระบุว่า ได้มีการประชุมวันจันทร์ที่ผ่านมาเพื่ออัพเดทข้อมูล ซึ่งทุกอย่างอยู่ตามกรอบเวลาที่คณะเจรจาได้กำหนดไว้
ด้านนายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า จากข้อมูลที่ได้รับทราบว่ามีรายงานจากต่างประเทศเกี่ยวกับการนำการฝึกร่วม “คอบร้าโกลด์” ระหว่างไทยกับสหรัฐมาเชื่อมโยงกับการเจรจาภาษี ซึ่งหากมีการส่งข้อมูลในลักษณะดังกล่าวจากฝ่ายไทยจริง ถือเป็นเรื่องที่ไม่รอบคอบอย่างมาก เพราะอาจสร้างความเสียหายทั้งด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง จึงควรตรวจสอบว่าก่อนส่งข้อมูลดังกล่าวได้มีการหารือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบแล้วหรือไม่
แม้รัฐบาลจะออกมาปฏิเสธ แต่เพียงการที่ประเด็นดังกล่าวปรากฏขึ้น ก็อาจสร้างความไม่เชื่อใจและความไม่มั่นใจต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐ ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ที่มีความสำคัญต่อประเทศไทยทั้งด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง จึงไม่ควรนำเรื่องความมั่นคงมาเชื่อมโยงกับการต่อรองทางการค้าโดยไม่จำเป็น
นายพิชัย กล่าวว่า หลายคนอาจไม่ทราบว่าความสัมพันธ์ด้านการทหารระหว่างไทยกับสหรัฐมีความแน่นแฟ้นมายาวนาน และ “คอบร้าโกลด์” เป็นความร่วมมือที่มีความสำคัญต่อทั้งสองประเทศ โดยการฝึกร่วมดังกล่าวช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถ การทำงานร่วมกัน การวางแผน และความพร้อมในการรับมือกับภัยคุกคาม รวมถึงมีส่วนช่วยสร้างเสถียรภาพและความร่วมมือในภูมิภาค โดย Cobra Gold 2026 เป็นการฝึกครั้งที่ 45 มีทหารจาก 30 ประเทศเข้าร่วม ดังนั้นหากมีการนำเรื่องคอบร้าโกลด์มาใช้เป็นเครื่องมือต่อรองเรื่องภาษีจริง ก็ไม่ใช่แนวทางที่เหมาะสม เพราะอาจทำให้ประเทศไทยเสียประโยชน์มากกว่าที่จะได้ และที่จริงควรใช้ความสัมพันธ์ที่มีอยู่เป็นพื้นฐานในการสร้างความร่วมมือกับสหรัฐให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า และความมั่นคง
นายพิชัย กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ตนได้เตือนเรื่องการเจรจาภาษีกับสหรัฐที่ล่าช้า และเห็นว่าต้องวิเคราะห์ให้ชัดว่าสหรัฐมีข้อกังวลหรือไม่พอใจไทยในเรื่องใด เพื่อแก้ปัญหาให้ตรงจุด รวมถึงต้องทบทวนว่าท่าทีและการสื่อสารของฝ่ายไทยในช่วงที่ผ่านมา มีส่วนสร้างความเข้าใจผิดหรือความไม่พอใจต่อสหรัฐหรือไม่ และหลังจากไทยถูกเรียกเก็บภาษีในอัตราสูงแล้ว ได้มีการแก้ไขปัญหาอย่างไร
“จากประสบการณ์การเจรจากับสหรัฐ ผมเชื่อว่าปัญหาระหว่างไทยกับสหรัฐไม่มี แต่ปัญหาอาจอยู่ที่วิธีการเจรจาและทีมเจรจามากกว่า และกรณีคอบร้าโกลด์ยิ่งทำให้ต้องทบทวนกระบวนการเจรจาให้รอบคอบ ดังนั้น หากพบว่าปัญหาอยู่ที่ทีมเจรจา ก็ควรพิจารณาปรับทีมเจรจา เพื่อให้การเจรจามีประสิทธิภาพมากขึ้น และสามารถแก้ไขปัญหาภาษีกับสหรัฐได้ โดยไม่กระทบความสัมพันธ์ที่มีมายาวนาน สิ่งสำคัญคือไทยต้องแยกเรื่องการค้าออกจากความมั่นคงอย่างชัดเจน พร้อมใช้ความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับสหรัฐเป็นจุดแข็งในการเจรจา เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศ และรักษาสมดุลทางภูมิรัฐศาสตร์ของไทยในเวทีโลก” นายพิชัย กล่าว

