หน้าแรก เศรษฐกิจ เอกนิติ ขีดเส...

เอกนิติ ขีดเส้น 30 วัน ตั้งคกก. สอบ ปมสหภาพร้องเรียน ฉัตรชัย ผจก.ธ.ก.ส.

14.08.26 | 16:46 น.

เอกนิติ สั่งตั้ง คกก.ตรวจสอบข้อเท็จจริง สอบปมร้องเรียนMDธ.ก.ส. ขีดเส้นภายใน 30 วัน


เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณีสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ ธ.ก.ส. (สร.ธ.ก.ส.) ส่งข้อร้องเรียนให้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้ตรวจสอบการทำหน้าที่ของผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ว่า วันนี้ 14 ส.ค.2569 ที่กระทรวงการคลังได้เรียกประชุมคณะกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) นัดพิเศษ ซึ่งในฐานะประธานกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ประธานบอร์ด ธ.ก.ส.)

นายเอกนิติกล่าวว่า ทางคณะกรรมการฯได้มีการดำเนินการเรื่องนี้อย่างรวดเร็ว เพื่อตอบรับต่อข้อเรียกร้องทั้ง 8 ข้อของสหภาพฯ โดยยึดหลักกฎหมายและความเป็นธรรมเป็นสำคัญ ดังนั้น ที่ประชุมจึงได้มีมติให้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กำหนดกรอบระยะเวลาดำเนินงานภายใน 30 วัน โดยเป็นตัวแทนจากธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งจะมีการรายงานตรงต่อคณะกรรมการฯ

นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะรองประธานคณะกรรมการฯ และประธานคณะกรรมการกิจการสัมพันธ์ ทำหน้าที่เป็นตัวแทนการสื่อสารและรายงานความคืบหน้าแก่พนักงานเพื่อความโปร่งใสและทั่วถึง ทั้งนี้ ในวันประชุมดังกล่าว นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการ ธ.ก.ส. ไม่ได้เข้าร่วมประชุม เพื่อให้กระบวนการพิจารณาเป็นไปด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรมสูงสุด อย่างไรก็ตาม หากตรวจสอบข้อใดเสร็จสิ้นก่อน 30 วัน ก็จะทยอยสื่อสารความคืบหน้าผ่านคณะกรรมการกิจการสัมพันธ์ทันที

Advertisement

“มาตรา 28 ที่ต่อไปคนจะหันมาใช้มาตรานี้ ต้องมีการวิเคราะห์ความคุ้มค่า และก็ไม่ได้เอาเงิน ธ.ก.ส.ไปแจก ต้องมีการวิเคราะห์ความคุ้มค่า ซึ่งอันนี้ได้มีการทำเป็นมติ ครม.ออกมาชัดเจน เป็นการสร้างวินัยการคลัง และปกป้อง ธ.ก.ส. ให้ใช้เงินไปช่วยเกษตรกรให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด” นายเอกนิติกล่าว

นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรองประธานคณะกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ในฐานะประธานกรรมการกิจการสัมพันธ์ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า บอร์ดมีมติให้ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงจากกรณีที่มีการร้องเรียนใน 30 วัน โดยประธานคณะกรรมการตรวจสอบจะเป็นผู้แทนธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

“ผมฐานะประธานกรรมการกิจการสัมพันธ์ จะเป็นตัวกลางทำความเข้าใจกับพนักงานและกลุ่มสหภาพฯ ซึ่งมีการหารือในหลายประเด็นรวมถึงจะเพิ่มช่องทางสื่อสารระหว่างกันมากขึ้น” นายวิณะโรจน์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับข้อเรียกร้องของกลุ่ม สร.ธ.ก.ส. ถึงการบริหารงานของ นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการ ธ.ก.ส.ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีดังนี้

1.ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสั่งการให้ ธ.ก.ส. ทบทวนกระบวนการ Check&balance กรณีการวิเคราะห์สินเชื่อในการจ่ายเงินกู้ให้กับเกษตรกรลูกค้าให้เหมาะสมกับบริบทและสภาพความเป็นจริงของเกษตรกรเพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินกู้สะดวกและรวดเร็ว

2.ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสั่งการให้ผู้จัดการ ธ.ก.ส. หยุดปฏิบัติหน้าที่ทันทีและดำเนินการตรวจสอบกรณีการใช้จ่ายเงินของผู้จัดการ ธ.ก.ส. อย่างฟุ่มเฟือยและไม่เหมาะสม รวมทั้งพิจารณาความคุ้มค่าการใช้จ่ายเงินงบประมาณโครงการต่างๆ เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างของ ธ.ก.ส. ซึ่งสวนทางกับนโยบายควบคุมค่าใช้จ่ายของส่วนงานภูมิภาค จนกระทบกับการบริการลูกค้า

3.ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพิจารณาไม่ต่อสัญญาการปฏิบัติงานของผู้จัดการ ธ.ก.ส.เป็นสมัยที่ 2 เนื่องจากบริบทการทำงานไม่เหมาะสมกับการดูแลภาคการเกษตร

4.ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสั่งการให้สอบสวนผู้บริหารระดับสูงของ ธ.ก.ส. ที่แสดงความเห็นในเชิงเป็นการด้อยค่าและไม่ดูแลลูกค้าเงินฝากรายย่อย ซึ่งต้องเป็นหน้าที่หลักของ ธ.ก.ส. ที่จะมีนโยบายให้ลูกค้าเงินฝากรายย่อยได้ออมเงินกับ ธ.ก.ส. อย่างกว้างขวางและยั่งยืน

5.ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสั่งการให้ตรวจสอบผู้จัดการ ธ.ก.ส.กรณีมีข้อสงสัยอาจมีการบริหารเงินหรือประโยชน์อื่นที่ได้รับคืนจากบริษัทประกันในลักษณะงบประมาณนอกบัญชีงบการเงินของ ธ.ก.ส.

6.ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสั่งการให้ตรวจสอบผู้จัดการ ธ.ก.ส. กรณีมีการแทรกแซงการทำหน้าที่ของคณะอนุกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ซึ่งขัดกับหลักธรรมาภิบาล

7.ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสั่งการให้มีการตรวจสอบ กรณี ธ.ก.ส. มีการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างเป็นไปตามหลักแรงงานสัมพันธ์ที่ดี และยึดข้อกฎหมายตาม พ.ร.บ.แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ.2543 หรือไม่ ทั้งนี้หากจะมีการเปลี่ยนแปลงต้องผ่านกระบวนการเจรจาและเห็นชอบร่วมกันกับสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ ธ.ก.ส. ซึ่งเป็นองค์กรผู้แทนพนักงาน มิใช่ดำเนินการโดยนายจ้างฝ่ายเดียว

และ 8.ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสั่งการ ธ.ก.ส.นำคำว่า “เคียงคู่รู้ค่าประชาชน” มาใช้เป็นคำขวัญ โดยยกเลิกคำว่า “The way we are” ทันที