เปิด ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ ณ ที่ว่าการอำเภอ เฟส 2
เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ร้อยตรี จักรา ยอดมณี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่ตรวจติดตามการดำเนินโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ ณ ที่ว่าการอำเภอ” เฟสที่ 2 ณ ลานอเนกประสงค์ ที่ว่าการอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี นายรัชวิชญ์ ปิยะปราโมทย์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ นายวันชัย อาจกมล ผู้อำนวยการกองบริหารการพาณิชย์ภูมิภาค นางณัฐพร มหาไพบูลย์ พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ และส่วนราชการในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ด้วย
โครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ ณ ที่ว่าการอำเภอ” เฟสที่ 2 เป็นการสานต่อความร่วมมือระหว่างกระทรวงพาณิชย์กับกระทรวงมหาดไทย โดยจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาประหยัด ณ ที่ว่าการอำเภอ กว่า 800 แห่งทั่วประเทศ ทุกวันศุกร์เว้นศุกร์ ระหว่างเดือนกรกฎาคม–กันยายน 2569 ซึ่งช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน พร้อมเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการชุมชน วิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการ OTOP และ SMEs ได้นำสินค้ามาจำหน่าย เพิ่มช่องทางการตลาดและสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนและ SMEs
จากการลงพื้นที่ครั้งนี้พบว่า การจำหน่ายสินค้าบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอแม่ริมเป็นไปอย่างคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า มีประชาชนในพื้นที่ให้ความสนใจเดินทางมาเลือกซื้อสินค้าอย่างต่อเนื่อง โดยสินค้าที่นำมาจำหน่ายมีทั้งสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ เช่น น้ำมันพืช บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และผลิตภัณฑ์ซักล้างต่างๆ สินค้า OTOP ของดีประจำท้องถิ่น และผักผลไม้ที่กำลังออกสู่ตลาดในขณะนี้ เช่น อะโวคาโด ลำไย เงาะ และลองกอง เป็นต้น ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากพี่น้องประชาชนในพื้นนี้ โดยเฉพาะผู้ที่ไปรับบริการจากที่ว่าการอำเภอ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ขณะเดียวกันก็ช่วยสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนและ SMEs และช่วยดูดซับผลผลิตจากเกษตรกร
จากนั้น รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ได้ตรวจเยี่ยมจุดจำหน่ายสินค้า “ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ” ณ ห้างสรรพสินค้าโก โฮลเซลล์ สาขาเชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งทางห้างฯ ได้นำสินค้ากลุ่ม House Brand และสินค้าแบรนด์ทางเลือกมาลดราคาเป็นพิเศษ ส่วนลดสูงสุดถึง 50% เช่น สบู่ แชมพู ผงซักฟอก และสินค้าบริโภค เช่น ข้าวสาร น้ำตาล น้ำปลา น้ำมันพืช ซอสปรุงรส เป็นต้น ซึ่งนอกจากจะช่วยลดภาระค่าครองชีพให้พี่น้องประชาชนแล้ว ยังช่วยลดต้นทุนให้กับร้านค้ารายย่อย ร้านอาหาร โรงแรม ที่ซื้อสินค้าจากห้างฯ ไปจำหน่ายต่อ ใช้เป็นวัตถุดิบ หรือใช้ในกิจการ อีกทั้งห้างฯ ได้จัดพื้นที่บริเวณด้านหน้าให้เป็นพื้นที่จำหน่ายสินค้าเกษตร เช่น ทุเรียนและมังคุดจากชุมพร สับปะรดจากลำปาง และส้มโอทับทิมสยามจากนครศรีธรรมราช เป็นต้น ถือเป็นอีกช่องทางในการระบายผลผลิตให้กับพี่น้องเกษตรด้วย
นอกจากนี้ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ ได้เดินทางไปเป็นประธานปิดงาน “CHIANG MAI GI NEXT 2026” ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดภาคเหนือทั้ง 17 จังหวัด ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อสร้างการรับรู้และขยายช่องทางตลาดสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ภาคเหนือ ในรูปแบบ Pavilion แสดงสินค้าและเจรจาจับคู่ธุรกิจ ขณะนี้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างคู่ค้าแล้วจำนวน 3 คู่ มูลค่าการค้าไม่กว่า 10 ล้านบาท จากนี้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดต่างๆ จะร่วมเป็นสื่อกลางให้เกิดการซื้อขายและเกิดมูลค่าการค้ามากขึ้น เพื่อเสริมสร้างโอกาสทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการ GI ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์เชื่อมั่นว่า การเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อและผู้ขายได้พบปะและเจรจาธุรกิจกันโดยตรงจากกิจกรรมครั้งนี้ จะนำไปสู่การจับคู่ธุรกิจเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง และช่วยสร้างรายได้และความเข้มแข็งให้แก่ผู้ประกอบการ GI และมีส่วนช่วยกระตุ้นการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในพื้นที่ต่อไป





