วราวุธ ชู AI² รับมือเศรษฐกิจรูปตัว K มุ่งอุตฯมูลค่าสูง เชื่อมโยงเทคโนโลยีสู่ SME
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายกลังเป็นประธานงานสัมมนา Thailand Delta Future Industry Summit 2026 ของบริษัท เดลต้า อิเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา ว่า กระทรวงอุตสาหกรรมชูแนวคิด AI² หรือ 2 AI เป็นแนวทางขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทย รับมือเศรษฐกิจรูปตัว K ที่ความเหลื่อมล้ำระหว่างกลุ่มเศรษฐกิจมีแนวโน้มขยายตัว โดยใช้ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นเครื่องยนต์สร้างอุตสาหกรรมมูลค่าสูง
ควบคู่กับ อุตสาหกรรมเกษตร (Agriculture Industry) เป็นกลไกยกระดับเศรษฐกิจฐานราก เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีเกิดประโยชน์กับคนไทยในวงกว้าง สอดรับกับยุทธศาสตร์เศรษฐกิจของไทยที่ให้ความสำคัญกับ AI เทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูง เซมิคอนดักเตอร์ และอุตสาหกรรมสีเขียว
“คาดว่าภาค AI ดิจิทัลขั้นสูง รวมถึงขีดความสามารถด้านเซมิคอนดักเตอร์และการออกแบบชิปในประเทศ จะมีมูลค่าถึง 1 แสนล้านบาทภายในปี 2570 ขณะที่การส่งออกไทยในช่วงครึ่งแรกปี 2569 ขยายตัว 17.6% โดยสินค้าเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นถึง 45.9% สะท้อนโอกาสจากกระแส AI ทั่วโลก”
นายวราวุธ กล่าวว่า โจทย์สำคัญคือทำอย่างไรให้ผลประโยชน์จากการลงทุนและการส่งออกเทคโนโลยีเชื่อมโยงเข้าสู่เศรษฐกิจไทยมากขึ้น เพราะอุตสาหกรรมขั้นสูงจำนวนไม่น้อยยังพึ่งพาชิ้นส่วนนำเข้า เทคโนโลยีจากต่างประเทศ และบุคลากรเฉพาะทาง ส่งผลให้มูลค่าเพิ่มอาจกระจุกตัวอยู่ในบางส่วนของระบบเศรษฐกิจ และไม่ไหลลงถึงเอสเอ็มอี หรือผู้ประกอบการไทยอย่างเต็มที่
กระทรวงอุตสาหกรรมจึงมุ่งสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมภายในประเทศให้เข้มแข็ง ตั้งแต่ใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งมีนิคมอุตสาหกรรมกว่า 80 แห่ง ปรับปรุงกฎระเบียบ เร่งนำระบบการผลิตอัจฉริยะและ AI มาใช้ในภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนบริหารการเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีให้สมดุลกับความมั่นคงด้านพลังงาน น้ำ สิ่งแวดล้อม และทรัพยากรธรรมชาติ
หัวใจสำคัญอีกด้านคือการยกระดับเอสเอ็มอีไทย ให้เข้าถึงทักษะ เทคโนโลยี เงินทุน และมาตรฐาน เพื่อเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีขั้นสูง เพราะความสำเร็จของการพัฒนาอุตสาหกรรมไม่ควรวัดจากเม็ดเงินลงทุนที่เข้าประเทศเพียงอย่างเดียว แต่ต้องวัดจากขีดความสามารถที่ประเทศไทยสร้างและเก็บไว้ได้ ทั้งองค์ความรู้ ซัพพลายเออร์ วิศวกร และบริษัทไทยที่สามารถก้าวขึ้นสู่ตลาดโลก
สำหรับ AI ตัวที่สอง คือ “Agriculture Industry” ซึ่งต้องถูกยกระดับจากภาคเกษตรดั้งเดิมสู่ Agri-Food และ Agri-Tech มูลค่าสูง เพื่อเป็นสะพานเชื่อมเศรษฐกิจสองส่วน ลดช่องว่างของเศรษฐกิจรูปตัว K และสร้างโอกาสให้เกษตรกร แรงงาน และเอสเอ็มอี สามารถมีส่วนร่วมกับเศรษฐกิจยุคใหม่
“เพราะไทยมีจุดแข็งด้านน้ำ ผืนดิน องค์ความรู้และความอุดมสมบูรณ์ทางการเกษตร สามารถต่อยอดด้วยเทคโนโลยีชีวภาพ อาหารแห่งอนาคต สารสำคัญทางการแพทย์ เกษตรแม่นยำ ระบบอัตโนมัติ และเทคโนโลยีการแปรรูปอาหาร เพื่อเปลี่ยนทรัพยากรทางการเกษตรให้เป็นอุตสาหกรรมมูลค่าสูง และสร้างความมั่นคงทางอาหารในระยะยาว”
ดังนั้น เป้าหมายของ AI² ยังช่วยสร้างระบบเศรษฐกิจที่มีทั้งเครื่องยนต์เทคโนโลยีและฐานรากที่แข็งแรง เชื่อมโยงการลงทุน องค์ความรู้ และนวัตกรรมลงสู่ผู้ประกอบการไทย เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมเกิดการเติบโตที่มีคุณภาพและทั่วถึง




