หน้าแรก เศรษฐกิจ ประวิทย์ ชี้ ...

ประวิทย์ ชี้ Upgrade มอก. เหล็กไทย สร้างมาตรฐานเดียว ถอดบทเรียนวิกฤตปี 40 ยกระดับแข่งขันสู่ยุคอุตสาหกรรมสีเขียว

14.08.26 | 16:42 น.
เหล็กไทย

ประวิทย์ ชี้ Upgrade มอก. เหล็กไทย สร้างมาตรฐานเดียว ถอดบทเรียนวิกฤตปี 40 ยกระดับแข่งขันสู่ยุคอุตสาหกรรมสีเขียว

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม นายประวิทย์ หอรุ่งเรือง กรรมการสมาคมเหล็กทรงยาวมาตรฐาน กล่าวว่า อุตสาหกรรมเหล็ก ไทยควรเรียนรู้บทเรียนจากวิกฤตเหล็ก ช่วง IMF ในปี 2540 โดยภาคอุตสาหกรรมเหล็กจำเป็นต้องเดินหน้าปรับตัวทั้งด้านประสิทธิภาพ คุณภาพ ความปลอดภัย และ สิ่งแวดล้อม ซึ่งมองว่า การปรับปรุง แก้ไขมาตรฐานเหล็กของสำนักงานมาตรฐานผลิต ภัณฑ์อุตสาหรรม (มอก.) ไม่ใช่การกีดกันผู้ประกอบ การ แต่เป็นการสร้างมาตรฐานเดียวเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของ ประเทศในระยะยาว


สำหรับการขยายตัวของโรงงานเตาหลอมแบบ Induction Furnace (IF) ประวิทย์เห็นว่าประเด็น สำคัญไม่ควรอยู่ที่ว่าเทคโนโลยีมาจากประเทศใด แต่ต้องพิจารณาความสามารถในการควบคุมคุณภาพ ความสม่ำเสมอของผลิตภัณฑ์ และความปลอดภัย โดยเฉพาะเหล็กที่นำไปใช้ในโครงสร้างอาคาร และ โครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประชาชน

ทั้งนี้ในวันที่ 17 สิงหาคม นี้ จะมีการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น(ประชาพิจารณ์) ร่างมาตรฐาน เหล็กฉบับใหม่ ซึ่งในฐานะกรรมการเหล็กทรงยาวมาตรฐาน อยากที่จะเห็นการแสดงความคิดเห็นที่สร้าง สรรค์ หัวใจสำคัญคือการยกระดับมาตรฐานเหล็กให้สามารถ ควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยได้ อย่างมีประสิทธิภาพ

“จากวิกฤตปี 2540 ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเหล็กอย่างรุนแรงจากเงินบาทอ่อน หนี้ต่าง ประเทศ และความต้องการใช้เหล็กลดลง ขณะที่ธุรกิจเหล็กต้องใช้เงินลงทุนสูงทั้งโรงงาน เครื่องจักร ระบบควบคุมคุณภาพ และสิ่งแวดล้อม ทำให้ผู้ประกอบการจำนวนมากประสบปัญหาทางการเงิน ต้องใช้เวลาหลายสิบปีในการฟื้นฟู เจ็บแล้วจำคือคน อย่าให้ประวัติศาสตร์ไทยซ้ำรอย จากไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย ในวิกฤติ IMF สู่หายนะเหล็ก IF โจทย์ใหญ่ของ อุตสาหกรรมเหล็กไทย คือยกระดับมาตรฐานเหล็ก IF ” นายประวิทย์ กล่าว

Advertisement

กรรมการเหล็กทรงยาวมาตรฐาน กล่าวต่อว่า การแข่งขันในอุตสาหกรรมเหล็กไม่ได้กระทบ เฉพาะโรง งาน แต่เชื่อมโยงไปถึงแรงงาน ครอบครัว ผู้รับเหมา ผู้ขนส่ง ผู้ค้าเศษเหล็ก และ Supply Chain โดยรอบ จึงจำเป็นต้องมองการยกระดับอุตสาหกรรมในภาพรวม ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะต้นทุนของผู้ ประกอบการรายใดรายหนึ่ง แต่การปรับปรุงมาตรฐาน มอก. ควรใช้หลักเกณฑ์เดียวกันกับผู้ประกอบการ ทุกสัญชาติ หากเทคโนโลยีใดสามารถปฏิบัติตามมาตรฐานที่เข้มขึ้นได้ ก็ควรแข่งขันอย่างเท่าเทียม แต่หากมีข้อจำกัด ก็ต้องปรับปรุงกระบวนการผลิตและเทคโนโลยี ซึ่งมาตรฐานที่ดีต้องทำให้ ประชาชน มั่นใจว่า เหล็กทุกเส้นที่ออกจากโรงงานมีระบบการผลิตและควบคุมคุณภาพที่เชื่อถือได้ ไม่ใช่เพียงตัว อย่างบางชิ้นที่นำมาทดสอบแล้วผ่าน

อย่างไรก็ตาม ไทยยังต้องการเงินลงทุนจากต่างประเทศ รวมถึงจีน แต่ควรเป็นการลงทุนที่นำเงิน ทุน เทคโนโลยี Know-how และมาตรฐานที่สูงขึ้นเข้ามา ไม่ใช่แข่งขันด้วยการลดมาตรฐาน เพื่อรองรับ เทคโนโลยีที่มีต้นทุนต่ำกว่า

ทั้งนี้มองว่า โรงงานสามารถปรับปรุงได้ เครื่องจักรสามารถเปลี่ยนได้ เทคโนโลยีสามารถ Upgrade ได้ แต่มาตรฐานความปลอดภัยของประชาชน ไม่ควรถูก Downgrade

ประวิทย์ กล่าวย้ำว่า ยังต้องการเห็นอุตสาหกรรมเหล็กไทยเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ทั้งด้านประสิทธิ ภาพ คุณภาพ ความรับผิดชอบต่อสังคม และความพร้อมสู่ยุคอุตสาหกรรมสีเขียว โดยมองว่าความ สามารถในการแข่งขันในอนาคตจะไม่ได้วัดกันเพียงต้นทุน แต่รวมถึงคุณภาพ ความปลอดภัย การใช้ พลังงาน และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

เหล็กไทย