หน้าแรก เศรษฐกิจ เอกนิติ รื้อภ...

เอกนิติ รื้อภาษีรถยนต์ใหม่ นำเข้าเสียเพิ่ม ออกกฎกระทรวงจบในกย.นี้

17.08.26 | 06:10 น.

เอกนิติ รื้อภาษีรถยนต์ใหม่ นำเข้าเสียเพิ่ม ออกกฎกระทรวงจบในกย.นี้

เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เปิดเผยถึงกรณีรัฐบาลเตรียมปรับโครงสร้างอัตราภาษีรถยนต์ใหม่ โดยให้ผู้ใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศได้รับอัตราภาษีต่ำกว่าค่ายไม่ตั้งฐานการผลิตในประเทศไทยว่า กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการเร่งพิจารณาปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ทั้งระบบ เนื่องจากโลกปัจจุบันเกิดการแข่งขันและการกีดกันทางการค้ารุนแรงขึ้น รัฐบาลจึงต้องปรับอัตราภาษีรถยนต์ใหม่ให้สอดรับกับสถานการณ์เกิดขึ้น เพื่อเป็นการรักษาฐานการผลิตรถยนต์ กระตุ้นให้เกิดการลงทุนผลิต การจ้างงาน เพิ่มห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมยานยนต์ภายในประเทศ ได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงการคลังและอธิบดีกรมสรรพสามิตจัดทำรายละเอียดอัตราภาษีใหม่ให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายนนี้


“ประเทศไทยเรามีข้อตกลงทางการค้าหรือเอฟทีเออยู่เยอะ ทำให้ใช้ภาษีศุลกากรตั้งเป็นกำแพงสกัดแบบประเทศอื่นไม่มีเอฟทีเอได้ เราไม่สามารถขึ้นภาษีนำเข้าแบบสหรัฐอเมริกาได้ แต่เรายังมีเครื่องมืออย่างภาษีสรรพสามิต แม้ภาษีนำเข้าจะเป็นศูนย์ เราก็สามารถไปขยับภาษีสรรพสามิตแทนได้ เครื่องมือนี้จะช่วยตอบโจทย์ได้ง่ายๆ เลย คือเราต้องการให้เกิดการลงทุนผลิตและเกิดการจ้างงานขึ้นในประเทศ” นายเอกนิติ กล่าว

นายเอกนิติ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีกรอบความตกลงการค้าเสรีหรือเอฟทีเอกับหลายประเทศ ส่งผลให้อัตราภาษีศุลกากรในการนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูปบางส่วนกลายเป็นศูนย์เปอร์เซ็นต์ จึงไม่สามารถใช้กำแพงภาษีศุลกากรเข้ามาสกัดการทะลักของสินค้านำเข้าราคาถูก (Dump) ได้เหมือนบางประเทศ ภาครัฐจึงจำเป็นต้องหันมาใช้กลไกภาษีสรรพสามิตเข้ามาบริหารจัดการ กำลังศึกษาเพื่อเตรียมปรับเพิ่มอัตราภาษีสำหรับรถยนต์นำเข้า ปรับลดอัตราภาษีรถยนต์สำหรับผู้ตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ภายในประเทศ เพื่อสร้างความเป็นธรรมจะปรับลดทั้งค่ายรถยนต์ทั้งรายเดิมและรายใหม่เข้ามาลงทุน รวมทั้งครอบคลุมทั้งในกลุ่มรถยนต์สันดาป รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) การแก้ไขดังกล่าวสามารถดำเนินการได้ทันทีระดับกฎกระทรวงตามพ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต จะเป็นผลบวกต่อการจัดเก็บรายได้รัฐจะเพิ่มขึ้นอีกด้วย

“จริงๆ โครงสร้างภาษีรถยนต์ของเรามีอยู่แล้ว แต่รอบนี้เราจำเป็นต้องปรับอัตราภาษีสำหรับรถยนต์นำเข้าขึ้น เพราะต้องยอมรับว่าเดี๋ยวนี้โลกเปลี่ยนไปเร็วมาก เราจะเห็นหลายประเทศเจอปัญหาการถูกทุ่มตลาดจากสินค้านำเข้า ถ้าประเทศเราไม่มีกำแพงภาษีมาทำหน้าที่เป็นเหมือนเขื่อนกั้น สินค้าพวกนี้ก็จะไหลทะลักเข้ามาเยอะ” นายเอกนิติ กล่าว

Advertisement

นายเอกนิติ กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังสอดรับกับทิศทางการค้าและการส่งออกยานยนต์ของไทยเริ่มส่งออกรถอีวีผลิตในประเทศไปยังตลาดต่างประเทศแล้ว เช่น ออสเตรเลีย สัปดาห์หน้า ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม รัฐบาลเตรียมเดินทางเยือนออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ เพื่อผลักดันและต่อยอดการใช้ประโยชน์จากกรอบเอฟทีเอที่มีอยู่เดิม ตลาดยานยนต์เป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของการค้าสองทาง พร้อมทั้งจะนำสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เข้าไปเจรจากับกลุ่มนักลงทุน เช่น บริษัทแคนวา ทำเทคโนโลยีครีเอทีฟ เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนใหม่ๆ เข้ามาขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในระยะยาวต่อไป

“สัปดาห์หน้าผมจะเดินทางไปออสเตรเลียและนิวซีแลนด์กับท่านนายกฯ เพื่อไปขยายโอกาสจากเอฟทีเอไทย-ออสเตรเลีย และไทย-นิวซีแลนด์ ตลาดส่งออกรถยนต์สำคัญของเรา วันนี้รถอีวีเราผลิตเริ่มส่งออกไปออสเตรเลียแล้ว นอกจากนี้เรายังพาบีโอไอไปเจรจานักลงทุนต่างชาติ อย่างบริษัท แคนวา เป็นเทคโนโลยีและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ด้วย“ นายเอกนิติ กล่าว