หน้าแรก เศรษฐกิจ อสมท เปิดประม...

อสมท เปิดประมูล เช่าที่ดินรัชดา 50 ไร่ 9,000 ล้าน เล็งเข็นทำเลทอง หนองแขม-บางไผ่ สร้างรายได้

17.08.26 | 20:53 น.

อสมท เปิดขายเอกสารประมูลสิทธิ์เช่าที่ดิน 50 ไร่ ย่านรัชดา-พระราม 9 มูลค่ากว่า 9,000 ล้านบาท ถึง 26 ส.ค.นี้ ทุนใหญ่สนใจซื้อซอง จ่อคัดเลือกเอกชนและเจรจาสัญญาให้เสร็จปี 2570 พร้อมวางแผนสำรอง หากประมูลไม่สำเร็จเปลี่ยนเป็นเช่าระยะสั้น ดันรายได้จาก 10 ล้านบาทแตะ 100 ล้านบาทต่อปี นำกระแสเงินสดเสริมธุรกิจสื่อ เดินหน้า MCOT Next รับการเปลี่ยนผ่านสู่ Digital-Streaming

อสมท เปิดประมูล เช่าที่ดินรัชดา 50 ไร่ 9,000 ล้าน เล็งเข็นทำเลทอง หนองแขม-บางไผ่ สร้างรายได้


เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ญาดา กาศยปนันทน์ กรรมการ รักษาการในตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า อสมท เดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจภายใต้ยุทธศาสตร์ MCOT Next โดยให้ความสำคัญกับการสร้างรายได้จากสินทรัพย์ที่มีอยู่ หรือ Asset Monetization เพื่อสร้างกระแสเงินสดกลับเข้าสู่องค์กร และนำไปสนับสนุนการดำเนินงาน รวมถึงการลงทุนในธุรกิจสื่อรูปแบบใหม่

โครงการสำคัญคือการนำที่ดินของ อสมท บริเวณรัชดา–พระราม 9 เนื้อที่กว่า 50 ไร่ ออกจัดหาประโยชน์ในรูปแบบการให้เช่าระยะยาว โดยเปิดจำหน่ายเอกสารโครงการตั้งแต่วันที่ 10 ก.ค. 2569 และกำหนดปิดจำหน่ายเอกสารวันที่ 26 ส.ค. 2569

ปัจจุบันมีบริษัทขนาดใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ให้ความสนใจและเข้าซื้อเอกสารแล้ว แต่ อสมท ยังไม่สามารถเปิดเผยจำนวนและรายชื่อได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างกระบวนการจัดหาประโยชน์จากทรัพย์สิน โดยหลังปิดการจำหน่ายเอกสารจะมีการชี้แจงรายละเอียดและตอบข้อซักถาม ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอและคัดเลือกเอกชน

Advertisement

ทำเลศักยภาพสูง 9,000 ล้าน เชื่อมรถไฟฟ้า 2 สาย

สำหรับที่ดิน 50 ไร่ดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในสินทรัพย์หลักของ อสมท มีราคาประเมินประมาณ 400,000 บาทต่อตารางวาขึ้นไป คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 9,000 ล้านบาท โดยบริษัทไม่มีนโยบายขายกรรมสิทธิ์ แต่จะใช้รูปแบบการให้เช่าระยะยาว เพื่อรักษาสินทรัพย์และสร้างรายได้ประจำในอนาคต

จุดแข็งสำคัญอยู่ที่ทำเลซึ่งตั้งอยู่ในย่านธุรกิจและแหล่งที่อยู่อาศัยสำคัญของกรุงเทพฯ ใกล้ถนนรัชดาภิเษก ด้านเหนือติดศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยและกระทรวงวัฒนธรรม ด้านทิศใต้ติดถนนเทียมร่วมมิตร ด้านทิศตะวันออกติดลำชวดกระทุ่มโพง ส่วนด้านทิศตะวันตกติดที่ดินการรถไฟแห่งประเทศไทยและศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน

พื้นที่ยังมีโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมรองรับ โดยอยู่ใกล้จุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสำคัญ ทั้ง สายสีส้มและสายสีน้ำเงิน รวมถึงมีแนวคิดพัฒนาทางเชื่อมต่อเข้าสู่ระบบรถไฟฟ้าโดยตรงแบบ Seamless Integration ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสะดวกในการเดินทาง ดึง Traffic เข้าสู่พื้นที่ และเพิ่มศักยภาพในการพัฒนาโครงการเชิงพาณิชย์

“สำหรับทางเข้า – ออก ที่ดิน 50 ไร่ ของ อสมท ได้ทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เพื่อขออนุญาตใช้ที่ดินของ รฟม. เป็นทาง เข้า – ออก สู่ทางสาธารณะ จำนวน 2 ช่องทาง ช่องทางละ 20 เมตร) รวมถึงมีทางเข้า – ออก ภาระจำยอมด้านกระทรวงวัฒนธรรมอีกด้วย”นางสาวญาดา ย้ำชัด

เปิดกว้างพัฒนาโครงการ

อสมท เปิดโอกาสให้เอกชนเสนอรูปแบบการพัฒนาได้อย่างกว้างขวาง โดยไม่ได้จำกัดเฉพาะธุรกิจประเภทใดประเภทหนึ่ง สามารถพัฒนาได้ทั้งโครงการขนาดใหญ่ อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า โรงแรม หรือโครงการผสมผสานที่เหมาะสมกับทำเล

เนื่องจากพื้นที่โดยรอบมีทั้งอาคารพักอาศัย สำนักงานของบริษัทชั้นนำ ตลอดจนสถานที่สำคัญของภาครัฐและศูนย์วัฒนธรรม จึงมีศักยภาพรองรับทั้งกลุ่มคนทำงาน ผู้อยู่อาศัย นักท่องเที่ยว และผู้เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ

ผลตอบแทนจากการให้เช่าระยะยาวจะประกอบด้วย ค่าตอบแทนส่วนแรก ค่าเช่ารายปี และส่วนแบ่งรายได้ ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญา ซึ่งจะช่วยให้อสมท มีรายได้ต่อเนื่องในระยะยาว โดยไม่ต้องสูญเสียกรรมสิทธิ์ในสินทรัพย์

เปิดไทม์ไลน์ชัด คาดลงนามสัญญาปี 2570

สำหรับกรอบเวลาการคัดเลือก หลังปิดจำหน่ายเอกสาร จะมีการชี้แจงรายละเอียดภายใน 7 วัน ก่อนเข้าสู่ช่วงจัดทำและยื่นข้อเสนอภายใน 60 วัน และใช้เวลาคัดเลือกประมาณ 30 วัน โดยคาดว่าจะสรุปผลการคัดเลือกในเดือนพ.ย. 2569

จากนั้นในเดือนธ.ค.จะเสนอผลการคัดเลือกต่อคณะกรรมการบริษัท เพื่อขออนุมัติ ก่อนเข้าสู่กระบวนการเจรจาร่างสัญญาในเดือนม.ค. 2570 และเสนอร่างสัญญาต่อคณะกรรมการในเดือนก.พ. พร้อมส่งให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจทาน

ในเดือนมี.ค.จะนำผลการตรวจร่างสัญญาเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท ก่อนจัดประชุมผู้ถือหุ้น (AGM) ในเดือนเมษายน เพื่อเสนอผลการคัดเลือกและร่างสัญญาที่ผ่านการตรวจทาน และคาดว่าจะสามารถ ลงนามสัญญากับเอกชนได้ภายในเดือนพ.ค.2570

หากไร้ผู้ประมูล พลิกเกมเช่าระยะสั้น ดันรายได้ 100 ล้าน/ปี

นางสาวญาดากล่าวว่า อสมท เตรียมแผนรองรับกรณีไม่สามารถหาผู้เช่าระยะยาวได้ โดยจะนำพื้นที่ 50 ไร่มาใช้ประโยชน์ในรูปแบบ การให้เช่าระยะสั้น เพื่อสร้างรายได้และกระแสเงินสดระหว่างรอการพัฒนาโครงการระยะยาว

ปัจจุบันพื้นที่มีผู้สนใจเช่าอย่างต่อเนื่อง ทั้งการจัดกิจกรรม Music Festival เทศกาลและงานดนตรีระดับโลก ตลอดจนการใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์จากต่างประเทศ โดยอยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียดและความเหมาะสมของแต่ละโครงการ

ปัจจุบันการเช่าพื้นที่ระยะสั้นสร้างรายได้ประมาณ 10 ล้านบาทต่อปี แต่ อสมท ตั้งเป้าเพิ่มรายได้จากช่องทางดังกล่าวเป็น 100 ล้านบาทต่อปี หากสามารถเพิ่มจำนวนกิจกรรมและอัตราการใช้ประโยชน์พื้นที่ได้เต็มศักยภาพ

โดยปัจจุบันพื้นที่ได้รับการปรับปรุงให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานแล้ว จึงสามารถรองรับกิจกรรมขนาดใหญ่ได้ หากการประมูลระยะยาวยังไม่สามารถปิดดีลได้ตามกรอบเวลา อสมท สามารถเร่งทำตลาดพื้นที่เพื่อเพิ่มการใช้ประโยชน์และสร้างกระแสเงินสดได้ทันที

จัดพอร์ตที่ดินหนองแขม–บางไผ่ สร้างรายได้ต่อเนื่อง

นอกจากที่ดินรัชดาฯ แล้ว อสมท ยังเตรียมนำที่ดินอีก 2 แปลง ได้แก่ หนองแขมและบางไผ่ มาจัดหาประโยชน์เพิ่มเติม โดยเน้นรูปแบบการให้เช่าระยะยาวเช่นเดียวกัน และไม่มีแผนขายกรรมสิทธิ์

ที่ดินหนองแขมมีมูลค่าประเมินเดิมประมาณ 400 ล้านบาท ส่วนที่ดินบางไผ่มีมูลค่าประเมินประมาณ 300 ล้านบาท โดยบริษัทจะดำเนินการประเมินมูลค่าใหม่ให้เป็นปัจจุบันก่อนเข้าสู่กระบวนการจัดหาประโยชน์

อัดเงิน MCOT Next เปลี่ยนผ่าน Digital–Streaming ใช้ AI ลดต้นทุน

นางสาวญาดา ยังกล่าวถึงแผนดำเนินงานภายใต้ ยุทธศาสตร์ MCOT Next โดย อสมท จะเร่งเปลี่ยนผ่านจากธุรกิจสื่อแบบเดิมไปสู่ Digital Platform และ Streaming เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันไปรับชมคอนเทนต์ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น

บริษัทจะยังคงให้ความสำคัญกับคอนเทนต์ข่าวและสาระซึ่งเป็นภารกิจหลัก ขณะที่ธุรกิจบันเทิงจะมุ่งสร้างรายได้ผ่านระบบสมาชิก Subscription การโฆษณา และการร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อสร้างโมเดลรายได้ที่หลากหลายมากขึ้น

ขณะเดียวกัน อสมท อยู่ระหว่างศึกษาการนำ AI มาใช้ในกระบวนการผลิตคอนเทนต์ โดยร่วมทุนกับพันธมิตรจากประเทศจีน โดยเฉพาะการผลิตภาภาพยนตร์และซีรีส์แนวตั้งสำหรับแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งมีศักยภาพช่วยลดต้นทุนการผลิต โดยปัจจุบันผู้ผลิตบางรายสามารถสร้างภาพยนตร์ด้วย AI ความยาวประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ด้วยต้นทุนราว 2–3 ล้านบาท เทียบกับละครทั่วไปที่อาจมีต้นทุนประมาณ 10–20 ล้านบาทต่อเรื่อง

“ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณารูปแบบความร่วมมือกับบริษัทผู้ผลิตหนัง AI หลายราย โดยมีโมเดลคือ อสมท อาจไม่ต้องลงทุนเอง แต่จะให้ทางพันธมิตรจีน เป็นผู้ลงทุนผลิต และนำมาลงในแพลตฟอร์มเพื่อแบ่งผลกำไร ทั้งจากค่าสมาชิก (Subscription) และสปอนเซอร์โฆษณา

ทั้งนี้เป้าหมาย เพื่อให้ได้คอนเทนต์ที่มีความหลากหลาย เช่น ธีมหนังจีนกำลังภายใน หรือดราม่า โดยใช้ต้นทุนเพียง 2-3 ล้านบาทต่อเรื่อง ซึ่งต่ำกว่าการจ้างดาราหรือการผลิตละครปกติที่ใช้เงินถึง 10-20 ล้านบาท”

6 เดือนแรกขาดทุนลด เร่งสร้างกระแสเงินสด

สำหรับภาพรวมผลประกอบการและสถานะทางการเงินของ MCOT ในช่วงครึ่งปีแรก 2569 มีภาวะขาดทุนที่ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลมาจากการพยายามลดค่าใช้จ่ายที่จำเป็นน้อยที่สุดออกไป แม้ว่าที่ผ่านมาบริษัทจะประสบปัญหาขาดทุนต่อเนื่องมาเป็นจำนวนมากก็ตาม

โดยครึ่งปีแรกของปีนี้บริษัทมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 600 กว่าล้านบาท ซึ่งบริษัทตั้งเป้าที่จะควบคุมค่าใช้จ่ายทั้งปีให้อยู่ในระดับประมาณ 1,200 ล้านบาทเศษ ทั้งนี้จะมุ่งไปที่การบริหารจัดการโดยลดสิ่งที่ไม่จำเป็น (Lean) ท่ามกลางสถานการณ์รายได้ โดยเฉพาะจากโฆษณาซึ่งปัจจุบันค่าโฆษณาทางทีวีอยู่ในระดับที่ต่ำมาก ตามสภาวะตลาดที่งบโฆษณาไหลไปสู่ออนไลน์เป็นหลัก

ขณะที่เป้าหมายการกลับมามีกำไรอย่างเห็นผลสัมฤทธิ์นั้น นางสาวญาดา คาดการณ์ว่าจะน่าจะเกิดขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 1 หรือ 2 ของปี 2570 โดยในช่วงนี้จะมุ่งเน้นการรักษาสภาพคล่อง (Cash Flow) ให้เพียงพอต่อการหมุนเวียนค่าใช้จ่ายก่อน

“ที่ผ่านมาบริษัทยังได้ดำเนินการลดจำนวนบุคลากรลงอย่างต่อเนื่องจากประมาณ 1,400 คนในปี 2563 จนเหลือประมาณ 700 คนในปัจจุบัน รวมถึงยังมีลูกจ้างประจำอีก 200 คน ซึ่งขณะนี้บริษัทยังไม่มีแผนชัดเจนในการ Lean บุคคลากร”

นางสาวญาดา กล่าวและว่าการนำสินทรัพย์มาสร้างรายได้จะเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่จะช่วยหาเงินทุนรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ MCOT Next โดยเป้าหมายระยะสั้นไม่ได้มุ่งเพียงการกลับมามีกำไร แต่ต้องสร้างกระแสเงินสดให้เพียงพอต่อการหมุนเวียนภายในองค์กร และลดภาระต้นทุนอย่างต่อเนื่อง