เมื่อเวลา 15.40 น. ที่สำนักงานใหญ่บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัดหรือ รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ จัดแถลงข่าวด่วนกรณีเกิดเหตุผู้โดยสารเพศหญิงตกลงไปในรางรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์บริเวณสถานีบ้านทับช้าง ถูกขบวนรถแล่นทับ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยมีนายวิสุทธิ์ จันมณี กรรมการและรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด และผู้บริหารร่วมแถลงข่าว
นายวิสุทธิ์ เปิดเผยว่า เบื้องต้นขอแสดงความเสียใจกับญาติผู้เสียชีวิตอย่างสุดซึ้ง เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เป็นสิ่งที่คณะผู้บริหารและผู้ปฏิบัติหน้าที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นเป็นเหตุสุดวิสัย ขณะนี้ทราบชื่อผู้เสียชีวิตแล้ว เบื้องต้นได้ช่วยเหลือค่าทำศพไป 4 หมื่นบาท ขั้นตอนต่อไปคือการพิจารณาให้เงินประกันชีวิตตามเงื่อนไขการประกันชีวิตซึ่งมีวงเงินประกันสำหรับผู้โดยสารเกิดอุบัติเหตุจนเสียชีวิต 4 แสนบาทต่อราย ทางแอร์พอร์ตลิ้งค์ได้ทำไว้กับบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ทั้งนี้ จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่าโดยสารที่เสียชีวิตก้าวล้ำเส้นเหลืองซึ่งเป็นเส้นรักษาความปลอดภัยและพลัดตกลงไปส่วนสาเหตุแท้จริงนั้นขอให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการวินิจฉัยสาเหตุที่เกิดขึ้น โดยยืนยันว่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้เป่านกหวีดเตือนผู้โดยสารคนดังกล่าวแล้ว
ทั้งนี้ จากการสอบสวนทราบว่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยฝั่งตรงข้ามซึ่งเป็นฝั่งออกนอกเมืองได้เห็นเหตุการณ์และกดปุ่มหยุดรถฉุกเฉิน ขณะที่เจ้าหน้าที่ขับรถไฟได้กดปุ่มเช่นกันแต่เนื่องจากผู้โดยสารคนดังกล่าวพัดตกลงในช่วงต้นสถานี ในระหว่างที่รถไฟกำลังเข้าสู่ชานชลาด้วยความเร็วประมาณ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขณะที่การกดปุ่มฉุกเฉินนั้น เมื่อกดปุ่มแล้วรถจะหยุดทันทีแต่จะมีระยะทางเบรคจนหยุดนิ่งประมาณ 100 เมตร ซึ่งจุดเกิดเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในระยะสั้นกว่า 100 เมตร
อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นแล้วนายสถานีได้เข้าไปดูผู้โดยสารทันทีและประเมินว่าผู้โดยสารอาจเสียชีวิตแล้วจึงได้เร่งให้แพทย์และหน่วยช่วยเหลือฉุกเฉินเข้ามาในพื้นที่ซึ่งใช้เวลาประมาณ 30 นาทีหน่วยแพทย์จึงมาถึง
สำหรับมาตรการป้องกัน ขณะนี้ทางผู้บริหารบริษัทอยู่ในระหว่างหารือว่าจะเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจาก 2 นายต่อ 1 ชานชาลา คือส่วนหัวสถานีและท้ายสถานี เป็น 3 นายต่อ 1 ชานชาลา คือหัว กลาง และท้ายสถานีในช่วงเวลาที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก (พีค) นอกจากนี้ จะเดินหน้างานประมูลประตูกั้นชานชาลาทุกสถานี โดยคาดว่าจะเริ่มสร้างประตูกั้นแรกแล้วเสร็จที่สถานีพญาไทภายในเดือนมีนาคมถึงเมษายนปี 2561 โดยใช้งบประมาณในการติดตั้งประมาณ 200 ล้านบาทคาดว่าจะประมูลเสร็จตามแผนในเดือนสิงหาคมนี้เมื่อมีผู้รับจ้างแล้วจะพยายามเร่งให้ ติดตั้งประตูกั้นโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ ยอมรับว่ารูปแบบชานชลาไม่ได้ออกแบบให้มีประตูกั้นตั้งแต่แรกจะมีเฉพาะสถานีที่เคยเป็นสถานีเอ็กซ์เพรสเท่านั้น แต่หลังจากเปิดดำเนินการได้สี่ปีและจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นจึงได้มีนโยบายติดตั้งประตูดังกล่าว
นายวิสุทธิ์ กล่าวอีกว่า คณะผู้บริหารยังมีนโยบายเพิ่มเที่ยวรถจาก 10 ถึง 12 นาทีต่อเที่ยวเป็นแปดถึง 10 นาทีต่อเที่ยวเพื่อลดความแออัดของจำนวนผู้โดยสารซึ่งปัจจุบันในวันธรรมดามีผู้ใช้บริการประมาณ 6.5 หมื่นคนต่อวัน วันศุกร์มีผู้ใช้งาน 7 หมื่นคนต่อวัน นอกจากนี้ ปัจจุบันทางบริษัทยังมีมาตรการ Crowd Control ซึ่งเป็นมาตรการตัดผู้โดยสารไม่ให้ขึ้นไปรอที่ชานชาลามากเกินไป และซ้อมดูแล ความปลอดภัยของผู้ใช้งานประจำปี อย่างสม่ำเสมอ ส่วนความสูงของชานชาลา จนถึงเวลารถไฟนั้นมีความสูงประมาณ 120 ถึง 130 เซนติเมตรความสูงดังกล่าวไม่สามารถทำให้เสียชีวิตได้และรางรถไฟเป็นรางที่ไม่มีไฟฟ้า

