นักธุรกิจ-นักวิเคราะห์ มองศก.โค้ง 4 ปี69 ฟื้นได้ ฝากความหวัง ‘มาตรการรัฐ-ท่องเที่ยว’
วันที่ 18 สิงหาคม นายธนากร เกษตรสุวรรณ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวถึงเศรษฐกิจไทยจากนี้ ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2569 ว่า สรท. ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยยังขยายตัวได้ แต่เป็นการขยายตัวแบบระมัดระวัง ภาคส่งออกสินค้าเทคโนโลยีและการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่จะเป็นแรงพยุงสำคัญ ขณะที่กำลังซื้อในประเทศ ภาระหนี้ครัวเรือน ต้นทุนพลังงาน และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกยังเป็นข้อจำกัด
ในช่วงปลายปี การท่องเที่ยวและการส่งออกอาจช่วยพยุงเศรษฐกิจได้ แต่ภาครัฐควรเร่งการเบิกจ่ายลงทุนและลดต้นทุนผู้ประกอบการ โดยเฉพาะต้นทุนโลจิสติกส์ พลังงาน และต้นทุนจากกฎระเบียบ เพื่อไม่ให้การฟื้นตัวกระจุกเฉพาะบางอุตสาหกรรม
สิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ราคาพลังงาน นโยบายการค้าของประเทศคู่ค้า และสภาพอากาศ ซึ่งอาจกระทบต้นทุนการผลิต การขนส่ง และรายได้ภาคเกษตร
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัวที่ 2.0% ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่สอดคล้องกับเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในไตรมาสที่ 4/2569 คาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวต่อเนื่อง ซึ่งได้รับปัจจัยสนับสนุนเชิงบวกทางเศรษฐกิจที่สำคัญ 6 ประการ ดังนี้
- การลดลงของความเสี่ยงด้านต้นทุนการผลิตและการฟื้นตัวของความเชื่อมั่นผู้บริโภค : แนวโน้ม
การคลี่คลายของสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลให้ผลกระทบเชิงลบต่อระบบเศรษฐกิจในวงกว้างลดลง และนำไปสู่การปรับตัวลดลงของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ซึ่งช่วยลดต้นทุนการผลิตภายในประเทศและกระตุ้นระดับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคให้ปรับตัวดีขึ้น - ขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออกและการอ่อนค่าของเงินบาท : ภาคการส่งออกยังคงมี
การขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับอานิสงส์จากอุปสงค์ที่เติบโตตามเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ประกอบกับแนวโน้มการอ่อนค่าของค่าเงินบาท ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่ารายได้ในรูปเงินบาทให้แก่ผู้ส่งออก - การฟื้นตัวของอุปสงค์การบริโภคภายในประเทศและนโยบายช่วยเหลือจากภาครัฐ : การบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นตามทิศทางความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ ร่วมกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ เช่น โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ซึ่งช่วยยกระดับอำนาจซื้อของประชาชน นอกจากนี้ มาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพอย่างต่อเนื่อง ผ่านการปรับลดอัตราค่าไฟฟ้าครัวเรือน ส่งผลให้รายได้สุทธิที่จับจ่ายใช้สอยได้จริง (Disposable Income) ของครัวเรือนเพิ่มสูงขึ้น
- การลงทุนภาคเอกชนภายใต้การขับเคลื่อนนโยบายการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) : การฟื้นตัวของการลงทุนภาคเอกชนได้รับแรงขับเคลื่อนจากนโยบายการปรับโครงสร้างระบบไฟฟ้าไปสู่พลังงานสะอาดและการลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติ โดยภาครัฐกำหนดแนวทางการใช้จ่ายเงินกู้ก้อนหลังจำนวน 200,000 ล้านบาท (จากวงเงินตามพระราชกำหนดกู้เงินรวม 400,000 ล้านบาท) เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงพลังงานหมุนเวียน ซึ่งรวมถึงการจัดสรรงบประมาณประมาณ 50,000 – 60,000 ล้านบาท สำหรับส่งเสริมการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) ในภาคครัวเรือน
- การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการกระตุ้นอุปสงค์การเดินทางท่องเที่ยว : แนวโน้มภาคการท่องเที่ยวไทยในไตรมาสที่ 4 พ.ศ. 2569 แสดงสัญญาณการฟื้นตัวในเกณฑ์ดีจากการเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season) โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการฟื้นตัวของตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกล (Long-haul Market) ควบคู่กับมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวของภาครัฐ ทั้งนี้ คาดว่าภาครัฐจะมีการดำเนินมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงรุกอย่างเป็นรูปธรรม อาทิ การจัดสรรงบประมาณอุดหนุนส่วนลดค่าพาหนะเดินทางและที่พักแรม เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศภายใต้แนวคิด “ไทยช่วยไทย” และการกระจายรายได้สู่เมืองรอง ผ่านโครงการ “ไทยเที่ยวไทย พลัส” 2569
- ประสิทธิภาพการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2570 : พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 คาดว่าจะสามารถประกาศบังคับใช้และเริ่มดำเนินกระบวนการเบิกจ่ายได้ตั้งแต่ วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2569 ตามกรอบปีงบประมาณปกติ ด้วยวงเงินงบประมาณรวม 3,788,000 ล้านบาท (ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณก่อนหน้าประมาณ 7,400 ล้านบาท หรือ 0.2%) ซึ่งจะเพิ่มศักยภาพให้ภาครัฐสามารถดำเนินนโยบายการคลังผ่านการจัดสรรงบประมาณอุดหนุนและมาตรการช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงทีในกรณีที่เกิดสัญญาณการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ
นายชลัมพล โลทารักษ์พงศ์ นายกคนใหม่ สมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย (TGMA) กล่าวว่า ไตรมาส 4/2569 ซึ่งตรงกับต้นปีงบประมาณ 2570 (ต.ค.-ธ.ค. 69) ดังนั้นปัจจัยบวกที่ต่อเนื่องคือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐและฤดูกาลท่องเที่ยวปลายปี ส่วนปัจจัยเสี่ยงที่ควรติดตามคือหนี้ครัวเรือนสูง ความผันผวนราคาพลังงาน และความไม่แน่นอนการค้าโลก ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย
รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในช่วง 90 วันข้างหน้า ตั้งแต่เดือนสิงหาคมถึงต้นเดือนธันวาคม 2569 และช่วงไตรมาส 4 ปี 2569 น่าจะอยู่ในภาวะ “เศรษฐกิจยังขยายตัวต่ำ เพราะค่าครองชีพสูงขึ้น และการฟื้นตัวไม่กระจายถึงประชาชนทุกกลุ่ม” โดยครัวเรือนไทย กลุ่มผู้ประกอบการ SMEs และภาคเกษตรรู้สึกว่าเศรษฐกิจอ่อนแอกว่าตัวเลข GDP เพราะรายได้เพิ่มช้ากว่าค่าครองชีพ

