Krungthai COMPASS คาดศก.ครึ่งปีหลัง ชะลอตัว พิษสงคราม-ท่องเที่ยวฟื้นยาก แนะเร่ง Local Content รับคลื่นลงทุน

18.08.26 | 18:53 น.

Krungthai COMPASS คาดศก.ครึ่งปีหลัง ชะลอตัว พิษสงคราม-ท่องเที่ยวฟื้นยาก แนะเร่ง Local Content รับคลื่นลงทุน


ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS เปิดเผยว่า ตามรายงานของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ที่เปิดเผยว่าเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2/2569 ขยายตัวชะลอลงมาอยู่ที่ 1.9% YoY เมื่อเทียบกับ 2.8% YoY ในไตรมาสแรกของปี และหดตัวลง 0.2% QoQSA โดยมีสาเหตุหลักมาจากการบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวเพียง 1.9% YoY ต่ำสุดในรอบ 18 ไตรมาส และการลงทุนภาครัฐที่หดตัว 1.6% YoY หลังการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจลดลง ขณะที่การส่งออกสินค้าชะลอตัว 14.1%YoY เทียบจาก 15.5%YoY ในไตรมาสก่อน สวนทางกับการนำเข้าสินค้าที่ขยายตัว 27.2%YoY เร่งตัวจาก 25.4%YoY ในไตรมาสก่อน ทำให้เมื่อหักผลของการนำเข้าที่เร่งตัวสูงแล้ว สัดส่วนการเติบโตของจีดีพีที่มาจากการส่งออก (Net Exports) หดตัว 6.8%YoY

ทั้งนี้ ในภาพรวมทั้งปี 2569 สศช. ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ขึ้นเป็น 2.0%–2.5% มีค่ากลางที่ 2.2% โดยได้รับแรงหนุนจากการลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะการลงทุนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักรเพื่อรองรับกระแสดิจิทัลและ AI

ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี (2H69) มีแนวโน้มชะลอตัวลง ตามแรงกดดันจากปัจจัยหลายด้าน ทั้งปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ผันผวนและยังไม่คลี่คลาย ส่งผลให้ระดับราคาพลังงานโลกยังสูงกว่าปีที่ผ่านมา กระทบต่อภาระค่าครองชีพ ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อกำลังซื้อในระยะข้างหน้า ท่ามกลางความไม่แน่นอนของมาตรการทางการค้าจากสหรัฐฯ และผลกระทบของปรากฏการณ์เอลนีโญที่จะกระทบการผลิตและรายได้เกษตรกร

Advertisement

คาดจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งปี 69 ยังต่ำกว่าปีก่อนและฟื้นตัวยากกว่าเดิม ล่าสุด นักท่องเที่ยวต่างชาติ หดตัว 3.2%YoY ใน 1H69 จากความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ดันต้นทุนการเดินทางให้สูงขึ้น ขณะที่ในบางประเทศคู่แข่งในเอเชียขยายตัวได้ อาทิ เกาหลีใต้ (+19.3%) เวียดนาม (+14.9%) อีกทั้งไทยเผชิญปัญหา Safety Concern ที่ฉุดความเชื่อมั่น นทท.จีนโดยตรง อย่างไรก็ตาม การปรับโครงสร้างวีซ่าของไทยมีผลกระทบจำกัด เนื่องจากส่วนใหญ่มีเวลาพำนักไม่เกินเพดานใหม่

แม้อานิสงส์จากเทรนด์ AI ส่งผลให้แนวโน้มจีดีพีของหลายประเทศในเอเชียสูงกว่าที่เคยคาด แต่การส่งผ่านต่อเศรษฐกิจของไทยยังน้อยกว่าชาติอื่น สะท้อนจากประมาณการเติบโตของการลงทุนรวม (GFI) และดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม (IPI) ปี 69 ของหลายประเทศในเอเชียถูกปรับดีขึ้น และส่งผ่านไปสู่การขยายตัวของจีดีพีได้อย่างชัดเจน แต่ภาคการผลิตไทยยังมีการเติบโตที่กระจุกในกลุ่ม K ขาบน ที่เป็น New Growth Engines จึงสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศได้จำกัด ขณะที่กลุ่ม K ขาล่างอ่อนแรง ฉุดรั้งการขยายตัวของภาคการผลิต

อย่างไรก็ดี ไทยเป็นที่จับตาจากนักลงทุนมากขึ้น สะท้อนจากการลงทุนภาคเอกชนที่มีแนวโน้มเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในปีนี้ โดยนักวิเคราะห์ประเมินทิศทางการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) ระยะข้างหน้า ที่เข้าสู่ภูมิภาคอาเซียนจะเพิ่มขึ้นถึง 5.44 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 78 ซึ่งไทยเป็นเป้าหมายการลงทุนไม่แพ้เพื่อนบ้าน หนุนโดยแรงขับเคลื่อนทางเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ทั้งนี้ ไทยควรเร่งยกระดับ Local content ตอบโจทย์ RVC สร้างงานคุณภาพในอนาคต ให้ได้รับอานิสงส์คลื่นการลงทุนต่างประเทศที่จะหลั่งไหลเข้าสู่ไทย