หน้าแรก เศรษฐกิจ สงครามการค้าส...

สงครามการค้าสะเทือนไทย เจาะยุทธศาสตร์ 5D ศุภจี ยันท่วงท่าเดิมใช้ไม่ได้ผล

19.08.26 | 15:27 น.

สงครามการค้าสะเทือนไทย เจาะยุทธศาสตร์ 5D ศุภจี ยันท่วงท่าเดิมใช้ไม่ได้ผล

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวในการแถลงวิสัยทัศน์และแผนยุทธศาสตร์ ขับเคลื่อนการค้า การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจชุมชน ว่า หน้าที่ของตนเองคือ ต้องการให้เกิดความตระหนักรู้ผ่านข้อเท็จจริง ไม่ใช่ความตระหนกจากความคิดเห็นที่มีเยอะแยะมากมาย จึงต้องการส่งต่อข้อเท็จจริง การดำเนินแผนยุทธศาสตร์ การดำเนินนโยบายของรัฐบาลมีอะไรบ้าง เพื่อพยายามแก้ไขในสิ่งที่เป็นปัญหาหลัก รวมถึงความท้าทายของประเทศ


นางศุภจี กล่าวว่า สถานการณ์ของโลกที่กําลังเผชิญอะไรกันอยู่นั้น มี 5 เรื่องหลักๆ ที่จัดทำกลุ่ม 5 ดี ได้แก่ 1.Decoupling หรือการแยกตัวออกจากกัน เกิดจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ที่ทำให้โลกต้องมีการขยับปรับเปลี่ยนมากมาย ไม่ใช่มีเฉพาะยักษ์ใหญ่แค่ 2 ประเทศหลักเท่านั้น ที่กําลังเหวี่ยงกระบองกันไปมา ส่งผลกระทบกับประเทศไทยที่อยู่ตรงกลาง ต้องคอยรับแรงเหวี่ยงที่มีพลังเหล่านั้น แต่ความจริงแล้วมีขั้วเกิดขึ้นในโลกนี้อีกมาก ทำให้ไทยที่ไม่ใช่ประเทศขนาดใหญ่มาก จำเป็นต้องมีท่าทีในการที่จะบริหารจัดการ ไม่สามารถ เดินต่อไปในท่วงท่าแบบเดิมๆ ได้ ต้องหาท่วงท่าใหม่ เพื่อให้เราเกิดความสมดุลและอยู่ได้โดยที่ไม่ได้ถูกทิ้งเอาไว้ข้างหลัง ซึ่งปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ไม่ได้เกิดขึ้นและจะหยุดลง แต่จะเกิดขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ท้วงท่าในตอนนี้ก็อาจใช้ได้เฉพาะตอนนี้ อนาคตต้องมีความยืดหยุ่นพร้อมปรับเปลี่ยนและหาทิศทางใหม่ได้เสมอ

นางศุภจี กล่าวว่า 2.Diversification หรือการกระจายตัว เพราะว่าเราพึ่งพาอะไรมากเกินไปไม่ได้เลย โดยปัจจุบันการส่งออกของประเทศไทยยึดโยงอยู่กับ 2 ตลาดใหญ่ประมาณ 1 ใน 3 ของตัวเลขการส่งออกของประเทศ ปี 2568 ไทยส่งออกประมาณ 11.1 ล้านล้านบาท ประมาณ 30% เราส่งไปให้ 2 ประเทศที่มีหลักการในการดำเนินการไม่ว่าจะเป็นการค้าหรือเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เป็นความเสี่ยงมาก ดังนั้นเราต้องกระจายในบริบทของการส่งออก และการกระจายรายได้ 3.Digital/AI หรือเทคโนโลยี เป็นเรื่องที่ไม่สามารถจะหลีกเลี่ยงได้ หากเรารู้ท่าที และสามารถใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ได้อย่างมีประโยชน์ จะช่วยทำให้ประเทศไทยเห็นโอกาสที่คนอื่นไม่เห็น และสามารถตอบโต้กับสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่หากเราใช้ไม่เป็น จะเป็นความท้าทายของเราอย่างมากในด้านความสามารถตอบโต้กับสถานการณ์ที่ได้เกิดขึ้น

นางศุภจี กล่าวว่า 4.Decarbonization หรือสิ่งแวดล้อม เรื่องนี้ถือว่าน่ากังวลอย่างยิ่ง เพราะเป็นเรื่องที่ไม่สามารถควบคุมได้เลย สะท้อนจากในช่วงไม่เกิน 10-20 วันที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ใหญ่ทั่วโลกที่เกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศ ทั้งแผ่นดินไหว ไฟไหม้ใหญ่ และน้ำท่วมใหญ่ อย่างล่าสุดเกิดน้ำท่วมหนักในจังหวัดน่านของไทย รวมถึงกําลังจะเจอซูเปอร์เอลนีโญที่จะส่งผลกระทบภาคเกษตรทั้งหมดเชื่อมต่อภาคการผลิต ทำให้เรื่องภูมิอากาศเป็นเรื่องที่เราดูเบาไม่ได้ ปัญหาสิ่งแวดล้อมจึงไม่ได้ต้องแก้ไขเพื่อการค้าขายกับต่างประเทศ หรือเดินหน้าสู่เน็ตซีโร่เท่านั้น แต่เพื่อชีวิตของเราและลูกหลาน เพราะฉะนั้นการปรับเปลี่ยนตัวเองเพื่อตอบโจทย์เรื่องสิ่งแวดล้อมจึงไม่ได้เป็นแค่ทางเลือก แต่มันเป็นทางรอด

Advertisement

นางศุภจี กล่าวว่า 5.Demographics หรือโครงสร้างประชากร ปัญหาของประเทศไทยคือ มีอัตราการเกิดต่ำกว่าระดับ 1 ติดต่อกันนานมาก ซึ่งหากนับเพียง 5 ปีที่ผ่านมา ประชากรไทยลดลงจาก 66 ล้านคน เหลือ 65 ล้านคนเท่านั้น ไทยจึงเป็นประเทศเดียวในภูมิภาคอาเซียนที่มีประชากรลดลงทุกปี เพราะการเกิดมีน้อยลง แต่อัตราการตายก็มีต่ำลงเช่นกัน คนเราอยู่นานขึ้น ใช้ทรัพยากรมากขึ้น สวนทางวัยทำงานที่มีน้อยลง ซึ่งถือเป็นโจทย์ใหญ่ของประเทศไทยในวันนี้