KGEN Q2/69 พลิกฟื้นกำไร 151% จ่อส่งมอบ B2B ล็อตใหญ่ มั่นใจครึ่งปีหลังโตก้าวกระโดด

19.08.26 | 16:46 น.

KGEN Q2/69 พลิกฟื้นกำไร 151% จ่อส่งมอบ B2B ล็อตใหญ่ มั่นใจครึ่งปีหลังโตก้าวกระโดด


KGEN ส่งสัญญาณฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง ผลงานไตรมาส 2/2569 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 36.98 ล้านบาท พุ่งขึ้นกว่า 151% หลังปรับโครงสร้างธุรกิจและการบริหารจัดการต้นทุนเริ่มเห็นผล พร้อมรับรู้รายได้ใหม่จากยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ มั่นใจครึ่งปีหลังผลงานโตก้าวกระโดด B2B ตุน Backlog แน่น จ่อส่งมอบรถ EV ระดับหลักพันคัน ดันรายได้ทั้งปีทะลุหมื่นล้าน

นายคณิสสร์ ศรีวชิระประภา ประธานที่ปรึกษา บริษัท คิง เจน จำกัด (มหาชน) หรือ KGEN เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 ว่า สามารถบรรลุเป้าหมายตามแผนงานบริหารที่วางไว้สำเร็จ จากการเดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจ คุมเข้มประสิทธิภาพต้นทุน และการเร่งสร้างธุรกิจใหม่เข้ามาต่อยอดธุรกิจเดิม ส่งผลให้งบการเงินพลิกกลับมาทำกำไรได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 36.98 ล้านบาท พลิกฟื้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 71.50 ล้านบาท หรือผลการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้นถึง 108.48 ล้านบาท คิดเป็น 151.72% ขณะที่รายได้รวมเติบโตแตะ 227.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.94% จาก 167.42 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีการรับรู้รายได้จากธุรกิจขายรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์เข้ามาเป็นไตรมาสแรกจำนวน 89.86 ล้านบาท

นายคณิสสร์ กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มช่วงครึ่งหลังของปี 2569 คาดว่าผลการดำเนินงานจะเร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากเป็นช่วงที่บริษัทฯ สามารถรับรู้รายได้จากธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย หลังจากโรงงานประกอบรถยนต์ไฟฟ้าของบริษัทร่วมทุน OJMT ได้เริ่มเปิดสายการผลิตเชิงพาณิชย์ไปเมื่อวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา ทำให้ไตรมาส 2 เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้กระบวนการผลิตและการบริหารจัดการ เมื่อความชำนาญการผลิตเพิ่มสูงขึ้นตามลำดับ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมต้นทุน และยกระดับอัตราการทำกำไรต่อคัน (Margin) ให้ดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลบวกต่อผลการดำเนินงานในไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง

Advertisement

“ไตรมาส 2 ถือเป็นช่วงเริ่มต้นของโรงงาน เราได้เรียนรู้กระบวนการผลิตและการบริหารจัดการมากขึ้นเรื่อยๆ ความชำนาญที่เพิ่มขึ้นจะช่วยดันกำไรต่อคันให้สูงขึ้นตามไปด้วย ส่วนครึ่งปีหลังเราจะรับรู้รายได้และกำไรเต็มที่ โดยเฉพาะฝั่ง B2B ที่จะส่งมอบรถหลักพันคัน ซึ่งเป็น Backlog สำคัญที่จะดันผลประกอบการให้เติบโต ” นายคณิสสร์ กล่าว

นายคณิสสร์ กล่าวว่า ขณะเดียวกัน ธุรกิจให้บริการรถรับส่งนักเรียน โดยเฉพาะกลุ่มโรงเรียนนานาชาติ ซึ่งผ่านพ้นช่วง Low Season ในไตรมาส 2 ไปแล้ว จะกลับมารับรู้รายได้เต็มศักยภาพจากการเปิดภาคเรียนในไตรมาส 3 ควบคู่ไปกับการปรับกลยุทธ์คัดเลือกเฉพาะเส้นทางที่สร้างผลตอบแทนสูง เพื่อลดสัดส่วนงานที่มีมาร์จิ้นต่ำ สำหรับแรงขับเคลื่อนสำคัญในครึ่งปีหลัง จะมาจากทั้งตลาดรถยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคลและตลาด B2B (Business-to-Busines) โดยบริษัทฯ เตรียมเข้าร่วมงานมอเตอร์โชว์อีก 2 ครั้ง เพื่อกระตุ้นยอดจองทั้งรถรุ่นปัจจุบันและรุ่นใหม่ที่เตรียมทยอยเปิดตัวขณะที่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แบบ B2B ภายใต้แบรนด์ FARIZON ได้รับการตอบรับสูงเกินคาด มีองค์กรชั้นนำ อาทิ บิ๊กซี (Big C) และ กระทิงแดง ตลอดจนลูกค้ารายใหญ่อีกหลายแห่งออกใบสั่งซื้อ (PO) เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บริษัทฯ มี Backlog กลุ่ม B2B ที่เตรียมทยอยส่งมอบในครึ่งปีหลังระดับหลักพันคัน

จากช่วงครึ่งปีแรกที่มีการส่งมอบเพียงระดับหลักสิบคันเท่านั้น โดยรถ EV ที่มีโรงงานประกอบในประเทศของกลุ่ม KGEN ได้แก่ JAECOO,OMODA,CHERRY ไม่รวม Lepas มียอดจดทะเบียนเดือน ก.ค.ประมาณ 4,060 คัน แค่เดือนเดียวมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท ถ้ารวมทั้งปีน่าจะทะลุหมื่นล้านบาท ขณะที่ประเด็นนโยบายภาครัฐเตรียมพิจารณาทบทวนอัตราภาษีนำเข้ารถ EV สำหรับค่ายที่ไม่มีฐานการผลิตในไทยช่วงเดือน ก.ย.นั้น มองว่าจะกระทบเฉพาะค่ายรถที่เน้นการนำเข้า (CBU) ที่อาจต้องปรับราคาขายขึ้นราว 200,000 – 500,000 บาทต่อคัน ในทางกลับกัน KGEN มีความได้เปรียบสูงมากเนื่องจากมีโรงงานประกอบในประเทศที่ใช้ชิ้นส่วนในท้องถิ่น (Local Content) เกิน 40% จึงไม่ได้รับผลกระทบด้านภาษี และกลายเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยเพิ่มความได้เปรียบด้านการแข่งขันราคาในตลาดอย่างเห็นได้ชัด.