‘ไชยชนก’ปลื้ม เปิดลงทะเบียนล่วงหน้า เอไอพาสปอร์ต วันแรกคึกคัก ยอดพุ่ง 5 แสนกว่าราย
เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) รายงานว่า ยอดผลการลงทะเบียนล่วงหน้า TH-AI Passport กว่า 5 แสนราย หลังกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดให้คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป ลงทะเบียนรับสิทธิใช้งานแพลตฟอร์ม AiPASS ตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม 2569 ล่าสุดมีคำแนะนำว่า ผู้ต้องยืนยันตัวตนควรเลือกใช้แอพพลิเคชั่น “ทางรัฐ” ดำเนินการได้รวดเร็วกว่าการยืนยันผ่าน ThaiD สำหรับผู้เลือกยืนยันตัวตนผ่าน ThaiD และอยู่ระหว่างรอการประมวลผล สามารถเปลี่ยนช่องทางไปยืนยันตัวตนผ่านแอพพลิเคชั่น “ทางรัฐ” เพื่อช่วยให้การลงทะเบียนเสร็จสมบูรณ์เร็วขึ้น
ขั้นตอนลงทะเบียน TH-AI Passport 1.เข้าเว็บไซต์ de.aipass.net ผ่านเบราว์เซอร์ในโหมดปกติ โดยระบบไม่รองรับ Incognito หรือ Private Window 2. สมัครหรือเข้าสู่ระบบด้วยบัญชี Google, Microsoft หรือ Apple 3. กรอกข้อมูลและยอมรับข้อกำหนดการเข้าร่วมโครงการ 4. ยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” หรือ ThaiD โดยแนะนำให้เลือก “ทางรัฐ” หากต้องการความรวดเร็ว 5. เมื่อยืนยันตัวตนสำเร็จ ระบบจะสร้างบัญชี AiPASS เพื่อเตรียมพร้อมใช้งาน ทั้งนี้ การลงทะเบียนล่วงหน้าเป็นการสมัครสมาชิก ยืนยันตัวตน และสร้างบัญชีไว้ก่อน จะเปิดให้ใช้งาน AiPASS อย่างเป็นทางการตั้งแต่ 31 สิงหาคม 2569 AiPASS เป็นแพลตฟอร์มรวบรวมโมเดล AI จากผู้พัฒนาชั้นนำกว่า 14 ราย รวมมากกว่า 30 โมเดล ครอบคลุมการสนทนา เขียนโปรแกรม ค้นคว้าเชิงลึก รวมถึงสร้างภาพ วิดีโอ และเพลง พร้อมหลักสูตรด้าน AI กว่า 96 หลักสูตร และองค์ความรู้จากพันธมิตรระดับโลก อาทิ Google for Education, Microsoft Elevate และ OpenAI ลงทะเบียนได้ที่ de.aipass.net สอบถาม 02-021-0300 หรืออีเมล [email protected]
นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า หลังเปิดลงทะเบียนล่วงหน้าวันแรกได้รับผลตอบรับที่ดีจากประชาชนเป็นอย่างมาก ข้อกังวลเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลและการจัดเก็บข้อมูลนั้นยังคงจัดเก็บตามระบบและมาตรการที่กำหนดไว้ ลักษณะการใช้งานเอไออาจมีการประมวลผลข้อมูลนอกประเทศ เป็นลักษณะเดียวกับการใช้งานเอไอทั่วไป แต่สิ่งสำคัญคือเงื่อนไขในสัญญาของโครงการกำหนดไว้ชัดเจนว่า ผู้ให้บริการไม่สามารถนำข้อมูลของประชาชนไปจัดเก็บหรือประมวลผลต่อยอดเพื่อนำไปใช้ในการเรียนรู้หรือพัฒนาโมเดลเอไอได้ หากเปรียบเทียบกับการใช้บริการเอไอฟรีหรือบริการเอไอทั่วไปในปัจจุบัน ผู้ใช้งานบางกรณีอาจมีข้อมูลถูกจัดเก็บและนำไปใช้ในการพัฒนาโมเดล หากไม่ได้ตั้งค่าหรือปิดตัวเลือกเกี่ยวข้อง แต่สำหรับ TH-AI Passport มีข้อกำหนดในสัญญาวางเงื่อนไขการนำข้อมูลไปใช้ต่อไว้ชัดเจน เจตนาหลักของโครงการ TH-AI Passport คือเปิดโอกาสให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้มีข้อจำกัดด้านงบประมาณ เข้าถึง เอไอ โมเดลระดับโปรได้หลากหลายรูปแบบ โดยไม่ต้องเลือกจ่ายเพียงบริการใดบริการหนึ่ง พร้อมเปิดโอกาสให้ทดลองใช้และค้นหาโมเดลที่เหมาะกับการศึกษา การทำงาน และการประกอบอาชีพ
นายไชยชนกกล่าวว่า นอกจากนี้ ยังต้องการให้ประชาชนนำเอไอไปต่อยอดสร้างประโยชน์และรายได้ด้วยตัวเอง ไม่ใช่เพียงใช้สิทธิฟรี ยกตัวอย่างการนำเอไอมาประยุกต์ สร้างเกมสอดแทรกความรู้สำหรับนักเรียน มีการใช้งานจริงแล้ว โครงการจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำด้านเทคโนโลยี ทำให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากเอไอได้อย่างเต็มศักยภาพ โครงการ TH-AI Passport รองรับสูงสุด 5 ล้านสิทธิ หากลงทะเบียนเกินจำนวนจะเข้าสู่คิวสำรอง หากผู้ได้รับสิทธิไม่เข้าใช้งานตามกำหนด จะพิจารณาหมุนเวียนสิทธิให้ผู้รอคิว ยืนยันว่ากระทรวงให้ความร่วมมือกับการตรวจสอบของ กรรมาธิการติดตามงบประมาณมาตลอด มอบหมายผู้เกี่ยวข้องโดยตรงเข้าไปชี้แจงและให้ข้อมูลตามขั้นตอนกฎหมาย หากการเดินทางไปชี้แจงด้วยตนเองจะเป็นประโยชน์ต่อการตรวจสอบ ก็พร้อมพิจารณาเข้าร่วม ยืนยันไม่ได้หลีกเลี่ยงการตรวจสอบและยังปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ
“อาจไม่ถูกใจ แต่ถูกกฎหมาย โครงการ TH-AI Passport มีเป้าหมายเพื่อสร้างประโยชน์ให้ประชาชน เปิดโอกาสให้เข้าถึงเทคโนโลยี AI ได้มากขึ้น ลดข้อจำกัดด้านค่าใช้จ่าย และนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง โดยทุกขั้นตอนดำเนินการตามกฎหมายและเงื่อนไขสัญญา พร้อมเปิดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบได้อย่างเต็มที่” นายไชยชนก กล่าว
นายไชยชนกกล่าวถึงกรณีนายนิธิกร บุญยกุลเจริญ อดีตผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน และอนุกรรมาธิการเพิ่มขีดความสามารถดิจิทัลไทย ออกมาโพสข้อความผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัวถึงโครงการ TH-AI Passport หลังพบว่ากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ de.aipass.net ระบุว่า เหตุใดโครงการของภาครัฐจึงเลือกใช้โดเมน .net แทน .go.th เป็นโดเมนสำหรับหน่วยงานราชการโดยตรง ว่า อันนี้ไม่ใช่เรื่องแก้ไขปัญหา เพราะเป็นการเช่าโดเมนเขาใช้ อันนี้เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วก็คิดว่าไม่ได้เป็นประเด็นปัญหาอะไร ไม่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนก็ใช้ในรูปแบบนี้ อย่างไรก็ตาม ทางทีมงานได้เตรียมรองรับไว้แล้ว อาจจะไม่ถูกใจ แต่ถูกกฎหมาย ในเชิงของสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ตอนนี้ พอไปตรวจสอบมาแล้ว ก็เป็นไปตามสัญญา



