หน้าแรก เศรษฐกิจ ค้าภายใน ขอผู...

ค้าภายใน ขอผู้เลี้ยงหมู ไก่ ไข่ ตรึงราคาก่อนสารทจีน เผย ไทยช่วยไทยพลัส กระตุ้นยอดบริโภคสูงขึ้น

21.08.26 | 13:31 น.

ค้าภายใน ขอความร่วมมือผู้เลี้ยง หมู ไก่ ไข่ ตรึงราคาก่อนสารทจีน

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม นายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมได้หารือร่วมกับองค์กรเกษตรกรผู้เลี้ยงหมู ไก่เนื้อและไก่ไข่ ได้แก่ สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ สมาคมผู้เลี้ยงไก่เนื้อ สมาคมผู้ผลิตไก่เนื้อเพื่อการส่งออก สมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ สมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ภาคใต้ สมาคมการค้าผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยภาคกลาง และเครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่แปดริ้ว ชลบุรี ลุ่มแม่น้ำน้อย และเชียงใหม่-ลำพูน รวมถึงผู้ประกอบการรายใหญ่ ซีพีเอฟ เบทาโกร ไทยฟู้ดส์ สหฟาร์ม คาร์กิลล์มีทส์ วี.ซี.เอฟ.กรุ๊ป และเอส พี เอ็ม เพื่อติดตามสถานการณ์การผลิตและการค้าสินค้าเนื้อหมู เนื้อไก่ และไข่ไก่ พร้อมหารือแนวทางบริหารจัดการด้านราคาให้เกิดความสมดุล ไม่เป็นภาระต่อผู้ผลิตและไม่กระทบต่อผู้บริโภคในสถานการณ์ปัจจุบัน


จากการติดตามพบว่า ปัจจุบันภาวะการค้าและความต้องการบริโภคเนื้อหมู เนื้อไก่ และไข่ไก่ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ส่งผลให้ระดับราคาสินค้าหน้าฟาร์มมีการปรับตัวตามกลไกตลาด

“กรมขอความร่วมมือทุกฝ่ายในการบริหารจัดการซัพพลายให้เข้าสู่ภาวะสมดุล เพื่อป้องกันไม่ให้ราคาชิ้นส่วนค้าปลีกปลายทางปรับตัวสูงขึ้นจนส่งผลกระทบต่อภาระค่าครองชีพของประชาชน” นายจิรวุฒิกล่าว

สำหรับกิจกรรมต่างๆ ของกรม อาทิ ได้เชื่อมโยงการจำหน่ายไข่ไก่ ปี 2569 ผ่านสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน ทั้งนี้ กรมฯ จะหารือร่วมกับทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อบริหารจัดการทั้งด้านปริมาณให้มีเพียงพอและราคาปลายทางให้เกิดความเหมาะสมเป็นธรรม พร้อมเน้นกำกับดูแลและติดตามสถานการณ์ราคาเนื้อหมู เนื้อไก่ และไข่ไก่ อย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้มีการเอาเปรียบผู้บริโภค ซึ่งประชาชนสามารถร้องเรียนสายด่วน 1569 หากเจอการจำหน่ายเนื้อหมู เนื้อไก่ และไข่ไก่ ในราคาสูงเกินสมควร ซึ่งมีผิดตามมาตรา 29 พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 มีโทษปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ

Advertisement

นายสิทธิพันธ์ ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ กล่าวว่า ปัจจุบันราคาหมูมีชีวิตหน้าฟาร์มปรับเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 72-74 บาท/กก. ซึ่งเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนเนื่องจากปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดลดลงเล็กน้อย โดยสูงกว่าต้นทุนการผลิตสุกรมีชีวิต 1-2 บาท/กก. ทำให้เกษตรกรมีรายได้เหนือระดับต้นทุนและสามารถประคองการผลิตต่อไปได้ ในขณะที่ภาวะการค้าและความต้องการบริโภคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“แนวโน้มราคาสุกรในช่วง 1-2 สัปดาห์นี้ อาจจะขยับขึ้นเล็กน้อย และจะสามารถทรงตัวรักษาระดับนี้ไปได้จนถึงช่วงกลางเดือนกันยายน อย่างไรก็ตาม ในระยะถัดไปราคาอาจมีแนวโน้มอ่อนตัวลงเล็กน้อย เนื่องจากราคาชิ้นส่วนค้าปลีกปลายทางยังคงอยู่ในระดับที่ค่อนข้างทรงตัว ประกอบกับในเดือนตุลาคมจะเข้าสู่เทศกาลกินเจ ซึ่งเป็นช่วงที่ความต้องการบริโภคเนื้อหมูมักจะลดลงเป็นปกติทุกปี” นายสิทธิพันธ์กล่าว

ด้านนายสมบูรณ์ วัชรพงษ์พันธ์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่เนื้อ กล่าวว่า ปัจจุบันปริมาณผลผลิตไก่เนื้อยังคงออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง แต่ลดลงจากช่วงก่อน จากสภาพอากาศที่แปรปรวนส่งผลให้เกิดความเสียหายบางส่วนในสัตว์ปีกทั้งไก่เนื้อและไก่ไข่ ประกอบกับผู้เลี้ยงลดกำลังการผลิตในช่วงก่อนหน้าจากต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้น ในขณะที่ความต้องการบริโภคยังคงมีอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ปัจจุบันความเสียหายเริ่มลดลง และผู้เลี้ยงเริ่มกลับเข้าเลี้ยงมากขึ้น จึงคาดว่าราคาไก่เนื้อจะไม่ปรับตัวสูงขึ้นไปกว่านี้แล้ว และช่วงกลางเดือนกันยายน 2569 สถานการณ์ด้านปริมาณผลผลิตจะเริ่มกลับสู่ภาวะปกติ

ขณะที่นายมาโนช ชูทับทิม นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ กล่าวว่า ปัจจุบันปริมาณผลผลิตไข่ไก่ มีเพียงพอและออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการขอความร่วมมือเกษตรกรและผู้ประกอบการรายใหญ่ให้ขยายระยะเวลาการเลี้ยงแม่ไก่ยืนกรงจาก 80 สัปดาห์ เป็น 83 สัปดาห์ และชะลอการส่งออก คาดว่าจะทำให้มีปริมาณไข่ไก่เข้าระบบเพิ่มขึ้นอีก สอดคล้องกับข้อมูลจากผู้แทนกรมปศุสัตว์ที่ระบุว่าปริมาณไข่ไก่มีแนวโน้มทยอยเพิ่มเข้าสู่ระบบ

นอกจากนี้ ในการประชุมหารือผู้แทนผู้ประกอบการรายใหญ่ อย่างเบทาโกร CPF ยืนยันที่จะบูรณาการความร่วมมือกับภาครัฐอย่างเต็มที่ โดยจะบริหารจัดการผลผลิตเข้าสู่ตลาดอย่างสม่ำเสมอเพื่อรักษาสมดุลของระบบ และราคาอยู่ในระดับที่เหมาะสม