‘วราวุธ’ ลุยโรงงานเถื่อนนครปฐม เร่งเคลียร์กากอุตสาหกรรม 1.2 หมื่นตัน หวั่นไอระเหย-ไฟไหม้กระทบชุมชน

22.08.26 | 18:05 น.

‘วราวุธ’ ลุยโรงงานเถื่อนนครปฐม เร่งเคลียร์กากอุตสาหกรรม 1.2 หมื่นตัน หวั่นไอระเหย-ไฟไหม้กระทบชุมชน

วันที่ 22 สิงหาคม ที่จังหวัดนครปฐม นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายศุภโชค ศรีสุขจร ประธานคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบบริษัท เอวาย 2021 จำกัด หลังได้รับร้องเรียนจากประชาชนกรณีได้รับผลกระทบจากกลิ่นรบกวนและความกังวลด้านความปลอดภัย จากการเก็บกากอลูมิเนียมดรอส (Aluminium Dross) ภายในพื้นที่ โดยพบว่าเป็นสถานประกอบการที่ไม่ได้รับอนุญาตประกอบกิจการ หรือ โรงงานเถื่อน และถูกดำเนินคดีตามกฎหมายโรงงานและกฎหมายวัตถุอันตราย


วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

นายวราวุธ กล่าวว่า บริษัทดังกล่าวถูกดำเนินคดีข้อหาตั้งโรงงานและประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2535 รวมถึงครอบครองตะกรันอลูมิเนียม ซึ่งเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 โดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535 โดยสำนักงานอุตสาหกรรมนครปฐมและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้ายึดอายัดสิ่งของภายในและภายนอกอาคารทั้งหมด พร้อมติดประกาศการยึดอายัดไว้บริเวณโรงงาน ซึ่งจากการตรวจสอบพื้นที่พบว่า ปัจจุบันไม่มีการประกอบกิจการ ไม่มีคนงานหรือผู้ดูแล ลักษณะเป็นอาคารร้าง ภายในพบเครื่องจักรสำหรับหลอมและรีไซเคิลตะกรันโลหะ มีเตาหลอม 2 ชุด และระบบบำบัดมลพิษทางอากาศที่ไม่อยู่ในสภาพใช้งานได้ ขณะที่บริเวณด้านหลังและภายนอกอาคารพบถุงบิ๊กแบ็คบรรจุกากอลูมิเนียมดรอสจำนวนประมาณ 8,258 ถุง น้ำหนักรวมกว่า 12,387 ตัน

นายวราวุธ กล่าวว่า กากอลูมิเนียมดรอสที่เก็บอยู่ภายในพื้นที่เป็นวัตถุอันตราย หากปล่อยทิ้งไว้นาน โดยเฉพาะช่วงที่อาคารเริ่มชำรุดและหลังคามีรอยรั่ว อาจมีน้ำฝนซึมเข้าสู่กองกากอุตสาหกรรม ทำให้เกิดไอระเหย ส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยรอบ รวมถึงมีความเสี่ยงเกิดไฟไหม้หรือเหตุรุนแรงได้ จึงต้องเร่งแก้ไขก่อนที่ปัญหาจะเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม แม้ปัจจุบันกระบวนการทางกฎหมายกับผู้ประกอบการอยู่ระหว่างดำเนินคดี ซึ่งต้องผ่านขั้นตอนศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา แต่กระทรวงอุตสาหกรรมเห็นว่าไม่สามารถรอให้คดีสิ้นสุดได้ เนื่องจากของกลางเป็นกากอุตสาหกรรมอันตรายและอยู่ในบัญชีวัตถุอันตราย

Advertisement

จึงต้องเร่งหาแนวทางตามกฎหมายเพื่อนำออกจากพื้นที่และเข้าสู่กระบวนการจัดการอย่างถูกต้อง ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมได้เตรียมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหากลไกทางกฎหมายในการเคลื่อนย้ายกากอุตสาหกรรมดังกล่าว เนื่องจากตามขั้นตอนปกติ สิ่งของภายในโรงงานที่ไม่ได้รับอนุญาตจะถือเป็นของกลางและไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ แต่กรณีนี้เป็นวัตถุอันตราย จึงต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อป้องกันผลกระทบต่อประชาชนและไม่ให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานมีความเสี่ยงทางกฎหมาย

“ของกลางที่อยู่ตรงนี้เป็นกากอันตราย บางครั้งไม่สามารถรอว่าจะอุทธรณ์หรือฎีกา เพราะถ้าเก็บไว้นานแล้วเกิดฝนตก น้ำเข้าไปแล้วเกิดไอระเหยขึ้นมา หรือเกิดไฟไหม้ขึ้นมา ประชาชนโดยรอบก็จะได้รับอันตราย” นายวราวุธกล่าว

นายวราวุธ กล่าวว่า สำหรับกรอบเวลาการดำเนินการเบื้องต้นตั้งเป้าให้นำกากอลูมิเนียมดรอสออกจากพื้นที่ภายในสิ้นปีนี้ แต่ต้องพิจารณาปริมาณกาก งบประมาณ และขั้นตอนดำเนินงาน เนื่องจากปริมาณกว่า 12,000 ตัน ต้องใช้เวลาและทรัพยากรจำนวนมาก โดยยอมรับว่าการดำเนินการลักษณะนี้ต้องใช้งบประมาณของกรมโรงงานอุตสาหกรรม ขณะที่ค่าใช้จ่ายสุดท้ายจะต้องดำเนินการเรียกร้องจากผู้ประกอบการตามกระบวนการกฎหมาย

“ในพื้นที่นี้ตั้งโจทย์ไว้ก่อนว่า ภายในสิ้นปีนี้เราอยากเอากากอุตสาหกรรมออกจากพื้นที่ แต่หลายพื้นที่ต้องดูว่าปริมาณเท่าไหร่ ใช้งบประมาณขนาดไหน เพราะ 10,000 กว่าตันต้องใช้เวลา และกรมโรงงานอุตสาหกรรมต้องใช้งบประมาณพอสมควร” นายวราวุธกล่าว

นายวราวุธ กล่าวว่า ปัญหาลักษณะเดียวกันไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะจังหวัดนครปฐม โดยพบพื้นที่ที่มีลักษณะคล้ายกันในจังหวัดชลบุรี และเชื่อว่ายังมีอีกหลายแห่ง กระทรวงอุตสาหกรรมจึงต้องเร่งจัดทำแนวทางให้อุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศประสานตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากพบโรงงานไม่ได้รับอนุญาต หรือมีการเก็บกากอุตสาหกรรมอันตรายผิดกฎหมาย พร้อมกันนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมผลักดันการปรับปรุงกฎหมายโรงงานและกฎหมายด้านกากอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มความรับผิดชอบของผู้ประกอบการตามหลัก “ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย” (Polluter Pays Principle: PPP) โดยมีแนวทางกำหนดให้กิจการที่มีความเสี่ยงสูงต้องวางหลักประกันสำหรับเยียวยาความเสียหาย จัดตั้งกองทุนแก้ไขปัญหากากอุตสาหกรรม ลดช่องว่างการใช้ดุลยพินิจ และเพิ่มบทลงโทษผู้ฝ่าฝืน ก่อนเสนอร่างกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีและรัฐสภาตามขั้นตอน

“อย่ารอให้เกิดปัญหาแล้วค่อยมาล้อมคอก ต้องแก้ก่อนที่ปัญหาจะเกิด เพื่อความปลอดภัยของประชาชน และให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายทำงานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย” นายวราวุธกล่าว