สุรศักดิ์ หวังดันไทยเที่ยวไทย เข้าครม. เดือน ก.ย.นี้ ยัน 1 ต.ค. มาแน่ ปักธงรายได้ทั้งปี 69 โตบวก
เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ความคืบหน้ามาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในประเทศไทย ผ่านโครงการไทยเที่ยวไทย พลัส ล่าสุดอยู่ระหว่างการสรุปแนวทางโครงการให้ชัดเจน โดยคาดว่าจะสามารถเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ภายในเดือนกันยายนนี้ ซึ่งมีเป้าหมายที่จะเริ่มต้นใช้งานจริงภายในวันที่ 1 ตุลาคม ทันที โดยรายละเอียดอเบื้องต้นได้หารือร่วมกับกระทรวงการคลังแล้วในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งมีปรับเปลี่ยนในรายละเอียดเล็กน้อย เพื่อให้สามารถกระจายอานิสงส์เชิงบวกใหเ้กับผู้ประกอบการทั้งมิติของภาคการท่องเที่ยวได้อย่างครบถ้วน
นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า รูปแบบการดำเนินโครงการในเบื้องต้น ยังเป็นการเน้นช่วยเพิ่มรายได้ให้กับผู้ประกอบการรายย่อยเป็นหลัก โดยโครงการไทยเที่ยวไทย พลัสในเฟสนี้ รัฐบาลจะใช้กลไกผ่านแอพพลิเคชั่นเป๋าตัง เป็นการสนับสนุนรูปแบบเงินสมทบในการออกเดินทางท่องเที่ยวที่ 50% และประชาชนใช้สิทธิจ่ายเองอีก 50% สูงสุดกำหนดไว้ที่ 5 สิทธิต่อคน จำนวนทั้งหมด 5 แสนสิทธิเพื่อนำร่องก่อน หากการตอบรับดีจะขยายเฟสเพิ่มอีกแน่นอน โดยไฮไลท์สำคัญของโครงการในครั้งนี้คือ การขยายสิทธิคูปองปรับเพิ่มมูลค่าคูปองดิจิทัลในการสนับสนุนเป็น 1,000 บาท เปิดกว้างให้ใช้ได้มากกว่าร้านอาหาร ครอบคลุมถึงบริการนวดสปา ร้านของที่ระลึก และธุรกิจบริการด้านการท่องเที่ยวอื่นๆ เพื่อให้เป็นเครื่องมือที่สามารถกระตุ้นการท่องเที่ยวและการหมุนเวียนเศรษฐกิจได้มากที่สุด
“โครงการไทยเที่ยวไทย พลัส จะสามารถดำเนินการได้ก่อน ส่วนมาตรการอุดหนุน (Subsidize) ราคาตั๋วเครื่องบินนั้น เบื้องต้นไม่สามารถใช้เงินจาก พ.ร.ก.เงินกู้ได้ จึงจำเป็นต้องใช้งบกลางปี 2570 ซึ่งจะสามารถเริ่มดำเนินการได้หลังจากวันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป ซึ่งจะต้องมีการหารือกีนในรายละเอียดที่ชัดเจนของโครงการอีกครั้ง” นายสุรศักดิ์ กล่าว
นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนแนวโน้มรายได้การท่องเที่ยวไทยปี 2569 นี้ ยังคงเชื่อว่า จะสามารถปิดที่ระดับบวกได้อย่างแน่นอน เมื่อเทียบกับช่วงปี 2568 ที่ผ่านมา สะท้อนจากเป้าหมายรายได้ที่วางไว้ที่ 2.76 – 3 ล้านล้านบาท แม้ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติในปีนี้อาจยังทำรายได้ไม่ถึงเป้าหมาย 2 ล้านล้านบาท เนื่องจากกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ใช้จ่ายสูง (High spending) โดยเฉพาะกลุ่มตลาดตะวันออกกลาง ยังไม่กลับมาเต็มที่ เนื่องจากได้รับผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง ทำให้ภาครัฐต้องเร่งดึงตลาดในประเทศเข้ามาช่วยรักษาสมดุลและรักษาโมเมนตัมเอาไว้
นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับความกังวลด้านความมั่นคง จากกรณีเหตุความไม่สงบและระเบิดบริเวณชายแดนมาเลเซียนั้น เชื่อว่าจะไม่กระทบต่อความเชื่อมั่นและการเดินทางของนักท่องเที่ยวมาเลเซียในช่วงวันชาติมาเลเซีย เนื่องจากเหตุการณ์เกิดขึ้นในพื้นที่จำกัดและเป็นพื้นที่เฉพาะ ซึ่งไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวหลักที่นักท่องเที่ยวเดินทางไป นอกจากนี้ ในส่วนของประเด็นความขัดแย้งของชาวต่างชาติ อาทิ กรณีผู้ประท้วงหรือกระแสต่อต้านอิสราเอลในพื้นที่เกาะสมุยและภูเก็ตนั้น ภาครัฐได้กำหนดมาตรการขั้นเด็ดขาด หากบุคคลใดก่อความวุ่นวายหรือสร้างความเดือดร้อน จะถูกดำเนินการถอดถอนวีซ่าทันที โดยย้ำว่าประเทศไทยยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทุกชาติ แต่ทุกคนที่เข้ามาต้องเคารพกฎหมายและวัฒนธรรมไทย รัฐบาลจะไม่ยินยอมให้ใช้ประเทศไทยเป็นสนามเด็กเล่น หรือเป็นพื้นที่สำหรับแสดงออกเชิงสัญลักษณ์เพื่อสร้างความขัดแย้งใดๆ อย่างเด็ดขาด



