หน้าแรก เศรษฐกิจ EIC คาด กนง.ค...

EIC คาด กนง.คงดอกเบี้ย 1% ยาวยันปี 70 เชื่อตอบโจทย์ประคองความเปราะบางแม้จีดีพีโตแค่ 2.1%

27.08.26 | 15:16 น.

EIC คาด กนง.คงดอกเบี้ย 1% ยาวยันปี 70 เชื่อตอบโจทย์ประคองความเปราะบางแม้จีดีพีโตแค่ 2.1%


นายนนท์ พฤกษ์ศิริ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) เปิดเผยว่า ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.0% ซึ่งมองว่าเป็นระดับที่ผ่อนคลาย สนับสนุนเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มเติบโตต่ำและไม่ทั่วถึง ด้านครัวเรือนและธุรกิจเอสเอ็มอียังเปราะบาง ขณะที่เงินเฟ้อทั่วไปต่ำกว่าคาดแต่มีแนวโน้มปรับสูงขึ้นในช่วงที่เหลือของปีตามปัจจัยด้านอุปทาน

โดยเบื้องต้นมองว่า กนง. จะคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ไปตลอดทั้งปี 2569-2570 นี้ เป็นการชั่งน้ำหนักความเสี่ยงเงินเฟ้อ การเติบโตของเศรษฐกิจ และเสถียรภาพระบบการเงิน การลดอัตราดอกเบี้ยอาจไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาเฉพาะจุดในกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะครัวเรือนและเอสเอ็มอีที่เผชิญภาวะการเงินตึงตัว ตามความเสี่ยงเครดิตที่สูงขึ้น การใช้มาตรการทางการเงินเฉพาะจุดจึงเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาที่มีประสิทธิผลมากกว่า

“การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมีความจำเป็นน้อยลง โดยเฉพาะเมื่อความเสี่ยงเงินเฟ้อปรับลดลง ขณะที่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างไทยกับสหรัฐ อาจมีผลต่อค่าเงินบาทในบางจังหวะบ้าง แต่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยังมีความสามารถในการบริหารค่าเงินไม่ให้ผันผวนจนเกินไปจากทุนสำรองระหว่างประเทศที่อยู่ระดับสูง” นายนนท์ กล่าว

Advertisement

นายนนท์ กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยเติบโตใกล้เคียงที่ กนง.ประเมินไว้ ขณะที่เงินเฟ้อต่ำกว่าคาด การเติบโตของเศรษฐกิจกระจุกตัวในภาคการส่งออกที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีเอไอ และการลงทุนด้านดิจิทัล โดยผลดีต่อเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในวงจำกัด เนื่องจากพึ่งพาสินค้านำเข้าสูง และอาจเพิ่มการจ้างงานคนไทยได้อย่างจำกัด ด้านอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยในไตรมาส 2/2569 ต่ำกว่าที่ กนง. ประเมินไว้ จากข้อมูลจริงราคาพลังงานที่ลดลงเป็นหลัก และการส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการต่ำกว่าที่ประเมินไว้ ในระยะข้างหน้า กนง. มองว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอาจเกินกรอบเล็กน้อยในไตรมาส 4/2569 และไตรมาส 1/2570 ตามราคาอาหารสดที่อาจปรับสูงขึ้นจากผลกระทบของสถานการณ์เอลนีโญ

นายนนท์ กล่าวว่า ส่วนภาวะการเงินของเอสเอ็มอี และกลุ่มเปราะบางยังตึงตัว ต่างจากสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ที่ขยายตัวสูงขึ้น โดย กนง.ได้สื่อสารใน Press statement เพิ่มเติมว่า สนับสนุนให้สถาบันการเงินเพิ่มการดูแลกลุ่มลูกหนี้เปราะบางและเอสเอ็มอี ที่มีศักยภาพผ่านมาตรการทางการเงินเฉพาะจุดมากขึ้น โดย กนง.ประเมินว่า อัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันเหมาะสม การลดอัตราดอกเบี้ยในภาวะปัจจุบันอาจมีต้นทุนไม่คุ้มค่ากับประโยชน์ที่ได้ รวมถึงเน้นย้ำว่า สถานการณ์ปัจจุบันยังต้องใช้มาตรการทางการคลัง และมาตรการทางการเงินเฉพาะจุดในการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงแก้ไขปัญหาภาวะการเงินตึงตัวในกลุ่มรายย่อย และธุรกิจเอสเอ็มอีเป็นหลักด้วย

“อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่แท้จริงของไทยไม่ได้ต่ำที่สุดในภูมิภาค เมื่อคำนวณดอกเบี้ยที่แท้จริงโดยหักลบกับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปแล้ว อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่แท้จริงของไทยยังอยู่สูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะบางประเทศที่เผชิญอัตราเงินเฟ้อสูงกว่าไทย อาทิ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ทำให้คาดการณ์ว่า กนง.มีแนวโน้มจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ไปจนถึงปี 2570 นี้

โดยศูนย์วิจัย คาดว่าเศรษฐกิจปี 2570 จะยังเติบโตต่ำเพียง 2.1% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะทยอยลดลงหลังแรงกดดันด้านอุปทานทยอยหมดลง นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายเพียงพอควบคู่กับมาตรการทางการเงิน จึงเหมาะสมในการประคองเศรษฐกิจไทยที่ยังมีความเปราะบางอยู่ในหลายภาคส่วน” นายนนท์ กล่าว