PFS รุกนวัตกรรมอาหารแปรรูปครบวงจร รับเทรนด์ผู้บริโภค ดันผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก
ท่ามกลางแนวโน้มผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับอาหารคุณภาพ ความสะดวกต่อการบริโภค และมีคุณค่าทางโภชนาการ นวัตกรรมการแปรรูปอาหารจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับวัตถุดิบทางการเกษตร สร้างความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์ และเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ให้แก่อุตสาหกรรมอาหารของไทยในการแข่งขันกับตลาดโลก
บริษัท พรีเซิร์ฟ ฟู้ด สเปเชียลตี้ จำกัด (PFS) ผู้นำด้านนวัตกรรมการแปรรูปอาหารของไทย จากความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีการแปรรูปอาหารแบบแห้งที่หลากหลาย พร้อมศักยภาพการให้บริการแบบครบวงจรตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (R&D) การพัฒนาสูตร การทดสอบต้นแบบ การทดลองผลิตในระดับกึ่งอุตสาหกรรม (Pilot Scale) ไปจนถึงการผลิตเชิงพาณิชย์ (Commercial Production) เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการในการต่อยอดแนวคิดสู่ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอาหารที่มีมูลค่าสูง ด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมการผลิตมาเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
นายภาณุ มหัทธโนบล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท พรีเซิร์ฟ ฟู้ด สเปเชียลตี้ จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันตลาดอาหารไม่ได้แข่งขันกันเพียงเรื่องรสชาติหรือราคาอีกต่อไป แต่แข่งขันกันด้วยนวัตกรรม ความแตกต่าง และความสามารถในการตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว PFS จึงมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีและองค์ความรู้ด้านการแปรรูปอาหาร เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถสร้างผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มสูง ต่อยอดวัตถุดิบไทยสู่ตลาดสากล และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับธุรกิจ

จุดแข็งสำคัญของ PFS คือการมีเทคโนโลยีการแปรรูปอาหารที่หลากหลาย สามารถเลือกใช้ให้เหมาะสมกับวัตถุดิบ กลุ่มเป้าหมาย และกลยุทธ์ทางการตลาดของแต่ละผลิตภัณฑ์ พร้อมผสานองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อให้คำแนะนำตั้งแต่การเลือกเทคโนโลยี การออกแบบกระบวนการผลิต ไปจนถึงการต่อยอดผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ตลาด
ที่สำคัญ PFS ยังมุ่งตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ด้วยการพัฒนาโซลูชัน่ที่ช่วยให้การพัฒนาผลิตภัณฑ์มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งช่วยลดการลองผิดลองถูกในการเลือกกระบวนการผลิต ลดระยะเวลาในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และเพิ่มโอกาสในการสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีจุดแตกต่างและตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด
นอกจากนี้ PFS ยังพร้อมทำหน้าที่เป็นพาร์ตเนอร์ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมอาหาร เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถเปลี่ยนไอเดียและวัตถุดิบให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพทางธุรกิจ ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ การเพิ่มมูลค่าให้กับวัตถุดิบ ไปจนถึงการต่อยอดสู่ตลาดที่มีมูลค่าสูงขึ้น เพราะสำหรับ PFS ความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่การพัฒนาเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่คือการนำเทคโนโลยีนั้นมาใช้สร้าง “ผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์ธุรกิจของลูกค้า” และร่วมเติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน”

สร้างมูลค่าเพิ่มสู่ตลาดพรีเมียม ด้วยผลิตภัณฑ์ Freeze Dried
ด้วยแนวโน้มตลาดอาหาร Freeze-Dried ทั่วโลกที่เติบโตอย่างต่อเนื่องเฉลี่ย 6-8% ต่อปี PFS มองเห็นโอกาสในการต่อยอดวัตถุดิบทางการเกษตรสู่ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมมูลค่าสูง พร้อมนำเทคโนโลยีการแปรรูปอาหารขั้นสูงมาสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการไทยในตลาดสากล โดย PFS มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี Freeze Drying และสามารถประยุกต์ใช้กระบวนการผลิตให้เหมาะสมกับคุณสมบัติของวัตถุดิบและความต้องการของผลิตภัณฑ์ ซึ่งเทคโนโลยีการทำแห้งแบบแช่เยือกแข็งช่วยรักษาสี กลิ่น รสชาติ รูปลักษณ์ และคุณค่าทางโภชนาการของวัตถุดิบได้ใกล้เคียงกับของสดมากที่สุด เหมาะสำหรับผลไม้ อาหารเพื่อสุขภาพ อาหารฟังก์ชัน และผลิตภัณฑ์พรีเมียมที่ต้องการสร้างจุดขายด้านคุณภาพและนวัตกรรม ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า ลดข้อจำกัดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และเพิ่มโอกาสในการตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ผลิตภัณฑ์ Spray Dried เปลี่ยนวัตถุดิบสู่โอกาสทางธุรกิจแห่งอนาคต
PFS ต่อยอดศักยภาพวัตถุดิบทางการเกษตรและสารสกัดมูลค่าสูง ด้วยเทคโนโลยีการทำแห้งแบบพ่นฝอย (Spray Dry) ที่ช่วยแปรรูปวัตถุดิบให้อยู่ในรูปแบบผงคุณภาพสูง รองรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ตั้งแต่เครื่องดื่ม อาหารเสริม ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ไปจนถึงส่วนผสมสำหรับอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต ด้วยความเชี่ยวชาญของ PFS ในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีให้เหมาะกับคุณสมบัติของวัตถุดิบและความต้องการของผลิตภัณฑ์ ช่วยให้ลูกค้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดข้อจำกัดในกระบวนการผลิต และต่อยอดผลิตภัณฑ์ใหม่ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เทคโนโลยี Spray Dry จึงไม่เพียงเพิ่มประสิทธิภาพด้านการเก็บรักษาและการขนส่ง แต่ยังช่วยสร้างนวัตกรรม เพิ่มมูลค่าวัตถุดิบ และขยายโอกาสสู่ตลาดผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพและคุณภาพชีวิต

ยกระดับผลผลิตเกษตร สู่โอกาสทางการตลาดในวงกว้าง ด้วยนวัตกรรม Air Dried
PFS นำเทคโนโลยีการอบแห้งแบบลมร้อน (Air Dry) มาต่อยอดผัก ผลไม้ สมุนไพร และวัตถุดิบทางการเกษตรหลากหลายชนิด ช่วยลดความชื้นและยืดอายุการเก็บรักษา พร้อมคงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับการนำไปพัฒนาเป็นสินค้าเชิงพาณิชย์ ด้วยความเชี่ยวชาญของ PFS ในการประยุกต์ใช้กระบวนการผลิตให้เหมาะกับคุณสมบัติของวัตถุดิบ ช่วยให้ลูกค้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคุมต้นทุน และลดข้อจำกัดด้านการจัดเก็บและขนส่ง เทคโนโลยี Air Dry จึงเหมาะสำหรับการต่อยอดวัตถุดิบสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม ทั้งตลาดในประเทศและตลาดส่งออก พร้อมเพิ่มโอกาสในการขยายช่องทางการตลาดและเข้าถึงผู้บริโภคได้ในวงกว้าง

เพิ่มมูลค่าวัตถุดิบและตอบโจทย์ตลาดยุคใหม่ ด้วยนวัตกรรมอาหารแช่แข็ง IQF
PFS นำเทคโนโลยีการแช่เยือกแข็งอย่างรวดเร็ว (Individual Quick Freezing: IQF) มาประยุกต์ใช้ในการแปรรูปวัตถุดิบ เพื่อช่วยคงความสดใหม่ สี กลิ่น รสชาติ เนื้อสัมผัส และคุณค่าทางอาหาร พร้อมยืดอายุการเก็บรักษาและลดการสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยว โดย PFS มีความเชี่ยวชาญในการออกแบบกระบวนการผลิตและควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะกับวัตถุดิบแต่ละประเภท เชื่อมโยงกับระบบห่วงโซ่ความเย็น (Cold Chain) ตั้งแต่การเตรียมวัตถุดิบ การแช่แข็ง การจัดเก็บ ไปจนถึงการขนส่งและกระจายสินค้า ช่วยให้ลูกค้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รักษาคุณภาพตลอดกระบวนการ และลดข้อจำกัดด้านการจัดเก็บและการขนส่ง รองรับผลิตภัณฑ์อาหารและวัตถุดิบแปรรูปแช่แข็งที่หลากหลาย ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความสะดวก และความปลอดภัย พร้อมเพิ่มมูลค่าให้ผลผลิตทางการเกษตรและขยายโอกาสสู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ
นอกเหนือจากศักยภาพด้านเทคโนโลยี PFS ยังให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับลูกค้าผู้ประกอบการในฐานะ “Innovation Partner” มากกว่าการเป็นผู้ผลิตเพียงอย่างเดียว โดยทีมผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำปรึกษาตั้งแต่การวิเคราะห์แนวโน้มตลาด การคัดเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสม การพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับการผลิตเชิงพาณิชย์ เพื่อช่วยลดระยะเวลาในการพัฒนาสินค้าและเพิ่มโอกาสความสำเร็จทางธุรกิจ

“ด้วยวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนนวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต PFS ยังคงเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีการแปรรูปอาหารที่ทันสมัย ควบคู่กับการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัตถุดิบทางการเกษตร และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย โดยเรามุ่งมั่นที่จะเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารของไทยในการก้าวสู่การเป็นผู้นำในตลาดโลก โดยอาศัยจุดแข็งด้านวัตถุดิบ เทคโนโลยี และความเชี่ยวชาญ ซึ่งไม่เพียงสะท้อนศักยภาพของ PFS ในฐานะผู้นำอุตสาหกรรม แต่ยังสะท้อนการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมอาหารไทยจากการผลิต สู่การสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยนวัตกรรมอย่างแท้จริง” นายภาณุ กล่าว

