หน้าแรก เศรษฐกิจ กบข.เผย 73% ส...

กบข.เผย 73% สมาชิกขรก.เงินออมต่ำเกณฑ์ P75 ชงแก้กม.ดึงเงินบำนาญออมต่อ

28.08.26 | 07:00 น.

กบข.เผย 73% สมาชิกขรก.เงินออมต่ำเกณฑ์ P75 ชงแก้กม. ขรก.เกษียณออมต่อ พร้อมชูแนวคิด Hybrid TPA

นายศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า ภายหลังเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการ กบข. คนที่ 8 ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ได้กำหนดวิสัยทัศน์การขับเคลื่อนองค์กรภายใต้แนวคิด “สร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับข้าราชการไทยและประเทศชาติ” มุ่งยกระดับการลงทุนมืออาชีพ ดูแลสมาชิกอย่างเข้าใจ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยยั่งยืน โดยข้อมูลปัจจุบัน สมาชิก กบข. ที่เกษียณอายุราชการได้รับเงินก้อนจากกองทุนเฉลี่ยประมาณ 1-1.5 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนราว 39% ของผู้เกษียณทั้งหมด ขณะที่ข้าราชการไทยมีหนี้สินเฉลี่ยสูงถึง 1.8 ล้านบาทต่อคน ทำให้เมื่อเกษียณแล้วเงินก้อนจาก กบข. มักถูกนำไปชำระหนี้สินจนหมด ส่งผลให้มีสมาชิกเลือกออมต่อหลังเกษียณน้อยมากเพียง 0.8% หรือประมาณ 8,153 คนเท่านั้น


นายศรพล กล่าวว่า และจากการประเมินคุณภาพชีวิตด้วยเกณฑ์มาตรฐาน P75 ซึ่งเทียบเท่ากับระดับการเงินที่ดีหลังเกษียณที่มีเงินใช้สอยเฉลี่ยเดือนละ 37,000 บาท โดยพบว่ามีสมาชิกข้าราชการถึง 73% จากทั้งหมด 1.2 ล้านคนที่มีเงินออมต่ำกว่าระดับดังกล่าว ซึ่งยังถือว่าอยู่ในระดับที่ไม่เพียงพอต่อการสร้างความมั่นคงทางการเงินในวัยเกษียณ สะท้อนให้เห็นว่าสมาชิกจำนวนมากยังมีความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว ซึ่งเส้นทางสู่เกษียณมั่นคง ต้องเริ่มจากการออมให้เร็ว ออมให้เพียงพอ และเลือกแผนการลงทุนที่เหมาะสม เพื่อให้มีเงินออมที่สามารถรองรับการใช้ชีวิตหลังเกษียณได้อย่างยั่งยืน

นายศรพล กล่าวว่า กบข. จึงได้กำหนดแนวทางการบริหารงานในระยะต่อไป โดยให้ความสำคัญกับการยกระดับการดูแลสมาชิก สร้างระบบนิเวศข้อมูลการเงิน (Financial Data Ecosystem) เชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานพันธมิตรที่สำคัญ อาทิ กระทรวงการคลัง บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เพื่อนำข้อมูลมาสร้างความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเงินและความต้องการของสมาชิกแต่ละกลุ่ม สู่การออกแบบบริการและคำแนะนำที่ตรงกับความต้องการมากยิ่งขึ้น

Advertisement

นายศรพล กล่าวว่า ทั้งนี้ กบข. ยังมีแนวคิดผลักดันการปรับปรุงกฎหมายขยายสิทธิ์ทางเลือกการบริหารเงินเพื่อวัยเกษียณ (ออมต่อ) สำหรับอดีตสมาชิก และข้าราชการบำนาญ สามารถนำส่งเงินเข้ามาออมกับ กบข. ได้ เพื่อเพิ่มความมั่นคงทางการเงินในระยะยาวและลดความเสี่ยงจากภัยมิจฉาชีพทางการเงิน โดยตั้งเป้าที่จะเปิดโอกาสให้สมาชิกที่เกษียณอายุสามารถนำเงินบำนาญรายเดือนที่ได้รับจากกรมบัญชีกลาง แบ่งบางส่วนกลับมาออมเพิ่มกับ กบข. ได้ โดยขณะนี้ขั้นตอนการยกร่างกฎหมายเสร็จเรียบร้อยแล้ว และเตรียมที่จะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการในเร็ว ๆ นี้ จากนั้นจะส่งต่อไปยังกระทรวงการคลัง คณะรัฐมนตรี (ครม.) และสภาผู้แทนราษฎรตามขั้นตอนทางกฎหมาย ส่วนเพดานข้อกำหนดสัดส่วนหรือตัวเลขที่จะอนุญาตให้หักจากเงินบำนาญมาออมต่อได้นั้น จะต้องนำไปหารือในรายละเอียดร่วมกับบอร์ด กบข. และกระทรวงการคลังต่อไป

นายศรพล กล่าวว่า สำหรับด้านการลงทุน จากสถานการณ์การลงทุนในปัจจุบันที่มีความซับซ้อนและผันผวนมากขึ้น ทั้งปัจจัยเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลก ส่งผลให้ประสิทธิภาพของการกระจายความเสี่ยงสินทรัพย์ลดลง กบข. จึงจำเป็นต้องศึกษาการพัฒนาแนวทางการจัดสรรสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์รูปแบบใหม่ (Total Portfolio Approach: TPA) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารความเสี่ยงและสร้างผลตอบแทนระยะยาวที่เหมาะสมให้แก่สมาชิก โดยปัจจุบัน กบข. ได้เริ่มนำแนวคิด Hybrid TPA มาประยุกต์ใช้แล้ว และจะเดินหน้ายกระดับกระบวนการลงทุนให้มีความยืดหยุ่นและทันต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดโลกมากยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ กบข. จะมุ่งยกระดับบทบาทสู่ผู้นำด้านการลงทุนอย่างยั่งยืน (ESG Leadership) ผ่านการขับเคลื่อนแนวทาง Active Ownership และบูรณาการหลัก ESG เข้ากับกระบวนการลงทุน เพื่อสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงให้สมาชิก ควบคู่กับการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ สังคม และความยั่งยืนของประเทศ

นายศรพล กล่าวว่า นอกจากนี้ กบข. จะขับเคลื่อนองค์กรพร้อมก้าวสู่อนาคต (Data & AI Organization) ด้วยการวางฐานข้อมูล พัฒนาคนและสร้างวัฒนธรรมองค์กร โดยนำ AI มาใช้ในการประมวลผลในงานด้านลงทุน บริการสมาชิก และเพิ่มประสิทธิภาพในองค์กร เพื่อให้ทำงานรวดเร็ว ลดงานซ้ำซ้อนและความผิดพลาด พร้อมทั้งช่วยให้ตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น

“กบข. จะเป็นมากกว่าผู้บริหารเงินออมเพื่อการเกษียณ แต่จะเป็นสถาบันหลักด้านความมั่นคงทางการเงินระยะยาวของสมาชิกและประเทศ เราจะขับเคลื่อนองค์กรด้วยความเข้าใจสมาชิก การลงทุนอย่างมืออาชีพ และการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน เพื่อให้สมาชิกทุกคนมีเส้นทางสู่การเกษียณที่มั่นคง พร้อมทำให้เงินลงทุนของ กบข. เป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ” นายศรพล กล่าว

นายศรพล กล่าวว่า สำหรับผลตอบแทน กบข. ตั้งแต่ต้นปีถึง 16 สิงหาคม 2569 แผนการลงทุนพื้นฐานทั่วไป อยู่ที่ 8.08% แผนการลงทุนตามหลักชะรีอะฮ์ 20.41% แผนหุ้นต่างประเทศ 24.19% แผนหุ้นไทย 34.69% ซึ่งในช่วงที่เหลือของปีนี้ ยังต้องติดตามความเสี่ยงฟองสบู่ AI Semiconductor (กลุ่มหน่วยความจำ) ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ เงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยนโยบาย ผลตอบแทนตราสารหนี้ระยะยาว กำแพงภาษีการค้าและการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ

“แผน กบข. ปีนี้ สินทรัพย์ทุกตัวก็มีผลตอบแทนที่สูงขึ้น หุ้นไทย 8 เดือนแรกบวกเกือบ 35% หุ้นต่างประเทศและกองทุนรวมอื่น ๆ เช่น ทองคำ ตั้งแต่ต้นปีก็เป็นบวก ส่วนผลกระทบต่อหุ้นไทยที่เป็นบวก ทำให้เงินของสมาชิกเยอะขึ้น และที่เห็นชัด ๆ คือ สมาชิกปรับแผนลงทุนเข้ามาในแผนหุ้นไทยเยอะขึ้นมาก ตัวเลขในเดือนกรกฎาคม เม็ดเงินที่สมาชิกปรับแผนทั้งหมดเกือบ ๆ 40% ถูกโยกเข้ามาในหุ้นไทย แสดงให้เห็นว่าช่วงนี้สมาชิกให้ความมั่นใจกับหุ้นไทย” นายศรพล กล่าว