‘ไชยชนก’ ขีดเส้น 15 วัน เคลียร์ราคากลาง ค่ารอบไรเดอร์ Lalamove เหลือ 3 บาทต่อกิโลเมตร ย้ำต้องไม่ต่ำกว่าต้นทุน
เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ที่ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกันระหว่างกระทรวงดีอี แพลตฟอร์ม Lalamove ตัวแทนไรเดอร์ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA และผู้แทนฝ่ายการเมือง ณ ห้องประชุม 203 ชั้น 2 อาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยมีนางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดีอี, นายชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ ETDA, นายเซีย จำปาทอง, น.ส.พิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์, น.ส.ธนพร วิจันทร์ ส.ส.พรรคประชาชน รวมถึงตัวแทน Lalamove และกลุ่มไรเดอร์เข้าร่วม โดยข้อเรียกร้องหลักของไรเดอร์มี 3 ประเด็น คือ ค่ารอบ บทลงโทษกรณียกเลิกงานหรือกระทำผิดเงื่อนไขของแพลตฟอร์ม และค่าคอมมิชชัน ขณะเดียวกัน ยังมีประเด็นเรื่องราคาค่าบริการที่แตกต่างกัน แม้จุดให้บริการและระยะทางใกล้เคียงกัน

นายไชยชนก กล่าวว่า ทุกประเด็นมีการพูดคุยถึงแนวทางดำเนินการต่อ โดยประเด็นแรกคือค่ารอบ ซึ่งกระทรวงได้มอบหมายให้ ETDA ศึกษาเพิ่มเติมในเชิง ราคากลางหรือราคาขั้นต่ำ (Minimum) ที่เหมาะสมและเป็นธรรม หลักการสำคัญที่กระทรวงต้องการผลักดันคือ หากไรเดอร์มีต้นทุนในการทำงานที่ชัดเจน ค่าตอบแทนที่ได้รับไม่ควรลดลงต่ำกว่าต้นทุน เพราะหากต่ำกว่าต้นทุนก็จะทำให้คนทำงานไม่สามารถประกอบอาชีพต่อไปได้ ทั้งนี้ อัตราขั้นต่ำในอนาคตไม่ควรเป็นตัวเลขตายตัว แต่ต้องมีกลไกปรับเปลี่ยนตามต้นทุน เช่น ราคาน้ำมัน และต้องหากลไกที่เหมาะสมว่าจะดำเนินการผ่านกฎหมาย ประกาศ ระเบียบ หรือมาตรการรูปแบบใด
“ผมคิดว่าควรจะมีมินิมัมในแบบนั้น คือเราต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ถ้าคุณให้บริการในเรื่องของแพลตฟอร์มที่ให้บริการในการขนส่ง ไรเดอร์เขามีต้นทุนที่ชัดเจนพอสมควร ยังไงก็ตามมันไม่ควรน้อยกว่าต้นทุนนั้น” นายไชยชนกกล่าว

นายไชยชนก กล่าวว่า ส่วนประเด็นที่จะออกมาในลักษณะเดียวกับการกำหนดอัตราค่าโดยสารหรือมิเตอร์หรือไม่นั้น ยังต้องศึกษาให้ชัดเจนก่อนว่าควรอยู่ภายใต้กฎหมายใดและหน่วยงานใดควรเข้ามามีส่วนร่วม แต่ในหลักการเห็นว่าควรมีอัตราขั้นต่ำเพื่อปกป้องไรเดอร์ ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะ Lalamove แต่จะมองไปถึงอุตสาหกรรมแพลตฟอร์มโดยรวม เพราะปัญหาโครงสร้างต้นทุนและค่าตอบแทนของไรเดอร์อาจเกิดขึ้นกับหลายแพลตฟอร์ม
นายไชยชนก กล่าวว่า สำหรับประเด็นที่ต้องเร่งหาข้อเท็จจริงคือ สัดส่วนเที่ยวงานที่ไม่เป็นธรรมโดยมีค่ารอบประมาณ 3 บาทต่อกิโลเมตร ซึ่งข้อมูลของทั้ง 2 ฝ่ายไม่ตรงกัน โดย Lalamove ระบุจากข้อมูลของบริษัทว่ามีประมาณ 5% ของออเดอร์ทั้งหมด ขณะที่กลุ่มไรเดอร์ระบุว่ามีสัดส่วนอาจสูงถึง 70-80% เมื่อข้อมูลยังไม่ตรงกัน จึงให้ทั้ง 2 ฝ่ายกลับไปจัดเตรียมข้อมูลและนำกลับมาหารือร่วมกันอีกครั้งภายใน 15 วัน เพื่อให้เห็นตัวเลขที่ชัดเจนว่าแท้จริงแล้วมีเที่ยวงานที่ค่ารอบต่ำในสัดส่วนเท่าใด อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นกลุ่มไรเดอร์เสนออัตราค่ารอบที่ 10 บาทต่อกิโลเมตร ซึ่งได้ประเมินต้นทุนเบื้องต้นไว้ประมาณ 3.70 บาทต่อกิโลเมตร
ทั้งนี้ ตัวเลข 3.70 บาทต่อกิโลเมตรเป็นต้นทุนไม่ใช่ค่ารอบ และไม่ได้หมายความว่าทุกเที่ยวบนแพลตฟอร์มจะมีค่าตอบแทนเพียง 3 บาทต่อกิโลเมตร เพราะระบบคำนวณค่ารอบมีหลายปัจจัย ทั้งเรตติ้งของไรเดอร์ ระยะเวลา และ Demand-Supply หรือความต้องการใช้บริการเทียบกับจำนวนผู้ให้บริการในระบบ ซึ่งระหว่างช่วง 15 วันที่ทั้ง 2 ฝ่ายกลับไปจัดเตรียมข้อมูลโดย Lalamove ได้รับปากว่าจะนำกรณีค่ารอบที่ต่ำไปพิจารณาแก้ไข แต่ยังไม่ได้ระบุว่าจะปรับขึ้นไปอยู่ที่ระดับใด

นายไชยชนก เปิดเผยว่า สำหรับข้อเรียกร้องเรื่องบทลงโทษกรณีไรเดอร์ยกเลิกงานหรือกระทำผิดเงื่อนไข Lalamove ตกลงลดระยะเวลาการลงโทษจากเดิม 3 วัน เหลือ 1 วัน โดยจะมีผลในทันทีตามที่ตกลงกัน อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกด้านของปัญหาที่ต้องพูดถึง คือกรณีไรเดอร์หรือลูกค้ายกเลิกออเดอร์เพื่อไปตกลงรับงานกันนอกระบบ ซึ่ง Lalamove ระบุว่าเป็นปัญหาที่ทำให้เกิดรายได้รั่วไหล และอาจเชื่อมโยงกับระบบคะแนนและค่าตอบแทนของไรเดอร์ ซึ่งปัญหานี้ต้องมองทั้ง 2 ฝ่าย เพราะหากไรเดอร์เห็นว่าค่าตอบแทนไม่เป็นธรรม ก็อาจเลือกไปรับงานนอกแพลตฟอร์ม ขณะที่บริษัทก็สูญเสียรายได้จากออเดอร์ดังกล่าว ดังนั้นการแก้ปัญหาจึงต้องหาจุดสมดุล ไม่ใช่กล่าวโทษฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเพียงฝ่ายเดียว
นายไชยชนก กล่าวว่า ส่วนประเด็นค่าคอมมิชชันนั้น Lalamove จะนำกลับไปศึกษาเพิ่มเติม ซึ่งการพิจารณาไม่ควรดูเฉพาะตัวเลข GP หรือ Commission Fee ว่าอยู่ที่ 20% เท่านั้น ต้องพิจารณาในลักษณะ Total Take Rate รวมถึงค่าโปรโมชั่นหรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้น หากค่าคอมมิชชันอยู่ที่ 20% แต่ไม่มีค่าใช้จ่ายอื่นเพิ่มเติม ก็อาจแตกต่างจากกรณีที่มีการเรียกคอมมิชชัน 20% แล้วมีค่าใช้จ่ายอื่นเพิ่มเติมอีก ดังนั้นจึงยังไม่สามารถตัดสินความเหมาะสมจากตัวเลข 20% เพียงตัวเดียว
นายไชยชนก กล่าวว่า ประเด็นเรื่องราคาค่าบริการที่แตกต่างกัน แม้จุดให้บริการและระยะทางใกล้เคียงกันนั้น Lalamove ได้ชี้แจงหลักการคำนวณ โดยเกี่ยวข้องกับข้อมูล Location การใช้ระบบของ Google รวมถึงการกำหนดรัศมีและพื้นที่ย่อยในการคำนวณ ซึ่งหลังได้รับคำอธิบายกลุ่มไรเดอร์ไม่ได้ติดใจในประเด็นดังกล่าวเพิ่มเติม
นายไชยชนก กล่าวเพิ่มเติมถึงประเด็นการเข้าถึงข้อมูลหรือกลไกอัลกอริทึมของแพลตฟอร์ม ว่า ปัจจุบันยังไม่มีอำนาจเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวในลักษณะที่ถูกถาม แต่ร่าง พ.ร.บ.เศรษฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล ที่อยู่ระหว่างดำเนินการ มีหลักการให้แพลตฟอร์มต้องส่งหรือเปิดเผยข้อมูลบางประเภทที่กำหนดว่าเป็นข้อมูลสำคัญและจำเป็น ซึ่งจะเพิ่มเครื่องมือในการกำกับดูแลแพลตฟอร์มในอนาคต

ด้าน นายชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ ETDA กล่าวว่า หลักเกณฑ์ที่กำหนดให้แพลตฟอร์มแจ้งการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขล่วงหน้า 15 วัน ช้กับบริการประเภทขนส่งคน เนื่องจากมีลักษณะการให้บริการและการกำหนดอัตราค่าโดยสารที่เกี่ยวข้องกับกรมการขนส่งทางบก ขณะที่บริการขนส่งสิ่งของยังไม่มีหน่วยงานใดกำหนดอัตราค่าบริการในรูปแบบเดียวกัน จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่กระทรวงมอบ ETDA ไปศึกษาต้นทุนและแนวทางกำกับเพิ่มเติม ทั้งจาก Lalamove ไรเดอร์ แพลตฟอร์มอื่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นายเซีย จำปาทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า ได้รับข้อร้องเรียนจากกลุ่มคนทำงานแพลตฟอร์มหลายราย ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะใน Lalamove แต่มีคนทำงานจากแพลตฟอร์มอื่นร้องเรียนเช่นเดียวกัน โดยประเด็นเร่งด่วนขณะนี้คือทำให้ข้อมูลของบริษัทและไรเดอร์ตรงกัน หลังตัวเลขสัดส่วนงานที่ได้ค่ารอบประมาณ 3 บาทต่อกิโลเมตรแตกต่างกันระหว่าง 5% กับราว 80% ซึ่งการหารืออีกครั้งใน 15 วันจะช่วยให้เห็นข้อเท็จจริงและนำไปสู่การพิจารณาว่าค่าตอบแทนควรปรับขึ้นได้เท่าใด
“เราก็เลยบอกว่าจาก 3 บาท ปรับเพิ่มเป็น 5 ถึง 6 บาท ให้เป็นพื้นฐานก่อนได้ไหม ซึ่งท่านก็ยังไม่รับปาก แต่ว่าเราก็ฝากท่าน อยากให้เห็นใจคนทำงาน จริงๆ แล้วมันไม่พอ อันนี้เข้าใจตรงกัน” นายเซียกล่าว

นายเซีย กล่าวว่า สำหรับประเด็นเรื่องสถานะของไรเดอร์ที่ว่าเป็นผู้ใช้แรงงานและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายแรงงานหรือไม่ ในมุมมองส่วนตัวเห็นว่า ไรเดอร์เป็นแรงงานและเป็นลูกจ้าง เพราะอยู่ภายใต้การควบคุมของแพลตฟอร์ม ทั้งในเรื่องกฎการทำงานและบทลงโทษ ก่อนหน้านี้เคยมีคนทำงานไปร้องต่อสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และพนักงานตรวจแรงงานเคยมีคำสั่งว่าเป็นแรงงาน แต่เจ้าของแพลตฟอร์มได้ฟ้องเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว และเมื่อเข้าสู่กระบวนการศาล มีคำตัดสินว่าไม่ได้มีสถานะเป็นลูกจ้าง
“ฝ่ายนิติบัญญัติกำลังพิจารณาแนวทางรับรองสิทธิของแรงงานแพลตฟอร์ม และหากกลไกที่มีอยู่ไม่สามารถแก้ปัญหาหรือคุ้มครองคนทำงานได้เพียงพอ ในอนาคตอาจจำเป็นต้องมีกฎหมายเข้ามาดูแลโดยเฉพาะ” นายเซียกล่าว

ด้าน ตัวแทน Lalamove ชี้แจงกรณีค่ารอบประมาณ 3 บาทต่อกิโลเมตรว่า จากข้อมูลของบริษัทพบว่ามีสัดส่วนประมาณ 5% ของออเดอร์ทั้งหมด เป็นตัวเลขประมาณการจากข้อมูลภายในบริษัท ซึ่งเมื่อถามถึงตัวเลขดังกล่าวว่านับรวมทั้งบริการส่งคนและส่งของหรือไม่นั้น ตัวแทน Lalamove ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมในประเด็นดังกล่าว
“ส่งคนเราเพิ่งได้ไลเซนส์ ก็ยังเป็นสัดส่วนที่น้อยมากในแพลตฟอร์มของเรา ถ้าเทียบกับผู้ประกอบการรายอื่น ๆ แต่ว่าของเราก็จะเป็นส่งของซะส่วนใหญ่”ตัวแทน Lalamove กล่าว

ด้าน ตัวแทนไรเดอร์ Lalamove กล่าวว่า หากย้อนกลับไปประมาณ 3 ปี ค่ารอบของไรเดอร์เคยอยู่ที่ประมาณ 13 บาทต่อกิโลเมตร ก่อนมีการปรับลดลงมาเหลือประมาณ 10 บาทต่อกิโลเมตร และลดลงต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ กลุ่มไรเดอร์เคยเรียกร้องให้มีการทบทวนค่ารอบและยื่นหนังสือต่อกระทรวงดีอีมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ไม่มีความคืบหน้า และครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 2 ที่ยื่นเรื่องต่อกระทรวง
ทั้งนี้ กลุ่มไรเดอร์ยังยืนยันข้อเสนอที่ 10 บาทต่อกิโลเมตร เพราะเมื่อหัก GP หรือค่าคอมมิชชันของแพลตฟอร์ม 20% แล้ว จะเหลือประมาณ 8 บาทต่อกิโลเมตร ขณะที่ต้นทุนการทำงานที่ประเมินเป็นตัวเลขกลมอยู่ที่ประมาณ 4 บาทต่อกิโลเมตร และยังไม่รวมต้นทุนแฝงที่ไรเดอร์ต้องรับผิดชอบเองเมื่อเจ็บป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุ รวมถึงความเสี่ยงจากการทำงาน ซึ่งเป็นเหตุผลที่กลุ่มไรเดอร์มองว่าค่ารอบ 10 บาทต่อกิโลเมตรยังเป็นระดับที่จำเป็น
“ยืนยันว่าพวกเรายืนราคาที่ 10 บาทต่อกิโลเมตร โดยในราคานี้หัก 20% เราจะเหลือ 8 บาท ต้นทุน 4 บาท ไม่รวมต้นทุนแฝง เราจะเหลือตรงนั้นมากน้อย ไว้ซัปพอร์ตตัวเราเอง เวลาเจ็บป่วยไข้ หรือว่าเกิดอุบัติเหตุ” ตัวแทนไรเดอร์กล่าว
ตัวแทนไรเดอร์ กล่าวเพิ่มเติมถึงค่าใช้จ่ายในการถอนเงินจากเครดิตในระบบว่า ปัจจุบันมีค่าบริการถอนเงินประมาณ 3 บาทต่อครั้ง และหากถอนเงินในวันนี้ เงินจะเข้าบัญชีในวันถัดไป




